|
" ซานตา คล้อส มีจริง เขาบอกว่าฤดูหนาวใกล้สิ้นสุดแล้ว " ลูซี่ " รู้มั้ยมันหมายถึงอะไร โอ แย่แล้ว น้ำแข็งละลาย เราต้องข้ามแม่น้ำไปเดี๋ยวนี้ " ปีเต้อร์ตระหนกตกใจ " บีเว่อร์ทำเขื่อนกั้นได้นะ " ลูซี่ " แต่ไม่เร็วดังใจนึกนะหนู " ตาบีเว่อร์ " ไปเร็ว " ปีเต้อร์ " หยุดคิดสักเดี๋ยวได้มั้ย " ซูซาน " ไม่หรอกเธออยากจะอวดเก่งตามนิสัยของเธอ " ปีเต้อร์ บีเว่อร์สองตายายก้าวเดินนำหน้าไปตามธารน้ำแข็ง ใช้หางแบนๆเคาะตรวจสอบความมั่นคง กลัวแตกทรุดพลิกจมน้ำเพื่อผ่านไปฝั่งตรงข้ามให้จงได้ " เดี๋ยวให้ฉันลองไปดูก่อน " " ก็ดีเหมือนกัน " ปีเต้อร์ " ตา แอบตักอาหารเพิ่มใช่มั้ย " ยายบีเว่อร์ค้อน " มีโอกาสก็กินเสียสิ ตายเมื่อไหร่ใครจะรู้ แล้วกับข้าวยายก็อร่อยนา " ตาบีเว่อร์ พวกเด็กๆก้าวตามทีละก้าวอย่างระมัดระวัง " ถ้าแม่รู้ว่าเรามาทำอะไรนะ " ซูซาน " แม่ไม่อยู่ซะหน่อย " ปีเต้อร์ ลูซี่เงยหน้ามองเห็นฝูงหมาป่าวิ่งไล่กวดบนสันผาแล้วกระโดดหยองแหยงลงมาตามโขดหินสู่พื้นเบื้องล่าง " วิ่ง..! " ปีเต้อร์ตะโกนไม่ทันขาดคำก็เห็นหมาป่าตัวหนึ่งกระโดดขม้ำตาบีเว่อร์ เขาชักดาบขู่ " วางดาบลงซะไอ้หนูเดี๋ยวจะพลาดไปโดนใครเข้า " มอ-กริม " ไม่ต้องเป็นห่วงข้า แทงมันเลย ! " ตาบีเว่อร์ถูกกัดคอ " หนีได้ก็หนีไปซะ น้องชายเจ้าจะได้ไปด้วย " มอ-กริมแยกเขี้ยว " หยุดเถอะ ปีเต้อร์ เราน่าจะฟังเขาพูดนะ " ซูซานท้วง " เด็กฉลาด " มอ-กริม " อย่าไปฟังมัน ฆ่ามัน เดี๋ยวนี้ " บีเว่อร์ฮึด " ไม่เอาน่า นี่ไม่ใช่สงครามของเจ้า ราชินีข้าต้องการเพียงให้เจ้าพาพี่น้องไปจากที่นี่ " มอ-กริม " แค่ชายชุดแดงส่งดาบให้นั่นไม่ทำให้พี่เป็นวีรบุรุษนะ ทิ้งดาบสิ " ซูซานกลัว " อย่า ปีเต้อร์ นาร์เนียต้องการเจ้า แทงมันตอนที่ยังมีโอกาส " ตาบีเว่อร์ " จะกล้าแทงข้ามั้ย บุตรแห่งอาดัม ข้าไม่ได้รอตลอดไปนะ เวลากับวารีไม่เคยคอยใคร " มอ-กริม " ปีเต้อร์ ?!? " ลูซี่เห็นแรงดันน้ำปะทุจากน้ำแข็งที่เกาะหน้าผาเหนือแม่น้ำ " เกาะฉันไว้แน่นๆ " ปีเต้อรทิ่มดาบปักแผ่นพื้นน้ำแข็งที่ยืนอยู่ หิมะถล่มครืนลงมาทำให้ธารน้ำแข็งของผืนน้ำแตกเปรี๊ยะเป็นก้อนใหญ่ก้อนเล็ก คลื่นน้ำกระเพื่อมดันแผ่นน้ำแข็งที่พวกเด็กๆเกาะอยู่ไหลไปตามกระแสอย่างรวดเร็ว ปีเต้อร์จับด้ามดาบไว้แน่นขณะซูซานและลูซี่กอดรอบเอวเขา บีเว่อร์สองตายายฉวยโอกาสชุลมุนกระโดดมุดลงใต้น้ำตีแผ่นหางดันมือบังคับทิศทางแผ่นน้ำแข็งเข้าหาตลิ่ง ห่างไกลฝูงหมาป่ากระหายเลือด " ดีจริง " บีเว่อร์สลัดขน " เธอทำอะไรน่ะ ? " ซูซานไม่เห็นลูซี่ มีเพียงเสื้อขนสัตว์ติดมือปีเต้อร์ " ลูซี่ ๆ " " มีใครเห็นเสื้อหนูบ้าง " ลูซี่เนื้อตัวเปียกปอนเดินขึ้นมาจากริมตลิ่งไม่ห่างนัก " ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่ชายเจ้าจะดูแลเจ้าอย่างดี " ยายบีเว่อร์ " ข้าว่าพวกเจ้าไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวแล้วล่ะ " ตาบีเว่อร์โบ้ยไปทางดอกสโนว์ดร็อปผลิบานอยู่บนกิ่งไม้เหนือศีรษะ หิมะเกาะบนกิ่งสนไหลเลื่อนหลุดลงมา เผยให้เห็นสีเขียวชอุ่มไปทั่ว เสียงน้ำไหลรินพลั่กๆหรือจ๋อมแจ๋มแว่วมาแต่ไกล เสียงประหลาดคล้ายเสียงพูดจ้อกแจ้กอื้ออึงอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน หมอกเข้มรวมกันเป็นก้อนเมฆ และอากาศอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ .. ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนนาร์เนียหลังจากห่างหายไปร่วมศตวรรษ " อากาศอุ่นขึ้นแล้ว " คนแคระขยับเสื้อขนสัตว์จะถอดออก พอเห็นพระราชินีแม่มดมองตาขวางจึงพูดเฉไฉว่า " หม่อนฉันจะไปดูเลื่อน พะย่ะค่ะ " " ขอเดชะฝ่าบาท เราเจอคนทรยศแล้ว เขาระดมพลอยู่ใกล้กับป่าสะท้าน " มอ-กริมคาบจิ้งจอกน้อยมาเหวี่ยงลงพื้นต่อหน้าพระพักตร์ " เจ้าแวะมาพอดี เมื่อคืนเจ้าช่วยฝูงหมาป่าของข้าไว้ได้มากและตอนนี้อาจช่วยข้าด้วย " พระราชินี " ขออภัย พะย่ะค่ะ " จิ้งจอกน้อย " อย่ายืดเยื้อทำเป็นมีมารยาท " มอ-กริม " อย่าหาว่าหยาบคายนะแต่เมื่อครู่ข้าไม่ได้พูดกับท่าน " จิ้งจอกน้อยส่งสายตามองเอ๊ดมันด์ " พวกมนุษย์มุ่งหน้าไปที่ไหน " นางแม่มดกวัดแกว่งคฑาชี้ปลายแหลมเหมือนหอกตรงหน้าจิ้งจอกน้อย " เดี๋ยว ! อย่า ! อย่า ! " เอ๊ดมันด์โดดขวาง " บีเว่อร์พูดถึงแท่นศิลา อัสลานจัดกองทัพไว้ที่นั่น " " กองทัพเลยรึ ขอบใจ เอ๊ดมันด์ ข้าดีใจที่สัตว์เหล่านี้ได้รู้จักความซื่อสัตย์ก่อนที่มันจะตาย " นางทิ่มเหล็กแหลมใส่จิ้งจอกน้อย (เหมือนมีปะจุไฟฟ้าแรงสูง) ทำให้ร่างกลายเป็นหินทันใดก่อนสบัดมือตบหน้าเอ๊ดมันด์ฉาดใหญ่ " คิดให้ตกว่าเจ้าจะอยู่ฝ่ายไหนเอ๊ดมันด์ ข้า (จับหน้าเอ๊ดมันด์หมุนไปมองศพหิน) หรือว่าพวกมัน ! จงล่วงหน้าไปรวมพลผู้สวามิภักดิ์ต่อข้า หาก อัสลาน ต้องการทำศึก ข้าก็จะให้บทเรียนหฤโหดแก่เขา " ไกลออกไปอีกหลายไมล์บีเว่อร์และเด็กๆเดินทอดน่องนานนับชั่วโมง ทั้งหมดต่างแปลกใจที่เห็นฤดูหนาวแปรเปลี่ยนภายในไม่กี่ชั่วโมง สิ่งแวดล้อมขณะนี้งดงามราวภาพฝัน แสงแดดส่องจับต้องแนวไม้เขียวสดชื่น หญ้ามอสผุดขึ้นตามลานโล่ง ทุ่งเดอแร้นท์ออกดอกสะพรั่ง หอมกลิ่นเกษรดอกไม้รวยริน เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วประสานเสียงดนตรีบรรเลงโดยพวกพรายและนางไม้ กลางพื้นราบบนยอดภูเขาคือ แท่นศิลา มีหินสีเทาแผ่นใหญ่วางอยู่บนเสาหิน 4 ต้น บนแท่นศิลาจารึกรอยเส้นเรขาคณิตและอักขระภาษาพิศดาร ตีนเขาด้านหนึ่งตั้งกระโจมเรียงรายเป็นระเบียบรูปครึ่งวงกลม ประดับธงทิวราวค่ายทหาร เปิดทางสู่ศูนย์กลางกระโจมใหญ่ผ้าไหมสีเหลืองคาดเกลียวสีแดง หมุดกระโจมงาช้าง เสาสูงเหนือกระโจมชักธงรูปสิงโตผงาดสีแดงสะบัดพลิ้วยามต้องลมทะเล เซนทอร์เป่าแตรสัญญาณต้อนรับอาคันตุกะ " พวกเขามองเราทำไมน่ะ " ปีเต้อร์ " เขาเห็นว่าพี่ตลกมั้ง " ลูซี่ " ไม่ต้องเสริมสวยหรอกยาย " ตาบีเว่อร์ " เราขอเข้าพบอัสลาน " ปีเต้อร์ชักดาบออกชูขึ้นสูงเพื่อแสดงความคารวะ ทุกคนย่อตัวลง อัสลานก้าวเท้าออกมาจากกระโจมพูดน้ำเสียงทุ้มกังวานทำให้ผู้ฟังรู้สึกปิติและสงบ " ขอต้อนรับปีเต้อร์ บุตรแห่งอาดัม ขอต้อนรับ ซูซาน และ ลูซี่ ธิดาแห่งอีฟ เจ้าสองบีเว่อร์ด้วย ขอบใจเจ้ามาก คนที่สี่อยู่ไหนเล่า " " เขา คือเหตุผลที่เรามาที่นี่ (ลุกขึ้น เก็บดาบ) เรามีเรื่องรบกวนท่าน " ปีเต้อร์ " เรามีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทาง " ซูซาน " น้องชายเราถูกแม่มดขาวจับตัวไป " ปีเต้อร์ว่าต่อ " จับตัว ? มันเกิดขึ้นได้ยังไง " อัสลาน " เขาทรยศต่อพี่น้องพะย่ะค่ะ " ตาบีเว่อร์ " เขาทรยศเราทั้งหมด " เซนทอร์,คนครึ่งม้า ส่วนเหนือเอวเป็นคน,ล่างเป็นม้า " สันติ โอเรียส ข้าเชื่อว่าเรื่องนี้มีคำอธิบาย " อัสลาน " มันเป็นความผิดของกระหม่อมเองที่รุนแรงกับเขาเกินไป " ปีเต้อร์แก้ตัวแทนเอ๊ดมันด์ " เราทุกคนผิด " ซูซาน " เขาเป็นพี่ชายหนูค่ะ " ลูซี่ " ข้ารู้แม่หนูน้อย แต่นั่นทำให้การทรยศยิ่งเจ็บปวด การช่วยเหลือเขาอาจยากกว่าที่คิด " พูดจบอัสลานนิ่งอึ้ง ปีเต้อร์เดินตามสิงโตอัสลานไปยังด้านตะวันออกของเนินเขา ดวงอาทิตย์กำลังจะลับตา สาดแสงย้อมหมู่เมฆเป็นสีแดงฉาน สะท้อนประกายจากกระจกหน้าต่าง-ผนังอิฐปราสาท, ตั้งเด่นอยู่ปากอ่าวของแม่น้ำสายใหญ่ใกล้กับทะเลท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่ " นั่นคือ แคร์ พาราเวล ปราสาทแห่งบัลลังก์ทั้งสี่ เจ้าเองจะได้นั่งบนบัลลังก์เหนือเหล่ากษัตริย์ เจ้าข้องใจคำทำนายรึ " อัสลานพูดพึมพำกับปีเต้อร์ " เปล่าครับ เช่นไรก็เช่นนั้น อัสลาน ผมไม่ได้เก่งกล้าเลยนะ " " ปีเต้อร์ เพเวนซี่ ผู้เติบโตจากฟินซ์ลี่ย์ บีเว่อร์บอกข้าว่าเจ้าเคยคิดจะเอาเขาไปทำหมวก อาถรรพ์ล้ำลึกมีอำนาจเหนือเราทั้งผองปกคลุมทั่วนาร์เนีย มันแยกสิ่งถูกผิดและกำหนดชะตากรรมแห่งเรา ทั้งเจ้าและข้า " " พี่น้องผมเองก็ยังปกป้องไม่ได้ " " เจ้าพาพวกเขาปลอดภัยมาถึงนี่แล้ว " " แต่ไม่ครบทุกคน " " ปีเต้อร์ ข้าจะทำทุกทางเพื่อช่วยน้องชายเจ้า แต่ขอให้เจ้าพิจารณาสิ่งที่ข้าร้องขอ " " ผมก็ต้องการให้พี่น้องปลอดภัย " คนแคระจับเอ๊ดมันด์มัดเชือกรัดตัวกับโคนต้นไม้ในป่า มันถลึงตามองเด็กชายก่อนพูดเยาะเย้ย " เจ้าชายน้อยของเราอึดอัดมากมั้ยนะ เขาอยากได้หมอนหนุนนุ่มๆมั้ยนะ การปฏิบัติพิเศษสำหรับเด็กพิเศษ เจ้าต้องการอย่างนี้ใช่มั้ยล่ะ " " พี่ใส่แล้วเหมือนแม่เลย " ลูซี่ " แม่ไม่ได้ใส่ชุดอย่างนี้ตั้งแต่ก่อนสงคราม " ซูซาน " เอากลับไปฝากแม่มั้ย เสื้อผ้าเต็มลังเลย " ลูซี่ " ถ้าเราได้กลับไปนะ ขอโทษที่พี่เป็นอย่างนี้ เมื่อก่อนเราเคยสนุกด้วยกัน ใช่มั้ย ? " ซูซาน " ใช่ ก่อนที่จะน่าเบื่อนะ " ลูซี่หัวเราะ ฮี่ ๆ " อ้อ งั้นเหรอ " ซูซาน พี่น้องสองสาววิดน้ำใส่กันไม่ถึงกับเปี่ยกโชก ซูซานเดินขึ้นเนินดึงผ้าคลุมจากราวตากเห็นมอ-กริมจึงตกใจแทบช็อค " อย่าคิดหนีอีกล่ะ ข้าตามจนเมื่อยแล้ว จะได้ฆ่าพวกเจ้าตายเร็วๆ " เจ้าหมาป่าแยกเขี้ยวขาววับน้ำลายไหลย้อย ตะกุยขาหลัง สูดหายใจฟืดฟาด " ซูซาน ! " ปีเต้อร์ได้ยินเสียงเป่าเขาของน้องสาวจึงวิ่งเต็มฝีเท้าไปถึงกระโจมริมแม่น้ำ เขาเห็นสัตว์ประหลาดตัวโตราวกับหมี ดูใกล้ๆคล้ายสุนัขพันธุ์อัลเซเชี่ยน กำลังยืนด้วยขาหลัง ขาหน้าตะกายต้นไม้ จ้องงับขาซูซานที่ห้อยดิ้นไปมา แขนเธอเกาะกิ่งไม้ไว้แน่นแต่ไม่มีแรงเหวี่ยงตัวขึ้นไป(คงตกใจมาก) ส่วนลูซี่คล่องตัวกว่าอยู่บนง่ามไม้ปลอดภัย ปีเต้อร์ชักดาบตะเบ็งเสียงเบี่ยงเบนความสนใจ " ถอยไป..! " " เข้ามา เราเคยสู้กันมาแล้วครั้งนึง เรารู้ว่าจิตใจเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหน " มอ-กริม " ปีเต้อร์ ระวังนะ " ซูซานเตือน เซนทอร์นำพลไล่ต้อนหมาป่าสมุนมอ-กริม " เจ้าไม่ต้องลงมือ นี่เป็นการรบของปีเต้อร์ ปล่อยให้เจ้าชายพิสูจน์ความกล้าหาญเถิด " อัสลานโบกอุ้งเท้าหน้าห้ามโอเรียส มอกริม,อ้าปากคำราม ตาลุกแดง กระโจนใส่ร่างปีเต้อร์หมายขย้ำคอหอย ชายหนุ่มเบี่ยงศีรษะ แทงดาบสวนตัดขั้วหัวใจเจ้าสัตว์หน้าขน ซูซานและลูซี่โผกอดพี่ชายด้วยความยินดี ร้องไห้ตื้นตันใจ " ตามมันไป มันจะนำไปหาเอ๊ดมันด์ " อัสลานให้เซนทอร์ปล่อยเชลยสวะ (สัตว์ที่ว่องไวที่สุดชิงความเร็วก่อนสิ้นคำบัญชาราชสีห์ เสียงกีบย่ำ/ตีปีกพรึ่บพรั่บ ฝุ่นตลบ) ก่อนหันมากล่าวกับ .. " ปีเต้อร์ เช็ดดาบซะ ลุกขึ้นเถิดเซอร์ปีเต้อร์ ผู้พิชิตหมาป่า อัศวินแห่งนาร์เนีย " next chapter >> |