นาร์เนีย ,The Chronicles of Narnia ( 2005) : The Lion,The Witch and The Wardrobe,Thai - subtitled,movie script
1
พี่น้องเพเวนซี่หลบภัยสงครามไปอาศัยอยู่ชนบท

1.แม่กอดเอ๊ดมันด์ไว้แนบอก 2.ฝูงบินข้าศึกเหนือน่านฟ้าอังกฤษ     เหนือน่านฟ้ามหานครลอนดอน ฝูงบินทิ้งระเบิดของนาซีเยอรมันครางกระหึ่มยามค่ำคืน ปืนต่อสู้อากาศยาน และสปอตไลท์ส่องขึ้นส่ายหาศัตรูผู้รุกราน
     " เอ๊ดมันด์ ออกมาห่างๆลูก " นางเพเวนซี่ผลักลูกชายคนรองจากหน้าต่างแล้วปิดม่าน " เอ๊ดมันด์ ลูกคิดว่าลูกทำอะไรน่ะ ปีเต้อร์ไปที่หลุมหลบภัยเดี๋ยวนี้ "
     " เร็วสิ เราลงไปแล้ว " ปีเตอร์กระชากแขนเอ๊ดมันด์,น้องชาย
     " แม่ขา " ลูกสาวคนสุดท้องร้องไห้จ้าบนเตียงนอน
     " ลูซี่ เร็วเข้า " ซูซาน,ดึงมือน้องสาว
     " มาเร็วๆ วิ่ง เร็วๆ " ทุกคนวิ่งออกจากบ้านตรงไปยังสนามหญ้าข้างนอก
     " แม่ " ลูซี่ตื่นตระหนก
     " เดี๋ยว พ่อล่ะ " เอ๊ดมันด์ชะงักกลางทาง
     " ผมจะไปตามน้อง " ปีเต้อร์วิ่งตามเอ๊ดมันด์เข้าไปในบ้านอีกคน
     " ปีเต้อร์ กลับมาก่อน " แม่ตะโกน ไซเรนประสานเสียงดังขึ้นยาวนานก่อนเครื่องบินทิ้งระเบิด
     " เอ๊ด มานี่..! หมอบลง " ปีเต้อร์ผลักน้องชายคว่ำลงพื้นขณะระเบิดตูมนอกหน้าต่างบ้าน " เจ้าโง่วิ่งสิ ออกไปเร็ว "
     เอ็ดมันด์คว้ากรอบรูปถ่ายบิดาติดมือ
     " เร็วเข้าสิ เร็วๆ " แม่เปิดฝาทางลงบังเกอร์ใต้ดิน
     " นายไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลยนอกจากตัวเอง " เอ๊ดมันด์บ่น หลังจากกระโจนหมอบกับพื้น
     " นายจะทำให้เราตายกันหมด " ปีเต้อร์เถียง
     " พอเถอะน่า .. ไม่เป็นไรลูก " นางจ้องมองเอ๊ดมันด์ครวญเจ็บแผลที่โคนขา กระจกกรอบรูปพ่อแตกผ่ากลาง
     " นายไม่เคยทำตามคำสั่งเลย " ปีเต้อร์ว่าแล้วปิดประตูโครม

     สถานีรถไฟลอนดอน ผู้คนแน่นขนัดเตรียมอพยพลี้ภัยสงครามทางอากาศ
     " ลูกต้องติดป้ายชื่อเอาไว้นะจ๊ะ อบอุ่นดีแล้วนะ? ดีจ้ะ " แม่
     " ถ้าพ่ออยู่ พ่อไม่ส่งเราไปที่อื่นหรอก " เอ๊ดมันด์
     " ถ้าพ่ออยู่ก็แสดงว่าสงครามสงบ เราก็ไม่ต้องไปไหน " ปีเต้อร์
     " ลูกต้องเชื่อฟังพี่ปีเต้อร์นะ เอ๊ดมันด์ " นางโผกอดปีเตอร์,ลูกชายคนโตขณะเอ๊ดมันด์หน้ามุ่ย " สัญญากับแม่ว่าจะดูแลน้องๆ "
     " ได้ครับแม่ "
     " เด็กดี " หันไปทางลูกสาวคนโต ตบหลังเบาๆ " ซูซาน เป็นเด็กดีนะ เอาล่ะไปกันได้แล้ว "
     " ขึ้นรถครับ ทุกท่านขึ้นรถไฟได้แล้ว " นายสถานีรถไฟบอก
     " ปล่อยฉันสิ ฉันขึ้นรถไฟเองเป็นน่ะ ปล่อนฉันนะ " เอ๊ดมันด์ขุ่นเคืองใจพี่ชายที่มักเห็นเขาเป็นเด็กจอมยุ่งและอ่อนแอ
     ปีเต้อร์ชายตามองเห็นทหารหนุ่มเดินตบแถวตรงชานชาลา
     " ตั๋วโดยสารด้วยค่ะ ขอตั๋วด้วยค่ะ ขึ้นรถได้ "
     " ขอบคุณ " ซูซาน
     " มาเถอะ ลูซี่ เราพี่น้องต้องอยู่ด้วยกัน แล้วทุกอย่างจะดีเองนะ " ปีเต้อร์ดึงแขนน้องสาวตอนชะเง้อคอมองหาแม่
     " ลาก่อนลูก " มารดาโบกมือให้ รถไฟค่อยๆเคลื่อนขบวน
     " ลาก่อน เราจะคิดถึงแม่ หนูรักแม่ แล้วเจอกันค่ะ "
     " เขียนถึงเราด้วยนะ " ปีเต้อร์


ความเงียบเหงาน่าเบื่อหน่ายในคฤหาสน์หลังใหญ่     สถานีรถไฟกูสเซ่ รกร้างปราศจากหลังคา เมื่อ 4 พี่น้องมาถึงแถบชนบทของมหานคร ตรงป้ายถนนดูมบี ฮัลท์ พอเด็กๆเห็นรถยนต์ขับผ่านต่างถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าวิ่งลงมา แต่มันกลับขับเลยไป
     " ศจ.รู้นี่ว่าเราจะมา เราแขวนป้ายชื่อผิดรึเปล่า " เอ๊ดมันด์งง
     สักพักมีรถม้าวิ่งเหยาะแหยะมาใกล้ หญิงชราลงแส้ม้าเทียมรถลาก(เกวียน) ตะเบ็งเสียง " เอ้า เร็วเข้า เอาล่ะ หยุด .. หยุด "
     " คุณนายแม็คเครดี้ " ปีเต้อร์
     " เกรงว่าจะใช่ มีกันแค่นี้เหรอ เอาอะไรมาอีกรึเปล่า "
     " เปล่าครับ " ปีเต้อร์หลุบตาลงต่ำ
     " เรามากันแค่นี้ " ลูซี่พยักหน้าหงึกๆ
     " มาน้อยก็ดี ไปเร็ว ดีมาก ไปเร็วๆ เร็วหน่อยสิ " คุณนายแม็คเครดี้รับเด็กๆนั่งบนแคร่ก่อนเฆี่ยนม้าลากไปสู่จุดหมาย
     ปราสาทของศาสตราจารย์ชราภาพที่พักพิงของเด็กๆอยู่ในชนบทห่างจากสถานีรถไฟร้างราว 10 ไมล์
     " ศจ.เคิร์กไม่คุ้นเคยกับการมีเด็กๆอยู่ในบ้าน บ้านนี้มีกฎระเบียบที่เธอต้องปฏิบัติตาม ห้ามตะโกนเสียงดัง ห้ามวิ่งโครมคราม ห้ามใช้ลิฟท์ส่งอาหารพร่ำเพรื่อ ห้ามจับปฏิมากรรมทางประวัติศาสตร์นะ " หญิงชราตวาด ซูซานรีบหดมือ " และที่สำคัญที่สุด ห้ามใครรบกวนท่านศาสตราจารย์ "

     เครื่องบินรบเยอรมันจู่โจมอังกฤษระลอกใหญ่เมื่อคืนนี้ กระหน่ำบุกเป็นเวลาหลายชั่วโมง .. ข่าววิทยุรายงานสถานการณ์
     " ผ้าปูที่นอนคันจัง " ลูซี่เกาแขน
     " สงครามสงบแน่ ลูซี่ ไม่นานเราจะได้กลับบ้าน " ซูซานเปรย
     " ใช่ ถ้ายังมีบ้านอยู่นะ " เอ๊ดมันด์ป่วน
     " เธอต้องเข้านอนแล้วไม่ใช่เหรอ " ซูซานแหวใส่
     " ครับคุณแม่ " เอ๊ดมันด์จ๋อย
     " เอ๊ด น้องเห็นข้างนอกแล้วนี่ ที่นี่กว้างจะตายเราจะทำอะไรก็ได้ พรุ่งนี้ต้องสนุกแน่ๆ จริงๆนะ " ปีเตอร์บอก

     วันต่อมาฝนตกจั่กๆ
     " แก๊สโตรวาสคูลาร์ ตอบสิ ปีเต้อร์ แก๊สโตรวาสคูลาร์ " ซูซานถาม
     " ภาษาละตินเหรอ "
     " ใช่ "
     " เกมทายภาษาละตินน่าเบื่อที่สุดในโลก " เอ๊ดมันด์
     " เล่นซ่อนหากันมั้ยล่ะ " ลูซี่เสนอ
     " ตอนนี้เราก็สนุกกันจะตายชัก " ปีเตอร์รู้สึกเนือยๆ
     " เถอะนะพี่ปีเตอร์ เล่นนะ นะๆ " ลูซี่คะยั้นคะยอ
     " 1 .. 2 .. 3 .. 4 .. " ปีเตอร์ลุกขึ้นยืนใช้มือก่ายหน้าผากหันหน้าพิงผนังหลับตาเริ่มนับ " .. 24 .. 25 .. 26 .. "
     ซูซานแอบนอนในหีบใบใหญ่ เอ๊ดมันด์กับลูซี่วิ่งขึ้นไปชั้นบน
     " ฉันจองตรงนี้ก่อนนะ " เอ๊ดมันด์แย่งอยู่หลังม่าน


ทัมนุส,ฟอนผู้ใจดีพาลูซี่ไปที่ถ้ำของเขา

เสาตะเกียงโบราณกั้นเขตแดนมนุษย์โลกกับนาร์เนีย     ลูซี่เปิดเข้าไปในห้องกว้างมีตู้ใบใหญ่ถูกคลุมด้วยผืนผ้าขาวตั้งอยู่เดี่ยวๆ พอดึงผ้าออกจะเห็นว่ามันทำด้วยไม้สักแกะลวดลายวิจิตรบรรจง ลูกเหม็น 2-3 ลูกกลิ้งตกลงมาตอนเปิด ลูซี่ซ่อนอยู่ข้างในโดยแง้มบานประตูไว้ กระเถิบตัวถอยแหวกเสื้อขนสัตว์พอจะพิงฝาหลังก็ปะทะกิ่งไม้จับเกล็ดน้ำแข็ง หิมะตกโปรยปรายกลายเป็นอีกโลกหนึ่ง ไม่ว่าจะมองไปแห่งหนใดมีแต่สีขาวโพลนห่มถนนหนทาง ป่าไม้ ภูเขา ยกเว้นเสาไฟตะเกียง
     ลูซี่ได้ยินเสียงสวบสาบคล้ายกับใครเดินอยู่ไม่ห่าง พอหันหน้าไปเจอกันต่างก็ตกใจ หนูน้อยหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลส่งคืนเจ้าของ " เมื่อกี้คุณแอบหนูเหรอคะ "
     สัตว์ประหลาดค่อยๆเผยตัวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ เท้าเขาเป็นกีบคล้ายแพะ ช่วงบนเป็นมนุษย์มีหูแหลม เขางอกตรงศีรษะ " เปล่าๆ คือข้า (ย่องเก็บของบางสิ่งที่ตกอยู่พื้นหิมะ) ข้าแค่ .. ไม่อยากให้เจ้าตกใจ "
     " ถ้าหนูถามคุณจะว่าอะไรมั้ยคะ คุณเป็น ตัว อะไร? "
     " คือข้าเป็น ฟอน เจ้าล่ะ? เป็นคนแคระที่ไม่มีเครารึ "
     " หนูไม่ใช่คนแคระนะ หนูเป็นเด็กผู้หญิง หนูเนี่ยสูงที่สุดในห้องแล้ว "
     " เจ้าจะบอกว่าเจ้าเป็นธิดาแห่งอีฟ? "

     " แม่หนูชื่อ เฮเลน "
     " ใช่ แต่จริงๆแล้วเจ้าเป็นมนุษย์ "
     " ใช่หนูเป็นมนุษย์ "
     " เจ้ามาทำอะไรที่นี่ "
     " หนูเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่ห้องว่าง "
     " ห้องว่าง อยู่ใน นาร์เนีย เหรอ? "
     " นาร์เนียคืออะไรคะ "
     " ก็ที่ๆเจ้าอยู่นี่ไงล่ะ ทุกอย่างตั้งแต่เสาไฟถึงปราสาทแห่ง แคร์ พาราเวล ฝั่งทะเลตะวันออก ไม้และหินทุกก้อนที่เจ้าเห็น เกล็ดน้ำแข็งทุกเกล็ดคือ นาร์เนีย "
     " ตู้เสื้อผ้าใบนี้มโหฬารจริงๆ "
     " ตู้เสื้อผ้าเหรอขอโทษนะ ข้าขอแนะนำตัวเองข้าชื่อ ทัมนัส "
     " ยินดีที่รู้จักคุณค่ะ คุณทัมนัส หนูชื่อ ลูซี่ เพเวนซี่ .. เขย่ามือกันสิ "
     " เขย่าทำไม? "
     " หนูก็ไม่รู้หรอก มนุษย์จะเขย่ามือเวลาเจอกันค่ะ " 
     " ถ้างั้น ลูซี่ เพเวนซี่ ผู้มาจากนครตู้เสื้อผ้าที่ส่องสว่างในดินแดนแห่งห้องว่างสุดมหัศจรรย์ เอางี้ดีมั้ย เจ้าไปกินน้ำชากับข้ามั้ยล่ะ " ฟอนกางร่มออก
     " ขอบคุณมากที่ชวน แต่หนู หนูน่าจะกลับไปซะที "
     " บ้านข้าอยู่ตรงนี้เอง มีเตาผิงไฟลุกโชติช่วง มีขนมปังปิ้ง น้ำชากับขนมเค้ก แล้วบางทีเราอาจจะกินปลาซาร์ดีนด้วยนะ "
     " ไม่รู้ซีคะ "
     " ไปเถอะ ใช่ว่าข้าจะเจอเพื่อนใหม่ทุกวันนะ "
     " งั้นหนูไปสักเดี๋ยวคงไม่เป็นไรมั้ง ถ้าคุณมีปลาซาร์ดีนนะ "
     " มีให้กินเพียบเลยละ .. ไปอีกไม่ไกลเราก็จะได้นั่งที่อุ่นๆแล้ว เจ้าไม่เป็นไรนะ .. ถึงแล้วล่ะ เข้ามาสิ เชิญก่อนเลย "
     " ให้หนูช่วยถือมั้ยคะ "
     " ขอบคุณมาก .. นั่นรูปบิดาข้า "
     " เขาดูดีจังเลย หน้าตาเหมือนคุณมากค่ะ "
     " เปล่า ข้าไม่เห็นเหมือนเขาเท่าไหร่หรอก " ฟอนทำหน้าละห้อย
     " พ่อหนูไปรบในสงคราม "
     " พ่อข้าก็ไปรบในสงครามเหมือนกัน แต่มันนานมากแล้วล่ะก่อนฤดูหนาวเย็นแสนน่าเบื่อ "
     " ฤดูหนาวก็ไม่แย่นะ เราจะได้เล่นสเก็ตน้ำแข็ง ขว้างหิมะ(ลู่ซี่มองชั้นหนังสือมีชื่อเล่ม ฤามนุษย์เป็นเพียงเรื่องเล่าขาน )แล้วก็คริสต์มาส "
     " ไม่มีหรอก ที่นี่ไม่มีคริสต์มาสมานานเป็นร้อยปีแล้ว "
     " อดได้ของขวัญมาตั้ง 100 ปีแล้วเหรอ "


ทัมนัสจำต้องทำตามบัญชาของราชินีขาวในการจับมนุษย์ไปบูชายัญ     " ฤดูหนาวยาวนานไม่มีคริสต์มาส ที่นี่เป็นฤดูหนาวเสมอแต่เจ้าจะรักฤดูร้อนในนาร์เนียนะ เราพวกฟอนจะเต้นรำกับนางไม้ตลอดคืน เต้นกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ( รินน้ำนมใส่แก้วเพิ่มให้ลูซี่ ) เสียงดนตรีช่างแสนไพเราะ เจ้าอยากฟังมั้ยล่ะ "
     " อ๋อ ก็ดีสิคะ "
     " เอาล่ะ เจ้าคุ้นกับเพลงกล่อมเด็กนาร์เนียมั้ย "
     " ไม่ค่ะ โทษที "
     " งั้นดีเลยเพราะเพลงนี้ไม่เหมือนเพลงกล่อมเด็กที่ไหนเลย " ทัมนัสเป่าขลุ่ย
     เปลวไฟในเตาผิงเปลี่ยนไปเป็นรูปอัศวินนักรบควบม้าไล่ล่ากวาง แล้วกลายเป็นชาวนาร์เนียเต้นรำรอบกองไฟ ลูซี่ค่อยๆเคลิ้มหลับ เปลวไฟแปรเป็นใบหน้าสิงโตคำรามเทียนในห้องดับมืดสนิท ลูซี่ผวาตื่น
     " ต้องกลับซะที " ลูซี่หายงัวเงีย
     " เจ้ากลับไม่ได้แล้ว ข้าเป็นฟอนที่เลวมาก "
     " ไม่จริงหรอก คุณเป็นฟอนที่ดีที่สุดเลย "
      " งั้นข้าว่าเจ้าคงเจอแต่ฟอนที่นิสัยแย่มากๆ " ทัมนัสน้ำตาซึม
     " คุณไม่ได้ทำอะไรแย่อย่างนั้น " ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
     " มันไม่ใช่เรื่องที่ข้าเคยทำหรอก ลูซี่ เพเวนซี่ มันคือสิ่งที่ข้ากำลังทำอยู่ "
     " คุณทำอะไรเหรอ " ถอยห่างจากมิตรใหม่
     " ข้าลักพาตัวเจ้า ตามคำสั่ง แม่มดขาว นางสาปให้นาร์เนียเป็นฤดูหนาวตลอดกาล นางสั่งไว้หากเราเจอมนุษย์หลงอยู่ในป่าให้จับตัวไปส่งนาง "
     " คุณคงจะไม่ส่งหนูไปใช่มั้ย หนูนึกว่าคุณเป็นเพื่อนหนู "
     ทัมนัสดึงมือลูซี่วิ่งออกจากระท่อม " นางรู้แล้วว่าเจ้าอยู่ที่นี่ นางมีสายลับอยู่เต็มป่า แม้แต่ต้นไม้ก็เป็นพวกของนาง จากนี้เจ้าไปเองได้แล้วใช่มั้ย "
     " ไปได้ค่ะ คุณไม่เดือดร้อนนะ? "
     " ข้าขอโทษ ข้าขอโทษจริงๆ " ใช้ผ้าเช็ดหน้าปาดน้ำตาอีกหนก่อนยื่นส่งคืนลูซี่
     " เก็บไว้เถอะ คุณจำเป็นต้องใช้มันมากกว่าหนู "
     " ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูซี่ เพเวนซี่ ข้าก็ดีใจที่ได้พบเจ้า เจ้าทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นในรอบร้อยปี รีบไปเถอะ ไปสิ "

     " 99 .. 100 เอารึยัง จะโป้งล่ะนะ ! " ปีเต้อร์
     " ไม่เป็นไร หนูกลับมาแล้ว หนูไม่เป็นไร " ลูซี่โผล่พรวด
     " เงียบซี่ ปีเต้อร์ ตรงมาแล้ว " เอ๊ดมันด์แหวกผ้าม่านบอก ส่ายหัวอารมณ์เสีย
     " น้องคงลืมมั้งว่าซ่อนหาต้องเล่นยังไง " ปีเต้อร์
     " หนูหายไปพี่ไม่ห่วงเหรอ "
     " เธอก็ต้องหายไปสิ เขาจะได้ตามหาเธอไง " เอ๊ดมันด์
     " อย่างนี้ฉันก็ชนะสิ " ซูซานแจม
     " ฉันว่าลูซี่ไม่อยากเล่นแล้วล่ะ " ปีเต้อร์
     " หนูหายไปตั้งหลายชั่วโมง "
     ซูซานแหวกเสื้อขนสัตว์ที่แขวนในตู้พิศวงไปเจอผนังไม้ เอ๊ดมันด์ไล่เคาะรอบๆ " ในนั้นมีแต่ฝาตู้ไม่มีป่า "
      " เล่นทีละเกมเถอะเราไม่ได้จินตนาการอย่างน้องนะ " ปีเตอร์
     " หนูไม่ได้จินตนาการไปเอง "
     " เลิกพูดเถอะลูซี่ "
     " หนูไม่ได้โกหกนะ ! " ลูซี่ร้องลั่น ใบหน้าเหยเกจะร่ำไห้
     " ฉันเชื่อเธอเอ้า " เอ๊ดมันด์
     " พี่เชื่อเหรอ "
     " เชื่อสิ ฉันยังเจอสนามฟุตบอลในตู้ที่ห้องน้ำเลย "เอ๊ดมันด์ประชด
     " โธ่ นายเลิกแกล้งน้องซะทีได้มั้ย นายต้องให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตถึงจะพอใจใช่มั้ย " ปีเต้อร์ดุ
     " ก็แค่แซวเล่น ! " เอ๊ดมันด์
     " เมื่อไหร่นายจะโตซะที " ปีเต้อร์ย้อน
     " เงียบเถอะ ด่าซะยังกับพ่อ นายไม่ใช่พ่อฉันนะ " ว่าแล้วเอ๊ดมันด์เผ่นหนี
     " ปกครองน้องได้ดีจริงนะ " ซูซานรีบออกไป
     " แต่ .. มันอยู่ในนั้นจริงๆนะ " ลูซี่ยืนกราน
     " จริงอย่างซูซานว่าไว้ลูซี่ เลิกพูดเถอะ "

ทัมนุสพาลูซี่หลบหนีจากถ้ำที่อยู่ของเขากลับสู่ตู้พิศวง

     next chapter >>

  chapters [ 1 ] [ 2 ] [3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ]   

Narnia webboard Chistianity  Harry Potter Pages  NarNiaWorld   NarNiaWeb  gallery1.  gallery2. 
NarNiaFans
 NarNia Feature  NarNia Resources    The Call : เพลงประกอบหนัง นาร์เนีย ภาค 2

  -: Star Storyboard :-
Pirachan : พิรฌาน