i write therefore i am,ฟังเพลง,ดนตรี,หนังสือ,ภาพยนตร์,books,music,film,movies,toa,zen,Thai
1i
what the dog saw - malcolm gladwell เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นinGenius Tin Seelig วิชาความคิดที่คุ้มค่าหน่วยกิตที่สุดในโลก

     ทีน่า ซีลิก บอกมีนักศึกษาสนใจเรียน นวัตกรรม และ ความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มขึ้นเกินกว่าชั้นเรียนจะรับได้ เธอได้รับเมล์จากนักศึกษาพลาดการคัดเลือกว่า เขาเรียนหนักมากกว่าจะได้รับทุนมาเรียนต่อที่สแตนฟอร์ด แต่ไม่เคยได้เรียนในวิชาที่ตัวเองชอบอย่างนี้ ซีลิกบอกให้เขาทดลองมานั่งเรียนดูในชั่วโมงต้นๆ เพราะสัปดาห์แรกมักจะมีคนถอนชื่ออยู่เสมอ เขารู้สึกหมดหวังไปก่อน เดาเอาว่าวิชานี้คงมีคิวแน่น เธอพยายามหาทางช่วย เขากลับไม่ยอมรับเสียเอง ต่างจากนักศึกษาอีกคนที่มาฟังเลคเชอร์แล้วประทับใจในชั่วโมงแรก จึงขอมาเรียนครั้งต่อไป บังเอิญมีนักศึกษาขอถอนชื่อ เธอจึงได้ลงทะเบียนเรียนจริง นักศึกษาสองคนนี้มีความฉลาดเฉลียวแต่ทัศนคติต่างกันลิบลับ .. ผู้คนส่วนใหญ่มักจะยอมแพ้ก่อนหาทางออกให้พบ ปัญหาไม่ว่าจะใหญ่ หรือ เล็กบางครั้งคล้ายผงเข้าตา ถ้าคุณเชื่อว่าไม่มีทางเป็นไปได้ มันจะกลายเป็นอย่างคุณเชื่อในที่สุด

     แรนดี้ ซักเคอร์เบิร์ก หัวหน้าทีมการตลาดเฟซบุ๊กบอก คนเราเห็นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็น ถ้าคุณมองตัวเองว่ามีความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียแปลกใหม่มักจะมีแนวโน้มบังเกิดขึ้นกับคุณ เธอลองเปลี่ยนชื่อเป็นแผนกการตลาดเชิงสร้างสรรค์ ส่งผลทางจิตวิทยาต่อพนักงานทันที พวกเขากำหนดบทบาทตัวเองใหม่กลายเป็นศูนย์กลางบริษัท ปรับปรุงพื้นที่ทำงาน เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ เพิ่มงานศิลปะ และ ออกแบบตกแต่งเพื่อสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์ และ จินตนาการของพวกเขา พร้อมเปิดรับโครงการใหม่ๆเข้ามามากมาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองมีหน้าที่คิดไอเดียต่างๆ มันคือการปลดล็อกตัวเอง เลือกบทบาทที่ตัวเองอยากเล่นแทนที่จะคอยทำอะไรตามสั่ง การเปลี่ยนชื่อแผนกนิดเดียวช่วยเร่งปฏิกริยาพนักงานได้ผลเกินคาด

     ศจ.บาบา ชีฟ บอกบางคนกลัวว่าจะล้มเหลวขณะเดียวกันก็กลัวพลาดโอกาสด้วย ทางออกสำหรับคนกลุ่มนี้คือเริ่มต้นเผชิญกับความท้าทายเล็กๆก่อน เมื่อฝ่าด่านเอาชนะได้จนรู้สึกมั่นใจตัวเองค่อยตลุยสู้กับป้อมปราการขนาดใหญ่ ตัวอย่างของคนที่มีแรงผลักดันให้ประสบความสำเร็จโดยเต็มใจต่อสู้กับอุปสรรคใหญ่หลวงจนบรรลุเป้าหมายคือ ศจ.นพ.จอห์น แอดเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมประสาท ท่านใช้เวลา 18 ปี ค้นคว้า และ ประดิษฐ์มีดไซเบอร์ใช้ผ่าตัดเนื้องอกในสมองทุกรูปแบบได้แม่นยำ อาศัยภาพเอ็กซเรย์ดิจิตอลแบบเรียลไทม์ ซ้อนภาพซีทีสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ศัลยแพทย์ฉายรังสีไปยังเนื้องอกจากทิศทางต่างๆโดยไม่ใช้โครงเหล็กยึดศีรษะอีกต่อไป

     ปีเตอร์ เอช ไดอาแมนดิส ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเอ็กซไพรซ์ ตั้งโจทย์ปัญหายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บางเรื่องแทบไม่มีทางออก จากนั้นเขาเชื้อเชิญทุกคนให้มาร่วมกันแก้โดยมีเงินรางวัลก้อนใหญ่สำหรับผู้คิดทำสำเร็จ เขามองเห็นว่าโลกนี้เต็มไปด้วยโอกาส และ ไม่มีปัญหาใดๆหนักหนาเกินกว่าจะรับมือไหว กฏของเมอร์ฟี่บอก สิ่งใดก็ตามที่ผิดพลาดได้ มันก็จะผิดพลาด ปีเตอร์ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างง่ายดายเขาเขียนใหม่ สิ่งใดก็ตามที่ผิดพลาดได้ จงแก้ไขให้มันถูกเสียสิ ถ้าคุณเชื่อว่ามีทางออก คุณมีแนวโน้มที่จะดิ้นรนไปพบทางออกนั้นจริงๆ สมกับที่เฮนรี่ ฟอร์ด กล่าว .. ไม่ว่าคุณจะคิดว่าทำได้ หรือ ทำไม่ได้ คุณคิดถูกทั้งนั้น

     *ย่อจาก inGenius - Tina Seelig วิชาความคิดที่คุ้มค่าหน่วยกิตที่สุดในโลก : ทีน่า ซีลิก-เขียน พรรณี ชูจิรวงศ์-แปล


     ริดลี่ย์ สก็อตต์ ผู้กำกับลายครามชื่อดังจากเรื่อง เอเลี่ยน (1979) เบลด รันเนอร์ (1982) แกลดิเอเตอร์ (2000) .. และ โพมีธีอุส (2012) ได้สร้างผลงานอลังการซึ่งจะนำพาเขาเข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมเป็นหนที่สี่ และ อาจคว้าออสการ์มาครอง กับ ตำนานพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ว่าด้วยเรื่องราวของโมเสส และ การแสดงอภินิหารของพระเจ้า กับหนังมหากาพย์ด้านภาพ และ เทคนิคสุดพิเศษ ท่ามกลางหนังฮอลลีวู้ดระดับบล็อกบัสเตอร์ทุนสร้างสูง ประเภทแอ็กชั่นแฟนตาซี-ซูเปอร์ฮีโร่ ไม่งั้นก็เป็นหนังไซไฟครอบจักรวาล อาศัยคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ถ่ายทำตัวละครบนจอกรีนสกรีน ต่างกับสมัยก่อนที่นิยมถ่ายทำในสถานที่จริง ห่างไกลความสะดวกสบาย แร้นแค้นแสนลำบาก แต่ให้ภาพสมจริงยิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตาอย่าง ลอว์เรนซ์ ออฟ อาระเบีย (1962) หรือ ด็อกเตอร์ชิวาโก (1965) ของ เดวิด ลีน หนังอีพิคอย่างนี้แทบสูญหายไปจากสารบบจนกระทั่งการมาถึงของ เอ็กโซดัส : ก็อดส์ แอนด์ คิงส์

     ผู้กำกับอาวุโสวัย 77 ปี บอกหากเปรียบเทียบในแง่ทุนสร้าง หรือ สเกล มันคืออภิมหาโปรเจกต์ของเขา แต่เขาทำมันให้เป็นเรื่องธรรมดาจากมุมมองของตัวละครเอง เหมือนแกลดิเอเตอร์ซึ่งมีสโคปใหญ่โตแต่มันเดินเรื่องจากสิ่งเล็กน้อย คือการแก้แค้นส่วนตัวแล้วเชื่อมต่อกับตัวละครอื่นแบบจิ๊กซอว์ ชื่อหนังเริ่มต้นมีปัญหาลิขสิทธิ์กับสตูดิโอเอ็มจีเอ็ม ทั้งที่เขาอยากเรียกสั้นๆ ในอีกแง่หนึ่งสังคมโลกเคยเชื่อถือพระเจ้ามากกว่าพันองค์ก็ไม่แปลกอะไรหากจะต่อท้ายชื่อหนังด้วย ก็อดส์ แอนด์ คิงส์ .. ผู้กำกับมีความทะเยอทะยานสูง และ ไม่ครั่นคร้ามต่อสิ่งใด มันกลายเป็นฝันร้ายของทีมงานเมื่อเดินทางไปถ่ายทำหลายประเทศ มีคนเป็นร้อยพูดภาษาต่างกัน ไม่นับรวมสิงสาราสัตว์ สภาพแวดล้อมที่บ้าคลั่งของพายุทราย หรือ ฝนฟ้าตกกระหน่ำ เขาอึดสู้ไม่ถอยใช้เวลาถ่ายทำรวดเร็วเพียง 74 วัน ภารกิจนี้หนักหนาสาหัสราวกับโมเสสแบกรับไว้

     ปัญหาต่อมาคือทีมนักแสดงเมื่อเผยแพร่ผ่านสื่อเกิดกระแสต่อต้านในโลกออนไลน์ว่าไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ เหยียดสีผิว เพราะตัวละครนำแสดงมีสถานะสูงส่งรับบทโดยคนผิวขาว ส่วนบททาสต่ำต้อยเป็นนักแสดงผิวสี คริสเตียน เบล แสดงเป็น โมเสส ผู้ปลดปล่อยชาวฮิบรูจากการตกเป็นทาสพวกอียิปต์ ,โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน โกนหัวโล้นเลี่ยนเพื่อรับบท ฟาโรห์รามเสส ที่ 2 ,แอรอน พอล นักแสดงซีรี่ย์เป็น โจชัว ผู้นำชาวฮิบรู ,เบน คิงสลี่ย์ เป็น นัน ทาสชาวฮิบรู แค่เห็น ซิเกอร์นี่ย์ วีเวอร์ เล่นเป็นราชินีอัฟริกันก็แทบม้วนสื่อแล้ว น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น เดอะ ไวท์ เอ็กโซดัส ซะเลย .. พาลไปถึงโมเสสเวอร์ชั่นคลาสสิกอย่าง บัญญัติสิบประการ ที่ใช้นักแสดงผิวขาวล้วนๆก็พอกล้อมแกล้มได้ว่ายุคนั้นขาดนักแสดงมีฝีมือ สังคมไม่เปิดโอกาสให้คนผิวสี ริดลี่ย์ สก็อตต์ ยืนยันเขาคัดเลือกนักแสดงตามความสามารถ และ ความเหมาะสม

     ปี 2014 จัดว่าเป็นปีทองแห่งไบเบิ้ลในฮอลลีวู้ดเพราะมีหนังฉายอยู่หลายเรื่อง เช่น ซัน ออฟ ก็อด, โนอาห์, เฮฟเว่น อีส ฟอร์ รีล, แมรี่, มาเธอร์ ออฟ ไครสต์ .. หนังแบ่งออกเป็นสองแนวคือ ตอบสนองศรัทธา หรือ ตอกย้ำมายาคติให้น่าเลื่อมใส และ ตีความไปจากเนื้อหาดั้งเดิมของไบเบิ้ล หรือ ความเชื่อของชาวคริสเตียน ซึ่งต่างก็ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ หรือ คำสาปแช่ง โดยเหล่าสาวกฮาร์ดคอร์ หรือ ไม่ก็ถูกนักวิจารณ์รุมสับ คริสเตียน เบล บอกบทโมเสสที่เขาแสดงคล้ายคนป่าเถื่อน จิตป่วย เขามีความรู้ไบเบิ้ลแค่ขั้นพื้นฐาน อาจต่ำกว่าโรงเรียนสอนศาสนาวันอาทิตย์ เขาดู ชาร์ลตัน เฮสตัน แสดงบัญญัติสิบประการ ดูกลุ่มมอนตี้ไพธอนแสดงแนวเบาสมอง สารคดีของ เมล บรู๊ค เพื่อเป็นแนวทาง ไม่ลอกเลียน และ ไม่หลุดออกจากบท เบลอ่านหนังสือเกี่ยวกับโมเสสหลายเล่มจึงเข้าใจแก่นแท้ เข้าถึงพันธสัญญาเก่าสุดขีด

     โลเกชั่นทะเลแดงสร้างขึ้นที่ฟูเออร์เตเวนทูรา พื้นที่เกิดจากภูเขาไฟห่างจากชายฝั่งแอฟริการ่วมร้อยกิโลเมตร มีชายฝั่งทอดตัวยาว กว้างขวาง และ ห่างไกลผู้คน ภูเขาหินตั้งตระหง่านบนพื้นแทงยอดเสียดท้องฟ้าสีเทา เฮลิคอปเตอร์บินวนกับกล้องวีแคมถ่ายภาพผ่านเสาสีเขียวปักเป็นแถวยาวเสมือนแนวปะทะกับมหาสมุทรแอตแลนติก กับ ก้อนหินปลอมทำจากโฟม คือจุดอ้างอิงในการทำสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ กลุ่มนักแสดงนับสิบควบม้าผ่านไป สมทบด้วยผู้อพยพชาวฮิบรู ฝูงแพะ และ เด็กน้อยท่าทางเซื่องซึม ฝุ่นทะเลทรายโปรยปรายออกมาผสมกับละอองน้ำเค็ม ทุกคนกระชับผ้าพันคอปิดปาก ก้านเครนหมุนไปประจำตำแหน่งตั้งต้น ผู้ช่วยผู้กำกับสั่ง แอ็กชั่น! ฝูงม้าวิ่งกระโจนไปตามชายฝั่งอย่างรวดเร็ว

     *ย่อจาก นิตยสาร starpics no.847 november 2014 และ นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1173 ปักษ์แรก ธันวาคม 2557

     Exodus : Gods and Kings (2014) : เอ็กโซดัส : ก็อดส์ แอนด์ คิงส์


     อย่าบอกว่าเธอโดดเดี่ยวเชียวนะ เพียงแค่เอาปัญหาของเธอมาสุมไว้ที่ฉัน และฉันจะรออยู่ที่นั่นเพื่อเธอ ดวงดาวยังมีวันอับแสง เมื่อเธอเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ เธอรู้ว่ามีใครคนหนึ่งที่สามารถพึ่งพาได้

     เมื่อสายตาเธอเริ่มพร่ามัว เธออย่ากังวล ฉันจะเป็นดวงตามองแทนให้ มันเป็นสิ่งเล็กน้อยที่ฉันสามารถทำได้ เพราะเมื่อตอนฉันล้มลง เธอช่วยดึงฉันขึ้นมา

     แล้วเธอจะรู้ว่า ฉันจะนำพาเธอ ฉันจะพาเธอไป ฉันจะช่วยพาเธอไป

     ฉันรู้ว่ามันเป็นค่ำคืนที่แสนยาวนาน แต่ฉันอยู่นี่ มันจะเรียบร้อย ฉันไม่ข้องใจที่จะเดินติดตามเธอ เราจะก้าวเดินแต่ละก้าวไปด้วยกัน จนกว่าเธอจะกลับสู่ใจกลาง เธอรู้ว่าฉันรู้จักตัวเธอเองดี

     เหมือนกับเธอกำลังวิ่งต่อเนื่องหลายชั่วโมง และ หายใจไม่ออก พวกปีศาจกรีดร้องก้องดังอยู่ในหัว เธอรู้สึกเหนื่อย ใจสลาย ถูกทำร้าย ทารุณ แต่ไม่มีอะไรหนักหนาสาหัสเกินไป เพียงโอบกอดฉันไว้

     แล้วเธอจะรู้ว่า ฉันจะนำพาเธอ ฉันจะพาเธอไป ฉันจะช่วยพาเธอไป

     Carry You - Union J : music & lyrics แปลเพลง

     เราอยู่ห่างไกลความสะดวกสบายหลายพันไมล์ เราเดินทางข้ามปฐพี และ มหาสมุทร แต่ตราบใดที่เธออยู่กับฉัน ไม่มีที่ใดซึ่งฉันอยากอยู่มากไปกว่านี้ ฉันจะรอคอยไปตลอดกาล ยินดีอยู่ในฉากหลัง ตราบใดที่เธออยู่กับฉัน หัวใจฉันยังคงเต้นร่ำหา

     ทุกจังหวะก้าวเดินของเรา จากเกียวโตไปถึงอ่าว ย่างก้าวไปตามปกติ ถึงเราจะแตกต่างแต่มีจุดเหมือน ฉันจะเรียกชื่อเธอใหม่ เติมพลังเข้าไป

     ถ้าเธอให้โอกาสฉัน ฉันจะรับเอาไว้ มันเสี่ยงขนาดไหนฉันก็จะทำ ฉันล่วงรู้ทุกห้องหัวใจของเธอ ว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันอับอาย เมื่อฉันอยู่กับเธอ ไม่มีที่ใดซึ่งฉันอยากอยู่มากไปกว่านี้ ไม่มีที่แห่งหนใดน่าอยู่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว

     เราปฏิบัติภารกิจร่วมค้นหาความสงบสุขทางใจ ทำมันให้ยั่งยืน จะได้ไม่มีอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบ กินอยู่กับเธอช่างง่ายดาย ความพอเพียงอันศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่มีที่ใดซึ่งฉันอยากอยู่มากไปกว่านี้

     Rather Be - Clean Bandit : music & lyrics แปลเพลง

     มันคือช่วงเวลาสวยงามที่สุดของปี แสงไฟประดับตามท้องถนนเปล่งประกายแห่งความสุขมากมาย ฉันน่าจะไปเล่นหิมะในฤดูหนาว แต่ฉันคลอเคลียหวานใจใต้ต้นมิสเซิลโท

     ฉันไม่อยากพลาดวันหยุดอยู่กับครอบครัว แต่ฉันหยุดจ้องมองใบหน้าเธอไม่ได้ ฉันน่าจะไปเล่นหิมะในฤดูหนาว แต่ฉันคลอเคลียหวานใจใต้ต้นมิสเซิลโท

     กับเธอ ที่รัก อยู่กับเธอ เคียงข้างเธอ ที่รัก อยู่กับเธอ ใต้ต้นมิสเซิลโท

     ทุกคนมารวมกันรอบกองไฟ คั่วเกาลัดให้ร้อนราวเดือนกรกฎาคม ฉันน่าจะไปสนุกกับพรรคพวก ฉันรู้ แต่ฉันคลอเคลียหวานใจใต้ต้นมิสเซิลโท

     ได้ยินเขาลือกันว่าซานต้าจะมาหาภายในคืนนี้ กวางเรนเดียร์เหาะอยู่บนท้องฟ้าสูงลิ่ว ฉันควรจะจดรายการต่างๆไว้ แต่ฉันคลอเคลียหวานใจใต้ต้นมิสเซิลโท

     กับเธอ ที่รัก อยู่กับเธอ เคียงข้างเธอ ที่รัก อยู่กับเธอ ใต้ต้นมิสเซิลโท

     คนฉลาดหน่อยเขาวิ่งไล่ตามดวงดาว แต่ฉันวิ่งไล่ตามหัวใจรัก และ มันทำให้ฉันได้พบปาฏิหาริย์

     เธอจะไม่ซื้ออะไรให้ฉันเลยเหรอ ฉันรู้สึกได้อย่างนึง ริมฝีปากเธอขบอยู่บนริมฝีปากฉัน นั่นคือความสุขที่สุดในวันคริสต์มาส

     จูบฉันใต้ต้นมิสเซิลโท แสดงให้เห็นทีสิว่าเธอรักฉัน โอ๊ะโอ จูบฉันใต้ต้นมิสเซิลโท แสดงให้เห็นทีสิว่าเธอรักฉันมากเพียงใด

     Mistletoe - Justin Bieber : music & lyrics แปลเพลง


     มาร์ค ลอว์เรนซ์ ผู้กำกับหนังบอกเขาอยากเขียนบทเรื่องอาชีพครูเพราะชื่นชอบโลกของวิชาการ เหตุผลอีกอย่างคือเขาไม่เคยเรียนในมหาวิทยาลัย งานแรกที่เขาทำเมื่อเลิกเรียนหนังสือคือรายการโทรทัศน์ แฟมมิลี่ ทายส์ ซึ่งคล้ายกับการได้ไปใช้ชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัย ความจริงโลกวิชาการ (มหาวิทยาลัย) กับ โลกมายา (ฮอลลีวู้ด) ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ ผู้คนทั่วไปมีอายุมากขึ้นแต่นักศึกษาที่วนเวียนเข้ามาเล่าเรียนอายุเท่าเดิม นั่นคงทำให้พวกอาจารย์รู้สึกแปลกประหลาดใจ ด้วยการทำตัวให้ฉลาดเฉลียว และ รู้เท่าทันยุคสมัยตลอดเวลา

     หนังเล่าเรื่อง คีธ ไมเคิลส์ (ฮิวจ์ แกรนต์-แสดง) ผู้เคยก้าวไปสู่จุดสูงสุดในวงการบันเทิง ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ และ มีผลงานเขียนบทหนังฮิต แต่งงานกับผู้หญิงสาวสวย มีลูกชายน่ารัก แต่นั่นคืออดีตเมื่อ 15 ปีก่อน ปัจจุบันเขาคือพ่อหม้ายเมียหย่า อายุใกล้ 50 ไม่มีผลงานการแสดงชั้นดีมาหลายปี และ กำลังถังแตก เอเย่นต์หางานให้เขาทำนอกวงการโดยเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาการเขียนบทภาพยนตร์ เมื่อเงินเกลี้ยงกระเป๋าเขาจึงจำใจรับทำงานนี้ที่บิงแฮมตัน

     ชื่อเสียงโด่งดัง และ เสน่ห์ของคีธยังไม่สร่างซา มันดึงดูดให้คาเรน (เบลล่า ฮีทโคท-แสดง) นักศึกษาสาวมาติดพันลงทะเบียนเรียนด้วย แต่ความคิดของคีธเปลี่ยนไปเมื่อเขาพบ ฮอลลี่ (มาริสา โทเม่-แสดง) แม่หม้ายลูกติดที่ทำงานหาเงินเลี้ยงลูก และ เป็นทุนการศึกษาให้ตัวเอง คีธค้นพบว่าการเป็นอาจารย์สอนวิชาที่เขารักคือโอกาสครั้งที่ 2 ที่จะทำให้เขาเป็นคนดี เขาเริ่มแก่ตัวขณะทำงานในวงการที่ผู้คนบูชาความอ่อนเยาว์ มันยากเกินกว่าจะหาจุดยืนของตัวเองได้

     มาร์ค ลอว์เรนซ์ อธิบายความหลังว่าบิงแฮมตันคือสถานที่เขาเคยไปเรียนหนังสือแล้วพบรักภรรยา ทุกคนรีบออกมาจากห้องเรียนในวันท้องฟ้าสดใส พวกเขาอาจไม่ได้เห็นดวงตะวันอีกนานหลายเดือน เมื่อหยุดพิจารณาอย่างใกล้ชิดจะเห็นความงดงามค่อยๆเผยตัวอย่างช้าๆ ลอว์เรนซ์เคยเรียนวรรณกรรมจึงเขียนบทสนทนาได้เก่งกาจ และ เชื่อว่าแกรนต์จะเล่นได้ดี พระเอกบอกเขาแทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากมาย ทั้งคู่ขลุกอยู่ด้วยกันเนิ่นนานตอนเขียนโครงร่าง และ ให้คำแนะนำเชิงสร้างสรรค์

     วิลเลี่ยมส์ เบลก กล่าวว่าเมื่อเราถกเถียงกับคนอื่นจะทำให้เกิดเสียงดัง แต่เมื่อเราถกเถียงกับตัวเองจะทำให้เกิดบทกวี ลอว์เรนซ์บอกการเขียนหนังสือคือหนทางเปิดเผย และ ปลดปล่อยตัวเอง เขาเปิดประเด็นศิลปะของการเขียนบทภาพยนตร์ เกิดจากพรสวรรค์ตามธรรมชาติของแต่ละคนนั้นสามารถถ่ายทอดให้คนอื่นได้หรือไม่ คีธเชื่อมีพรสวรรค์ติดตัวแต่ละคนที่ไม่สามารถสอนกันได้ ฮอลลี่คิดตรงข้าม เธอมั่นใจหากคุณขยัน และ ทุ่มเทมากพอ ไม่มีสิ่งใดจะเรียนรู้ หรือ หาความชำนาญไม่ได้

     หนังเรื่องนี้ทำให้ทีมนักแสดงหลายคนระลึกถึงพระคุณของครูผู้ประสิทธิประสาทวิชาการให้ อัลลิสัน แจนนี่ย์บอกครูที่รักในสิ่งที่พวกเขากำลังสอนอยู่ สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ได้ดี สำหรับคนที่รักในงานที่เขาทำย่อมทำให้คนอยู่ใกล้รู้สึกเพลิดเพลินใจไปด้วย พวกท่านคือคนพิเศษสุดจริงๆ ฮิวจ์ แกรนต์สรุปในวงการบันเทิงทุกคนล้วนมีช่วงเวลาขาขึ้น และ ขาลงทั้งนั้น ประสบการณ์นี้ใช้ได้กับทุกสาขาวิชาชีพ ดาราดังในวัยร่วงโรยก็รู้จักเวลาพักผ่อน และ ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสุขสงบเช่นกัน

     *ย่อจากนิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1174 ปักษ์หลัง ธันวาคม 2557

     The Rewrite (2014) : เขียนยังไงให้คนรักกัน


     ฉันไม่ต้องการอะไรมากมายสำหรับคริสต์มาส มีสิ่งเดียวที่ฉันอยากได้ ฉันไม่สนใจของขวัญใดๆใต้ต้นคริสต์มาส ฉันไม่จำเป็นต้องแขวนถุงเท้าบนเตาผิง ซานตาคลอสไม่ทำให้ฉันมีความสุขด้วยของเล่นในวันคริสต์มาส ฉันเพียงอยากได้เธอเป็นของฉัน มากกว่าทุกสิ่งที่เธอรู้จัก ขอให้คำอธิษฐานของฉันเป็นจริง ทุกสิ่งที่ฉันต้องการในวันคริสต์มาสคือเธอ แค่เธอคนเดียว ที่รัก

     โอ๊ะ โอ ฉันไม่ขออะไรมากไปในวันคริสต์มาสนี้ ไม่แม้แต่ให้หิมะตก ฉันจะยังคงรอต่อไปใต้ต้นมิสเซิลโท ฉันจะไม่เขียนรายการแล้วส่งไปที่ขั้วโลกเหนือให้เซ็นต์นิโคลัส ฉันจะไม่อดนอนเพื่อให้ได้ยินเสียงกวางเรนเดียร์วิเศษ เพราะฉันแค่อยากได้เธออยู่ที่นี่ในคืนนี้ มากอดฉันแนบแน่น มีอะไรให้ฉันทำมากกว่านี้ไหม เพราะทุกสิ่งที่ฉันต้องการในวันคริสต์มาสคือเธอ ที่รัก

     ดวงไฟกำลังส่องแสงสว่างวาบไปทุกแห่งหน และเสียงหัวเราะของเด็กน้อยล่องลอยแทรกอยู่ในอากาศ ทุกคนกำลังร้องเพลง ฉันได้ยินเสียงระฆังดังก้องกังวาน ซานต้า ท่านจะไม่นำคนรักมาพบฉันสักหน่อยเหรอ ได้โปรดพาสุดที่รักของฉันมาด้วยเถิด

     ฉันไม่ต้องการอะไรมากมายสำหรับคริสต์มาส นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันขอร้อง ฉันแค่อยากได้เห็นหวานใจยืนอยู่นอกประตูนั่น .. โอ ฉันเพียงอยากได้เขาเป็นของฉัน มากกว่าทุกสิ่งที่เธอรู้จัก ขอให้คำอธิษฐานของฉันเป็นจริง ที่รัก สิ่งเดียวที่ฉันต้องการในวันคริสต์มาสคือเธอ

      All I Want For Christmas Is You - Justin Bieber Feat. Mariah Carey : music & lyrics แปลเพลง


     อังตวน ฟูควา และ เดนเซล วอชิงตัน กลับมาแท็กทีมอีกครั้งในหนังแอ๊กชั่นเหี้ยมเกรียมสร้างจากซีรี่ส์ยุค 80's แรกเริ่ม รัสเซลล์ โครว์ ถูกวางตัวให้เป็นนักแสดงนำ ขณะรายชื่อผู้กำกับมี พอล แฮ็กกิส,นิโคลาส วินดิ้ง เรเฟิน,รูเพิร์ต ไวแอตต์ สุดท้ายจึงมาลงเอยที่คู่หู เทรนนิ่ง เดย์ เขานำทักษะการทำงานแบบเฉพาะตัวมาด้วย ฟูควาบอกเขารู้วิธีฆ่าคน เพื่อนของเขาเคยอยู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ พวกเขามาพูดคุยกันร่วมกับคนเขียนบท แบไต๋ออกมาว่าจะจัดการสถานการณ์เหล่านี้ได้ยังไง เราปรับบทไปเรื่อยๆตามความเหมาะสม แต่ธีมเรื่องไม่ได้รับผลกระทบใดๆ โรเบิร์ต แม็คคอล (เดนเซล วอชิงตัน-แสดง) ต้องเลิกเกษียณตัวเองเพื่อช่วยโสเภณีเด็ก (โคลอี้ เกรซ มอเร็ตซ์-แสดง) จากการเร่ขายตัว และ ถูกพวกแมงดารังแก แก๊งมาเฟียรัสเซียล่วงรู้ว่าใครเข้ามายุ่งธุรกิจของมัน ผู้ชมคงเดาได้ไม่ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

     The Equalizer (2014) : มัจจุราชไร้เงา


     ไม่ว่าเวลาใด วันไหน เธออาจได้ยินเขาพูดกัน ว่าความรักทำให้คนตาบอด แต่ฉันไม่เชื่อ เพราะฉันว่าความรักดีงามออก

     ทหารหนุ่มจูบลาแฟนสาว ทิ้งโลกแห่งความเศร้าไว้ข้างหลัง แต่เขาไม่กังวลหรอก เพราะเขากำลังมีความรัก และ เข้าใจว่าความรักนั่นแหละดี

     โอ๊ะ โอ เรารู้จัก ว่าทุกคนจะหาหนทางไป .. ตกหลุมรัก
     ไม่สนใจว่าใครจะพูดอย่างไร ความรักดีสำหรับเราอย่างนี้เอง

     เรารู้ว่าความรักเจริญเติบโต สมดังเขาพูดกัน เธอจะไม่ฟังเสียงชาวบ้านเค้าพูดบ้างเหรอ

     มหัศจรรย์แห่งรัก

     Listen to what the man said - Wings : music & lyrics แปลเพลง

     เจมส์ มาร์ช ผู้กำกับหนังวัย 51 เคยได้รับรางวัลออสการ์สารคดียอดเยี่ยมเรื่องนักไต่ลวดบนยอดตึกระฟ้า แมน ออน เดอะ ไวร์ (2008) เขาผ่านการกำกับภาพยนตร์ 2 เรื่องคือ เดอะ คิง (2005) และ ชาโดว์ แดนเซอร์ (2012) แอนโธนี่ แม็คคาร์เทน,คนเขียนบท เดอะ ธีโอรี่ ออฟ เอเวอรี่ติง ชักชวนเขามาร่วมโปรเจกต์นี้เพราะชอบหนังสารคดีของเขา และ มองเห็นสิ่งเชื่อมโยงบางอย่าง ทีแรกเขานึกว่าจะเล่าเรื่องชีวประวัติของ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง แต่กลับเจาะลึกไปที่ตัวละครสองคนให้มีบทบาททัดเทียมกัน ในฐานะสามีภรรยา ความซับซ้อนของชีวิตแต่งงาน นอกเหนือจากความพิการ อาชีพการงาน และ อีโก้ของนักวิทยาศาตร์ชื่อดัง เมื่อมีมือที่สามแทรกเข้ามา เรื่องราวจึงเต็มไปด้วยอารมณ์ละเอียดอ่อน และ ดรามา

      มาร์ชขยายสเกลใหญ่โตขึ้นจากบทหนังอิงบันทึกความทรงจำของ เจน ไวล์ด - สู่อนันตกาล : ชีวิตฉัน และ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง ตั้งแต่เขาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ถึงวันที่ ประวัติย่อของกาลเวลา เป็นหนังสือขายดี คู่ขนานไปกับความรักกับภรรยาสาว เน้นหนักชีวิตครอบครัว ก่อนฮอว์กิ้งจะถูกความพิการกักขัง มาร์ชแบ่งเป็นสามองก์ คือ ความสัมพันธ์หนุ่มสาว แต่งงาน กับ ปัญหาที่ติดตามมา ,มุมมองของเขาต่ออาชีพนักวิทยาศาตร์ และ ความพิการ กับ แรงขับเคลื่อนให้ดำรงอยู่ได้ ตลอดไทม์ไลน์ 25 ปีนั้นมีการเปลี่ยนแปลง และ เสื่อมสลาย สังขารเป็นอนิจจัง ความตึงเครียดซึ่งเกิดขึ้นช่วงท้ายนี้ดำเนินไปค่อนข้างชัดเจนมาก

     เอ็ดดี้ เรดเมย์น แสดงเป็น สตีเฟน ฮอว์กิ้ง บอกวันแรกของการถ่ายทำสุขภาพเขายังแข็งแรงดี ตกเที่ยงต้องหยิบไม้เท้ามาพยุงร่างกาย ยามบ่ายนั่งรถเข็น เขาไปพบแพทย์และคนไข้ป่วยด้วยโรคเอแอลเอส. หรือ กล้ามเนื้ออ่อนแรงในลอนดอน ศึกษาลักษณะอาการป่วยของแต่ละคน เริ่มจากเซลล์ประสาทส่วนบนหยุดทำงานเกิดเจ็บปวดชักกระตุกแข็งทื่อ ช่วงล่างเหี่ยวแห้ง บางทีก็เริ่มที่มือหรือขาก่อน เขากับคนออกแบบท่าทางช่วยกันค้นหารายละเอียดใส่ลงไปในร่างกาย เขาคิดว่ามันไม่ใช่รายการโรคภัยไข้เจ็บ แต่คือเรื่องรักแหวกขนบธรรมเนียม ดูเป็นไปตามธรรมชาติ

     ชาร์ลี ค็อกซ์ แสดงเป็น โจนาธาน เฮลล์เยอร์ โจนส์ เพื่อนที่มาสอนเปียโนให้เด็กๆ และ ดูแลฮอว์กิ้ง แล้วเกิดความรักสามเส้ากับ เจน ไวล์ด (เฟลิซิตี้ โจนส์-แสดง) เจนยืนยันในหนังสือที่เขียนเองว่า เธอชอบพอโจนาธานแต่ไม่มีความสัมพันธ์เกินเลยแบบชู้สาว เพียงอยากได้ผู้ชายแข็งแรงมาช่วยแบ่งเบาภาระ ฮอว์กิ้งรู้สึกสับสนในความสนิทสนมของทั้งคู่ เขาจึงตัดสินใจไปอยู่กินกับเอเลน,นางพยาบาลแทน และ หย่ากันเมื่อปี 2006 ฮอว์กิ้งสรุป มันเป็นเรื่องตัณหา และ ความลุ่มหลง ไม่มีใครผิดจริงๆ ทุกคนล้วนมีเจตนาดี ใครที่เชื่อว่ารักแท้เอาชนะได้ทุกสิ่ง อาจจะต้องกล้ำกลืนฝืนทนในขีดจำกัด ยอมรับความพ่ายแพ้ของชีวิตคู่ในที่สุด

     มาร์ชทำหนังเสร็จแล้วเอาไปฉายให้ฮอว์กิ้งดูเพื่อรออนุมัติ เดิมพันเรื่องนี้สูงมาก ปฏิกริยาของยอดนักฟิสิกส์แห่งยุคคือ ภาพรวมถูกต้อง นั่นเป็นคำชม เรดเมย์นมีโอกาสเจอฮอว์กิ้ง กับ ภรรยา และ คนอื่นๆในครอบครัว เขาได้พบคนน่าเกรงขาม และ ต้องถ่ายทอดเรื่องราวให้โลกรู้ ซึ่งจะเป็นผู้วิจารณ์หนังได้ดีที่สุด พวกเขาใจกว้างที่จะมองข้ามข้อเท็จจริง พอใจในสิ่งที่ทีมงานนำเสนอ เสียงตอบรับจากการฉายหนังรอบปฐมทัศน์โตรอนโตยืนยันว่าพวกเขาทำสำเร็จ เรดเมย์มยอมรับว่าเครียด เป็นครั้งแรกที่เขา และ ผู้ชมดูหนังพร้อมกัน เขาอยากให้ผู้ชมหัวเราะ และ อิ่มเอิบใจ

     *ย่อจากนิตยสาร FILMAX issue 91 January 2015

     The Theory of Everything (2015) : เดอะ ธีโอรี่ ออฟ เอเวอรี่ติง ทฤษฎีรักนิรันดร


     บั้ด เจฟเฟอร์สัน รองประธานบริษัทแซกกรัมเรียก ทอม,ผู้บริหารระดับสูงมาประชุมแบบตัวต่อตัวภายหลังทดลองงานมาสี่สัปดาห์ บั้ดบอกทอมกำลังมีปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขหากอยากประสบความสำเร็จในอาชีพ เพื่อนร่วมงาน,ภรรยา กับ แม่ยาย หรือ แม้กระทั่งเพื่อนบ้านของเขาก็รู้ แต่ทอมกลับไม่รู้

     บั้ดเล่าว่าตอนเขาเพิ่งทำงานเป็นนักกฎหมายประจำสำนักงานมีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ เขาโหมทำงานอย่างหนักเพื่อปิดจ๊อบ และ ส่งต่อโครงการให้คนอื่นเพื่อจะได้ลาพักอยู่กับลูกน้อยสามสัปดาห์ แต่แล้วหัวหน้าโทรมาบังคับให้เขาต้องไปร่วมประชุมที่ซานฟรานซิสโก เขาจำใจทิ้งแนนซี่กับเดวิดให้อยู่ตามลำพังในบ้านที่อเล็กซานเดรีย เขามาถึงสำนักงานเป็นคนสุดท้าย พนักงานจากลอนดอนมาถึงเร็วกว่าเสียด้วยซ้ำ เขาปักหลักทำงานอยู่ห้องสุดท้ายชั้นที่ 21 ขณะศูนย์กลางโครงการ และ คนอื่นๆอยู่ชั้นที่ 25 บั้ดทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน ซื้อแซนด์วิช สลัด หรือ ขนมจากชั้นล่างเอามาทานสามครั้งต่อวัน

     การเจรจาและแก่นสารสาระสำคัญของเอกสารที่เขาร่างล้วนเกิดขึ้นบนชั้นที่ 25 แต่เขาแทบไม่เคยขึ้นไปมีส่วนร่วม บั้ดเพิ่งรู้ภายหลังว่าข้างบนมีอาหารเสิร์ฟตลอด 24 ชม. เขาโกรธที่ไม่มีใครบอก และ ถูกตำหนิโทษฐานที่ไม่อัพเดทข้อมูล และ หาตัวเจอยาก ทอมวิจารณ์ว่าบั้ดหมกมุ่นอยู่กับเรื่องส่วนตัว ไม่เอาใจใส่ต่อโครงการเท่าทีควร เขาแยกตัวออกมาตกอยู่ในความเสี่ยง สมาชิกคนอื่นๆในทีมไม่อาจช่วยเหลือได้ และ พลอยทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบาก แต่ปัญหาใหญ่คือเขาไม่รู้ว่ามันเกิดจากตัวเอง

     นักปรัชญาเรียก การหลอกตัวเอง ที่แซกกรัมเรียก การอยู่ในกล่อง บั้ดมองโลกผ่านมุมมองแคบๆ เขาตัดขาด ปิดกั้น และ มืดบอด

     เซมเมลไวส์,สูตินารีแพทย์ยุโรปยุคกลางศตวรรรษที่ 19 พยายามหาสาเหตุอัตราการเสียชีวิตของแผนกทำคลอด แล้วพบจุดใต้ตำตอของการติดเชื้อระหว่างคลอดบุตรมาจากแพทย์เอง เขาจึงกำหนดให้แพทย์ล้างมือให้สะอาดด้วยสารละลายครอรีนผสมปูนขาวก่อนจะลงมือตรวจคนไข้ .. บั้ดบอกว่าเชื้อโรคในทำนองเดียวกันนี้แพร่ระบาดไปทั่วองค์กร อาศัยคนเป็นพาหะ มันทำให้ผู้บริหารด้อยประสิทธิภาพ ระบบการทำงานเป็นทีมล่มสลาย ต้นตอล้วนมาจากปัญหาเรื่องคน

     บั้ดเน้นไม่ว่าเราจะแสดงออกภายนอกอย่างไร ผู้คนจะตอบสนองต่อความรู้สึกภายในของเราที่มีต่อพวกเขาเสมอ มันขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ในกล่อง หรือ นอกกล่อง

     ระหว่างบั้ดบินจากดัลลัสไปฟีนิกซ์เขาเลือกที่นั่งได้ตามใจ จนท.บอกตั๋วขายไม่หมด เขานั่งติดหน้าต่าง และ จงใจวางกระเป๋าเอกสารกันที่นั่งว่างข้างตัวเองเอาไว้ด้วย ส่วนผู้โดยสารขึ้นเครื่องทีหลังต่างกำลังมองหาที่นั่งว่างแทบตาเหลือก บั้ดแสดงพฤติกรรมเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ แต่บั้ดมองเห็นคนอื่นเป็นภัยคุกคามใกล้ตัว

     แนนซี่ กับ บั้ด เดินทางไปฟลอริดาเขาไม่ได้นั่งข้างเธอเพราะระบบออกตั๋วผิดพลาด เที่ยวบินนั้นมีผู้โดยสารเกือบเต็มลำ พนักงานประจำเครื่องไม่รู้ว่าจะช่วยเขาและเธออย่างไร จู่ๆผู้หญิงที่นั่งข้างๆยินดีเสียสละแลกเปลี่ยนที่ให้ .. จากมุมมองนี้เธอมองเห็นเราเป็นคนเหมือนกัน ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ เธอไม่ได้สำคัญตัวเองผิดว่าอยู่เหนือความต้องการของคนอื่น

     กุญแจไขไปสู่ความสำเร็จของบริษัทแซกกรัม คือ สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้วยการคิดนอกกล่อง มองเห็นคนอื่นเป็นคนเหมือนกันโดยไม่มีอคติ เมื่อพวกเขาถูกมอง และ ได้รับการปฏิบัติอย่างนั้น พวกเขาจะตอบสนองกลับมาในแบบเดียวกัน ..

     *ย่อจาก Leadership and self-deception Getting out of the box - The Arbinger Institute : วิธีพาตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก ตวงทอง สรประเสริฐ-แปล

     ใครคนหนึ่งเคาะประตูเรียก ใครบางคนสั่นระฆังหา ตามใจฉันหน่อย เปิดประตูเถอะ และ ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาข้างใน ใช่แล้ว
     น้องซูซี่ พี่จอห์น มาร์ติน ลูเธอร์ ฟิล กับ ดอน
     พี่มิเชล ป้าเออร์นี่ย์ ลุงจิน .. เปิดประตู และ ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาข้างใน ใช่แล้ว .. อย่างนั้น

     Let'em in - Wings : music & lyrics แปลเพลง



     อ่านต่อ >>


    Facebook.com/Pirachan   New age .. ศรัทธาใหม่   Astrology 2015  The Art of Tarot
May-July'14   Mar-Apr'14   Jan-Feb'14   

Dec'12
  Nov'12  Oct'12  Sep'12
  Aug'12   July'12   Jun'12   May'12     Apr'12  Mar'12  Feb'12   Jan'12
 Dec'11   Nov'11  Oct'11  Sep'11   Aug'11  July'11   Jun'11   May'11  Apr'11    Mar'11   Feb'11   Jan'11
 Dec'10  Nov'10


Pirachan : พิรฌาน