i write therefore i am,ฟังเพลง,ดนตรี,หนังสือ,ภาพยนตร์,books,music,film,movies,toa,zen,Thai
7
raghuram g. rajanfault lines

     รากุราม ราจัน อุปมารอยเลื่อนทางธรณีวิทยา คือ รอยแยกเกิดบนพื้นผิวโลกเนื่องจากแผ่นเปลือกโลกขยับมาแตะ เกย หรือ ชนกัน จึงเกิดแรงตึงเครียดมหาศาลก่อตัวขึ้นโดยรอบตลอดแนวของรอยเลื่อนนี้ เช่นเดียวกับปรากฏการ์ณทางเศรษฐกิจซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการเงิน

     ทำไมการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่หลั่งไหลมาจากนอกสหรัฐอเมริกาจึงโถมลงให้กับการปล่อยสินเชื่อซับไพรม์ เหตุใดสหรัฐไม่มีกำลังส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากสภาวเศรษฐกิจถดถอย เฟดรักษาอัตราดอกเบี้ยคงอยู่ระดับต่ำติดต่อกันเนิ่นนานได้อย่างไร ทำไมธนาคารจึงปล่อยสินเชื่อล่องหน ให้เงินกู้กับคนตกงาน ไม่มีรายได้ และ ไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน

     ต้นเหตุรอยเลื่อนเขย่าเศรษฐกิจโลกเกิดจาก การเมืองภายในประเทศ หรือ นโยบายประชานิยม , ความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างประเทศ และ ระบบการตลาด หรือ เงินทุน (เก็งกำไร) เสรีที่ปราศจากความโปร่งใส

     เฮอร์เบิร์ต สไตน์ ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจสมัยประธานาธิบดีนิกสันกล่าวว่า .. สิ่งใดไม่จีรังยั่งยืน ย่อมดำเนินไปสู่จุดจบในที่สุด

     เบอร์นาร์ด แมนเดวิล นักเศรษฐศาสตร์ชาวดัทช์ เคยเขียนบทกวี นิยายผึ้ง ประณามชนชั้นปกครองผู้มั่งคั่งร่ำรวยแต่มีพฤติกรรมฟุ้งเฟ้อ เอาเปรียบกินแรงคนด้อยโอกาส ขูดรีด และ หลอกลวงมวลชนรากหญ้า เฉกเช่น ทนายความในรังผึ้งยุคหนึ่งของอังกฤษชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมเพทุบายหากินกับลูกความ ทำตัวเหมือนเนติบริกร หาช่องโหว่ของกฎหมายมาสนับสนุนฝ่ายตนโดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี เลวทรามยิ่งกว่าขโมยแอบดูลู่ทางในคฤหาสน์ ทั้งที่เป็นแขกรับเชิญเจ้าของบ้าน ก่อนเข้าไปย่องเบายกเค้าไร้ร่องรอย

     หลังจากวิพากษ์วิจารณ์พวกศักดินาจู่ๆ แมนเดวิล กลับลำเสนอทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบรังผึ้งว่า การที่พวกอำมาตย์ และ ผู้มี(บารมี)อิทธิพลใช้ชีวิตหรูหราเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายสุดสุข และ เปลี่ยนรสนิยมแฟชั่นไปเรื่อยๆ ส่งผลประโยชน์มหาศาลให้คนจำนวนมากมีงานทำ ศิลปินไส้แห้งได้รับการเทิดทูน ครั้นช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนสูงต่างกันลิบลับ เกิดเสียงต่อต้านดังระงมหนาหูโจฟจึงหยุดยั้งการคอร์รัปชั่น และ มหกรรมบริโภคเกินตัว เศรษฐกิจแบบรังผึ้งก็ล่มสลาย

     แมนเดวิล ชี้ให้เห็นอย่างง่ายๆว่า ถ้าโลกเราเต็มไปด้วยพวกตระหนี่ถี่เหนียวระบบเศรษฐกิจจะรุ่งเรืองไปได้ไม่นาน เพราะไม่มีใครมีรายได้หากไม่มีใครใช้เงิน คล้ายเรายึดมั่นในความประหยัดแล้วเหยียดหยันการกู้ยืมเป็นหนี้สิน แต่ระบบเศรษฐกิจจะขับเคลื่อนอย่างโลดโผนได้ต้องมีอยู่สองขั้วสวิงไปมา เช่น สหรัฐอเมริกาบริโภคนิยมเอาเงินอนาคตมาใช้ จำเป็นต้องกู้เงินมาอุดดุลการค้าที่เสียเปรียบ จีนหรือประเทศในเอเชียอื่นๆก็จะทำตัวกลับกัน และ พยายามโอบอุ้มตลาดความต้องการของสหรัฐอเมริกาอย่างถึงที่สุด โดยเน้นการส่งออกสินค้า และ ออกทุนให้สหรัฐอเมริกาแลกกับการถือตราสารหนี้ค้ำประกัน

     สมดุลอุ้มสมของทั้งสองฝ่ายยืนหยัดอยู่บนความไม่มั่นคงเมื่อถูกวิกฤตการเงิน และ สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำโหมกระหน่ำจนพังทลายอยู่เป็นระลอก .. นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกย่อมรู้ดีหากไม่ถูกมายาคติบังตาว่าจุดจบของโลกทุนนิยมจะลงเอยอย่างไร และ เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?

     จูบฉันในนาข้าว อยู่เคียงข้างฉันทุกคืนในทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม โยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลง เธอสวมรองเท้าคู่ชีพ ฉันจะสวมชุดโปรด .. จูบฉัน ภายใต้ทางช้างเผือกยามตะวันชิงพลบ พาฉันไปเต้นรำบนฟลอร์ใต้แสงจันทร์นวล ยกมือเธอขึ้น แสงจันทร์ส่องสว่างแล้ว จูบฉันสิ .. จูบฉันใต้บ้านต้นไม้ผุพัง แกว่งไกวฉันบนยางรถ เอาหมวกประดับดอกไม้เธอมา พักแรมตามแผนที่ของพ่อเธอขีดไว้
     kiss me - sixpence none the richer music&lyrics:แปลเพลง


Don Delillo     ดอน เดลิลโล เขียนบทสนทนาในนิยายได้โดดเด่น เปิดเผยธาตุแท้ความเป็นมนุษย์อย่างหมดเปลือก เขาเน้นการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด ชิงไหวชิงพริบ ของตัวละครภายใต้สถานการณ์บีบคั้นได้อย่างทรงพลัง งานเขียนบทภาพยนต์ดัดแปลงจากนิยายของตัวเองสามารถเล่าเรื่องด้วยภาพอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน

     เดลิลโลเล่าว่าขณะเขียนเขาต้องใช้ตาในมองว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้ฉากนั้นจะมีเพียงคนสองคนนั่งคุยกันอยู่ในห้อง ให้รู้ว่าพวกเขาพูดอะไรกันยังไม่พอ เดลิลโลจะอธิบายด้วยว่าตัวละครนั่งอยู่ตรงไหน สวมใส่เสื้อผ้าอย่างไร เพราะเขาถนัดเขียนแบบนามธรรม จึงต้องเห็นภาพองค์รวมทั้งหมดก่อน

     เดลิลโลได้รับอิทธิพลจากผู้กำกับหนังชั้นครูอย่าง มีเกลันเจโล อันโตนีโอนี , ฌ็อง-ลุก โกดาด์ , ฟรองซัวส์ ทรุฟโฟต์ และ อากิระ คุโรซาวะ ชื่นชอบหนังคาวบอย,มาเฟีย ศิลปะแอ็บสแตร็คเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ และ ดนตรีแจ๊ส เมื่อดูหนังผ่านสายตามากมายหลายเรื่องจึงลงมือเขียนนิยายอย่างจริงจัง

     นักวิจารณ์บางคนว่านิยายของเดลิลโลเป็นแค่โชว์ห่วย สไตล์จัดจ้าน และ นำเสนอปรัชญาตื้นเขิน เอาแต่ก่นด่าความเลวทรามของสังคมอเมริกันร่วมสมัย นักวิจารณ์ส่วนหนึ่งยกย่องเขาว่าเป็นนักเขียนวรรณกรรมยุคโพสต์โมเดิร์นคนสำคัญ กล้าวิพากษ์ลัทธิบริโภคนิยม ทฤษฎีสมคบคิด องค์กรก่อการร้าย และ บทบาทของสื่อในการสร้างโลกเสมือนจริง ล้วนทำให้มวลชนตกอยู่ในความพล่าเลือนของชุดข้อมูลข่าวสารที่ไม่ใช่ความจริงแท้

     เดลิลโลไม่หวั่นฉายาพลเมืองพลเมืองชั้นเลว ตัวบ่อนทำลายวงการวรรณกรรม เขาไม่เคยถือสาหาความเพราะนักเขียนควรผลิตผลงานต่อต้านอำนาจรัฐ และ เผด็จการเบ็ดเสร็จขององค์กรธุรกิจที่ชี้นำจิตสำนึกของผู้บริโภค

David Paul Cronenberg     เดวิด โครเนนเบิร์ก บอกเขาเป็นชาวแคนาเดียนซึ่งคนยุโรปทึกทักเอาว่าเป็นอเมริกันชนเวอร์ชั่นผู้ดี และ มีความสุขุมลุ่มลึกกว่าพวกคาวบอย ในแคนาดาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ สงครามกลางเมือง และ ค้าทาส เพราะมีจิตสำนึกรักชุมชนสูงจึงมีแต่ทหารและตำรวจเท่านั้นที่มีอาวุธปืน ประชาชนได้รับประกันรายได้ขั้นต่ำ คนอเมริกันมักจะมองประเทศเพื่อนบ้านแถบเหนือนี้เป็นประเทศสังคมนิยม

     โครเนนเบิร์กไม่ใช่แฟนนิยาย คอสโมโพลิส ของ ดอน เดลิลโล ,นักเขียนอเมริกันเชื้อสายอิตาเลี่ยน เขาลงมือเขียนบทภาพยนตร์จากนิยายเรื่องนี้เสร็จภายใน 6 วันโดยถอดบทสนทนาออกมาทั้งดุ้น ก่อนแทรกเหตุการณ์ และ เชื่อมคำบรรยายเข้าด้วยกัน ให้เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในรถลีมูซีนของ เอริก แพ็คเกอร์

     โครเนนเบิร์กเรียบเรียงเหตุการณ์ตามลำดับ ใน และ นอกรถยนต์ ใส่รายละเอียดในฉาก และ วัตถุข้าวของที่เกี่ยวข้อง ส่งต่อให้ทีมงานออกแบบฉาก,เสื้อผ้า,แต่งหน้า และ กำกับภาพ ส่วนดนตรีประกอบต้องไม่ข่มภาพแต่จะเป็นโทนปูพื้นได้กลมกลืน

     นิยายต้นฉบับเขียนเมื่อปี 2003 สถานที่ตามท้องเรื่องคือนิวยอร์ก มหานครซึ๋งประกอบด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ ธีมเรื่องทำนายอนาคตเอาไว้ได้แม่นยำจนน่าตกใจเช่น การตกต่ำของเจ้าพ่อสื่อ รูเพิร์ต เมอร์ด็อค กลุ่มอ็อคคิวพายวอลสตรีทเดินขบวนประท้วง,ต่อต้านทุนนิยม โครเนนเบิร์กเปลี่ยนสิ่งเดียวให้ทันสมัยคือ เงินเยน เป็น เงินหยวน ขณะ'อำนาจ และ เงินตรา' ยังเป็นแรง (กิเลส) หมุนโลกใบนี้อยู่เสมอ

robert pattinson     เอริก แพ็คเกอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มวัย 28 ปี ผู้มีสมองปราดเปรื่องด้านเก็งกำไรค่าเงิน เล่นหุ้น,การพนัน พูดได้หลายภาษา และ นิยมชมชอบการอ่านบทกวี อาศัยอยู่เพ้นต์เฮ้าส์ชั้นที่ 40 ยอดตึกสูงมูลค่าก่อสร้างร้อยล้านเหรียญ เขาใช้ลิฟท์ส่วนตัวลงไปชั้นล่างคลอเสียงเพลงโปรด ก้าวขึ้นรถลีมูซีนคันใหญ่ จากแมนฮัตตันฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกเพื่อตัดผม

     ระหว่างทางบนถนนสายที่ 47 ภารกิจที่ควรใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงกลับกลายเป็นหนึ่งวัน เมื่อรถเขาถูกรายล้อมด้วยพวกคนหนุ่มสาวก่อจราจลต่อต้านทุนนิยม จราจรติดหนึ่บเพราะขบวนรถประธานาธิบดี พิธีแห่ศพแร็บสตาร์ และ การมาเยือนโดยไม่คาดฝันของคนรัก

     ภายในรถหรูของเอริกยังปรากฏอาคันตุกะที่ได้รับเชิญ และ ไม่ได้รับเชิญเข้ามาทักทายเขาเป็นระยะ นับแต่ขอทานข้างถนน โสเภณี ชายจรจัดที่แอบสะกดรอยตามเขาอยู่ทั้งวัน สิ่งละอันพันละน้อยล้วนส่งผลให้โลกของเอริกเปลี่ยนไป ร่วงหล่น และ ถอยห่างไปไกลลิบจากจุดเริ่มต้น

     โรเบิร์ต แพตทินสัน แสดงเป็น เอริก แพ็คเกอร์ บอกเขาเพิ่งเห็นรถประจำตำแหน่งครั้งแรกในวันถ่ายทำภาพยนตร์ แล้วก็นั่งปักหลักอยู่ในนั้นราวพระราชาครองบัลลังก์ เขาแทบไม่มีบทพูดให้มั่นใจได้อย่างเต็มปากเพราะผู้กำกับให้ซ้อมแล้วถ่ายจริงวันต่อวัน ปฏิกรียาตัวละครของเขาจึงดูสมจริงเมื่อเผชิญสถานการณ์บ้าบอที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา

     ดอน เดลิลโล ไม่ยอมรับว่านิยายของเขาคือ ยูไลซิส - เจมส์ จอยซ์ ฉบับโพสต์โมเดิร์น พระเอกเอริกเหมือนคนที่มาจากดาวดวงอื่น กระทั่งพบเจอว่าชีิวิตผู้คนจริงๆนั้นเป็นอย่างไร เขาเคยชินกับการจ้องมองจอมอนิเตอร์ เสพข้อมูลข่าวสารดิจิตอล ในยุคเทคโนโลยี และ เงินทุนมีบทบาทครอบงำวิถีชีวิตคนเรา ทุกสิ่งถูกเร่งรัด บีบคั้นให้มนุษย์ต้องสน (กังวล) ใจอยู่กับภาพในอนาคต (วิสัยทัศน์)

     ความรัก แต่งงาน เพศสัมพันธ์ หรือ กระแสทุนนิยมข้ามชาติ ปฏิวัติ จราจล และ การก่อการร้าย สภาวะล่มสลายทางสังคม นำไปสู่ความหวาดกลัว และ ความตาย สิ่งเหล่านี้ปรากฏต่อสายตาเอริกภายใต้เงื่อนไขเวลาจำกัดเพียงหนึ่งวัน เขาอาจเป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์นำมันมาคำนวณทิศทางในอนาคต เพื่อลงทุนทำให้ตัวเองร่ำรวยมหาศาล แต่เขาอ่อนเยาว์ต่อโลกแห่งความจริงอันโหดร้าย
     cosmopolis (2012) : คอสโมโพลิส เทพบุตรสยบเมืองคลั่ง


     คนฉลาดบอกมีแต่คนโง่เท่านั้นกระโจนเข้าหารัก แต่ฉันหักห้ามใจไม่ได้ที่จะตกหลุมรักเธอ ฉันจะอยู่ในสถานะอย่างไร เป็นบาปหรือเปล่า .. ราวกับแม่น้ำไหลลงสู่ท้องทะเลอย่างนุ่มนวล เสมือนความรักของเรา บางสิ่งก็มีความหมายในตัวเอง .. จับมือฉันไว้ นำพาหัวใจฉันไปด้วย เพราะฉันตกหลุมรักเธอ ห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่
     Can't help falling in love with you - Elvis Presley


     อรนภา กฤษฎี คือ 1 ใน 3 คอมเม้นเตเต้อร์ประจำรายการ เดอะ สตาร์ - ค้นฟ้า คว้าดาว ให้ความหมาย 'เดอะ สตาร์' ว่าคือคนที่สามารถทำให้ประชาชนทั้งประเทศหลงรัก คลั่งไคล้ เทิดทูน อยากเข้าใกล้ เห็นแล้วกรี๊ด .. บางคนแลดูพร้อมหมดทุกสิ่ง ลงทุนไปเรียนกับครู ยังไปต่อไม่ได้แสดงว่ายังไม่ถึงเวลา บางคนเต้นไม่ดี ร้องไม่เด่น หน้าสิวเขรอะ แต่มีแววได้ไปต่อจนโด่งดังในอนาคตเพราะพระเจ้าขีดเส้นให้มา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเลือกเขา ขณะที่มีคนอื่นดีกว่าตั้งเยอะ แสดงว่าตัวเองตาถึง

     เรียลิตี้ โชว์ คือ ชีวิตที่ไม่มีบท ผู้เข้าประกวดต่างเขียนบทกันเอาเองให้น่าสนใจเป็นสำคัญ คล้ายละครที่ต้องมีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง เกลียดชัง ดี เลว เพียงแต่ไม่มีบทนำ เดอะ สตาร์ ทั้ง 8 จึงมีความหลากหลาย บาลานซ์ให้ได้ทั้งชาย และ หญิง หล่อ/เสียงดี เสียงดี/ไม่หล่อ สวย/เต้นเก่ง เต้นเก่ง/ไม่สวย .. และ ทุกคนต้องมีปูมหลังที่น่าสนใจด้วย

     คุณม้า-อรนภา พูดถึงชีวิตรักส่วนตัวว่า ไม่มี ไม่มอง จบไปหมดแล้ว ไม่ใช่เบื่อเอา เพียงแค่เข้าใจ มันจะมา และ มันจะไปยังไง เห็นสัจธรรมทุกประการ ในฐานะคนอายุ 58 ปีผ่านการมีผัวมาแล้ว 3 คน ผิดหวังทั้งสามครั้ง ครั้งแรกเจ็บไม่จำ ครั้งที่สองหลาบจำแต่ยังอยากอยู่ ครั้งที่สามเพิ่งรู้สึกเจ็บปวดเลยขอแฟนเด็กหน่อยนึง แต่ก็ยังไปไม่รอด เป็นบุญทำกรรมแต่ง ม้ามีโลกส่วนตัวสูงคงอยู่กับคนอื่นยากกระมัง

อรนภา กฤษฎี

     ฉันไม่รัก เปล่า อย่าลืมสิ แค่ฉันอยู่ในช่วงงมงายแล้วก็ผ่านไป ฉันเพียงอยากพบเจอเธอ อย่าเข้าใจผิดว่าฉันมีใจให้ ฉันไม่ได้หลงรักเธอ เพราะ .. ฉันเพียงอยากเห็นหน้าเธอแต่อีกนั่นแหละ เธอไม่ได้สำคัญอะไรนักหนา ถ้าฉันโทรหาเธอก็อย่าสับสนคิดเลยเถิด และ อย่าบอกใครเรื่องระหว่างเราสองคน ฉันไม่ได้หลงรักเธอหรอก เพราะ ..
     ฉันติดรูปเธอไว้ข้างฝา เพื่อปิดรอยเปื้อนนิดหน่อย ห้ามขอภาพถ่ายเธอคืนก็แล้วกัน เธอคงรู้ว่ามันไม่มีความหมายมากมายแต่อย่างใด ฉันไม่ได้ตกหลุมรักเธอ เพราะ ..เธอจะต้องรอคอยฉันไปอีกยาวนาน ฉันไม่รัก ฉันไม่ได้หลงรักเธอ จริงๆนะ
     10 CC - I'm Not In Love แปลเพลง



     มิเชลล์ โหยว พูดถึงแรงบันดาลใจให้เธอเล่นหนัง เดอะ เลดี้ ได้ดีคือ อองซานซูจี กับ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยสันติวิธี เนื่องจากเธอต้องแสดงเป็นบุคคลที่มีชีวิต และ เลือดเนื้อจริงๆ ไม่ใช่การเลียนแบบ มิเชลล์จึงตั้งใจ และ ทุ่มเทความพยายามเข้าถึงวีรสตรีพม่าสุดตัว ทั้งการเรียนรู้ อ่านหนังสือชีวประวัติ วิจัย ฝึกซ้อมหนัก แม้กระทั่งการพูดภาษาพม่า เพราะ อองซานซูจี เป็นผู้หญิงที่มีผู้คนยกย่องให้เกียรติมากมาย เธอจึงเคารพเธอผ่านการแสดงให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

     เหตุการณ์ในหนังเกิดขึ้นในยุค 80's และ 90's ซึ่งผ่านพ้นไปนานแล้ว ประชาชนชาวพม่าต้องเผชิญช่วงเวลาอันเลวร้ายภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหาร และ สิ่งที่รัฐบาลปฏิบัติต่อ อองซานซูจี ก็ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์พึงกระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน มันเลวร้ายเกินทน หนังเทิดทูนชาวพม่าผู้เสียสละเพื่ออุดมการณ์

     ความขัดแย้งทางการเมืองล้วนนำพาทุกประเทศไปสู่หายนะ ต่างก็ได้รับบาดแผล สูญเสียชีวิต และ ทรัพย์สินที่ไม่อาจประเมินราคาได้ ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมวลชน กับ ผู้มีอำนาจ ไม่สามารถทิ้งเรื่องโกหกหลอกลวงเอาไว้เบื้องหลัง แต่มันย่อมคุ้มค่าเพื่อแลกกับการได้รับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

     The Lady (2011) : อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ


     ฉันอยากมีชีวิตอยู่ ฉันอยากให้ ฉันเป็นคนงานเหมืองที่ขุดหาหัวใจทองคำ ฉันต้องค้นหาหัวใจทองคำต่อไป .. ฉันเคยท่องฮอลลีวู้ด ลุยเร้ดวู้ดด้วย ฉันเคยข้ามมหาสมุทรเพื่อแสวงหาหัวใจทองคำ ฉันมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวตรงแน่วอยู่เสมอ นั่นทำให้ฉันยังค้นหาหัวใจทองคำ และ ตอนนี้ฉันเริ่มแก่ตัวลง ฉันต้องค้นหาหัวใจทองคำต่อไป .. เธอทำให้ฉันค้นหาหัวใจที่มีรักแท้ และ ถึงแม้ฉันเริ่มแก่ตัวลง ฉันยิ่งต้องค้นหาสิ่งที่ทรงคุณค่าต่อไป
     Heart of Gold  - Neil Young แปลเพลง

The Grey - Liam Neeson     เลียม นีสัน บอกเขาเคยฝึกงานเป็นคนขับรถยกถังเบียร์ หัวหน้างานถามระหว่างรอเอาลังขึ้นวางตามชั้นว่าเขาจะทำงานอย่างนี้อีกนานแค่ไหน นีสันตอบใจจริงเขาอยากเล่นหนังมากกว่า หัวหน้างานเชื่อว่าเขาจะไปได้สวย

     ปี 2008 หนังแอ็คชั่นฟอร์มเล็กทุนสร้าง 25 ล้านเหรียญของผู้กำกับ ลุค เบซอง เกิดฮ็อตฮิตกวาดเงินทั่วโลกไปสิบเท่า ทำให้ดาราหนุ่มใหญ่วัยกว่า 60 ปีอย่าง เลียม นีสัน ตกกระไดพลอยโจนแบบน้ำขึ้นให้รีบตักในหนังภาคต่อของ 'เทคเคน สู้ไม่รู้จักตาย' แสดงเป็น ไบรอัน มิลล์ส อดีตสายลับที่ต้องเดินทางไปทั่วยุโรปเพื่อช่วยเหลือลูกสาวจากแก๊งค้ามนุษย์ แต่เหตุการณ์ครั้งใหม่จะสลับกัน กลายเป็นเขาหรือภรรยาถูกลักพาตัวไปแทน นีสันชอบบทหนังที่ฉลาดเฉียบคม มีรายละเอียดที่ผู้ชมคาดไม่ถึง และ ต้องคอยเอาใจช่วยตัวละครที่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน แก้ไขปัญหา และ เอาตัวรอดได้

     สำหรับ 'เดอะ เกรย์ : ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก' คือเรื่องราวของคนงานขุดเจาะน้ำมันที่ต้องทำงานอย่างทรหดอดทนนาน 5 สัปดาห์ติดต่อกันจึงได้หยุดพักผ่อน 2 สัปดาห์ ขณะเดินทางกลับบ้านเครื่องบินประสบอุบัติเหตุตกในป่าลึกแถบอลาสก้า พวกเขาบางคนรอดตายแต่ไม่วายโดนฝูงหมาป่าไล่ล่า และ ผจญพายุหิมะ การต่อสู้ดิ้นรนหลบหนีเอาชีวิตรอดครั้งนี้นีสันเล่าว่า ฉากแรกที่เครื่องบินตก เขานั่งตากหิมะอยู่อุณหภูมิ -40 องศาฟาเรนไฮต์ในบริติชโคลัมเบีย หนาวเย็นมากจนกล้อง และ อุปกรณ์ถ่ายทำหนังไม่เวิร์ค บทบาทการแสดงไม่ยากอะไรนักแต่ร่างกายเขาไม่ไหว กับการใส่เสื้อผ้าหนากางเกงในหลายชั้น และ ห่วงกังวลทีมสตั๊นต์แมน ตอนเขาลื่นไถลไปตามธารน้ำแข็งจะเกิดอันตราย

     เลียม นีสัน สังเกตเห็นคนในฉากหนังใดๆมักจะเล่นคอมพิวเตอร์ หรือ ไอโฟน จนเกร่อ เขาอยากให้ผู้ชมหันเข้าหาธรรมชาติบ้าง ตัวละครของเขาในหนังอยากถามว่า คนเราเกิดมาทำไมบนโลกใบนี้ และ สาระสำคัญในบทกวีที่พ่อชาวไอริชเขาแต่ง เมื่อเผชิญหน้าศัตรู การต่อสู้ครั้งสุดท้าย อยู่ และ ตายในวันนี้ .. การมีชีวิตรอด และ ดับสูญ เกิดขึ้นทุกขณะจิต คนเรามีสิทธิเลือกที่จะสู้ หรือ ยอมจำนน

     The Grey (2012) : เดอะ เกรย์ ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก


     เธอพูดตรงใจฉันอย่างมหัศจรรย์โดยไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำ เธอจุดไฟขับไล่ความมืดมน ฉันไม่สามารถอธิบายได้แม้จะใช้ความพยายามสักเพียงใด ถึงสิ่งที่ฉันได้ยินเมื่อเธอนิ่ง .. รอยยิ้มบนใบหน้าเธอสื่อความหมายว่าเธอต้องการฉัน ความจริงปรากฏในสายตาเธอว่าจะไม่ไปจากฉัน สัมผัสมิอเธอบอกฉันว่าเธอจะดึงฉันไว้ไม่ให้ล้มลง คำพูดเธอไพเราะที่สุดเมื่อเธอนิ่ง .. ฉันได้ยินผู้คนพูดคุยกันเสียงดังตลอดวัน แต่ยามเธอโอบกอดฉันไว้เคียงข้างกลบบังเสียงอึกทึกนั้นเสียสิ้น คุณตาเว็บสเตอร์ไม่รู้แน่ชัดว่าหัวใจของเราพูดคุยอะไรกัน .. เพียงแค่มองตาก็รู้ใจ
     When you say nothing at all - Alison Krauss แปลเพลง


Michael Haneke, born on March 23, 1942 in Munich, was an Austrian director and screenwriter. He died on July 8, 2012, at the age of 70.     มิคาเอล ฮาเนเก เล่าเรื่องคู่รักวัยแปดสิบปีผ่านแผ่นฟิล์มคือ จอร์จ และ อานน์ ครูสอนดนตรีใช้ชีวิตภายหลังเกษียณอายุอย่างมีความสุขในคอนโดหรู ความรัก และ สายสัมพันธ์ที่มีต่อกันไม่เคยเหือดแห้งไปตามกาลเวลา พวกเขาชื่นชมยินดีในความสำเร็จของลูกศิษย์ แต่หลังจากไปชมคอนเสิร์ตครั้งนั้น อานน์เริ่มแสดงอาการเจ็บป่วย จากสูญเสียความทรงจำระยะแรก และ เป็นอำมพาตครึ่งซีก ทำให้จอร์จอยู่อย่างหวาดกลัว 'ความตาย'ที่คืบคลานมาสู่อานน์ทีละนิด แช่มช้า บังเกิดคำถามที่ยากจะตอบเพราะรังแต่จะขยายผลไปสู่ความเศร้า และ กัดกินใจผู้ชมอย่างไร้ความปราณี

     มิคาเอล ฮาเนเก เล่าเรื่องราวเรียบง่ายแทบทั้งหมดภายในห้องพักที่พวกเขาอาศัยอยู่ ล้อมกรอบด้วยกำแพงสี่ด้านคล้ายผนังไม้ในโลงศพ โดยได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ชม ผิดกับหนังก่อนหน้านั้นฮาเนเกเคยวิพากษ์ชนชั้นกลาง สื่อเทียม และ สืบสาวไปถึงต้นกำเนิดของความชั่วร้ายอย่างเลือดเย็น ฮาเนเกไม่ได้ออมมือเพราะอายุมากขึ้น 'ความตาย'ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะส่งสาส์นให้ปล่อยวาง และ ยอมรับความจริง แต่คนเราควรจะต่อสู้เพื่อรักษาศักดิ์ศรีตราบจนวาระสุดท้าย

     ภาพโปสเตอร์คู่กันของภาพยนตร์รางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ปีล่าสุด ผลงานกำกับ
การแสดงของ มิคาเอล ฮาเนเก มีความโดดเด่น สะดุดตา และ เหมาะสมกับหนังมากเพราะองค์ประกอบน้อยนิด มีเพียง ภาพถ่ายตัวละครหลักชายแก่หญิงชรา กับ ฟอนต์ธรรมดา ลักษณะการออกแบบ 'มินิมอลิสต์โปสเตอร์' จึงสอดคล้องกับ 'มินิมอลิสต์ฟิล์ม' มุมมององค์ประกอบศิลป์ตามสาระจะพบว่า สายตาที่ จอร์จ และ อานน์ จ้องมองกันนั้นมีความแตกต่าง ขัดแย้งทางอารมณ์ เขาเบิกตาโพลงอย่างหวั่นไหวขณะเอื้อมมือไปจับใบหน้าเธอซึ่งแสดงความสงบ ภาพนิ่งนี้เลือกมาจากฉากหนึ่งของหนังจริงๆ ทำหน้าที่เปิดเรื่องให้ผู้ชมเกิดความสงสัย อันเป็นจุดเริ่มต้นก่อนจะนำพาไปสู่โศกนาฏกรรมของคู่รักในที่สุด
     Two Reflective Posters for Michael Haneke's 'Amour'

The 65th Cannes film festival saw the Palme d'Or awarded to Michael Haneke's new film, a study of the effects of ageing and dementia on a blissful married couple

Andrew Garfield, Emma Stone     มาร์ค เว็บบ์ ผู้กำกับ 'ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน' เพิ่งฝากผลงานหนังรักโรแมนติก (500) Days of Summer เพียงเรื่องเดียวในเครดิต เขาบอกตอนประชุมกับผู้บริหารสตูดิโอตนเองไม่เคยทำหนังแบบนี้มาก่อนจึงถูกเลือก ฟังแล้วขำดี เว็บบ์ยังไม่ตกลงใจทันที เขาหันไปทำหนังเรตอาร์ฟอร์มเล็ก เกี่ยวกับเด็กที่ถูกทอดทิ้งซึ่งต้องงัดกลเม็ดเด็ดพรายมาเล่าเรื่อง และ มีประเด็นหลักคล้ายคลึงไอ้แมงมุม จากที่เคยกลัวๆกล้าๆเว็บบ์กลับไปอ่านหนังสือการ์ตูนพบว่า มีวัตถุดิบทรงคุณค่ามากมายที่ยังไม่นำเสนอ สามารถเอาไปสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง เขาเชื่อว่าน่าจะทำหนังออกมาดี เกิดความแตกต่าง และ มีความเป็นตัวของตัวเองได้

     มาร์ค เว็บบ์ ไม่ต้องการเอาหนังต้นฉบับของ แซม ไรมี่ มาทำใหม่ พูดถึงการรีบู๊ตทำให้เขานอนไม่หลับอยู่หลายคืน เพราะซูเปอร์ฮีโร่ที่มีแฟนประจำหลงรักมากที่สุดเพิ่งลงจอแล้วประสบความสำเร็จผ่านไปเพียง 5 ปี ทำเงินรวมกันถึง 2.5 พันล้านเหรียญ สื่อแถลงข่าวว่าจะสร้างภาค 4 โดยทีมงานชุดเดิมเสียด้วยซ้ำ โซนี่พบปัญหาติดขัด และ เต็มไปด้วยอุปสรรคจึงกดปุ่มรีเซ็ท ข่าวว่าไอ้แมงมุมจะถูกรีบู๊ตในตุลาคม 2010 นั้นเร็วเกินไป หรือเพราะโซนี่หิวเงินก้อนโตก่อนลิขสิทธิ์จะกลับไปอยู่กับมาร์เวล ลือกันอีกว่าหนังจะเน้นชีวิตรักในช่วงไฮสกูลของ ปีเต้อร์ ปาร์คเกอร์ มากกว่าบทแอ็คชั่นแฟนตาซีเลียนแบบ ทไวไลท์

     เอวี อาราด ผู้อำนวยการสร้างสไปเดอร์แมนทุกภาคบอก มีหลายฉากที่ผู้กำกับคนก่อนทำออกมาได้ประทับใจผู้ชม อย่างน่ามหัศจรรย์กับการผจญภัยมีสีัน เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกตกตะลึงพึงเพริด และ ยึดติดกับหนังสือการ์ตูน ถ้าหากสตูดิโอจะทำสิ่งคล้ายคลึงกันจึงต้องระวังตัวเต็มที่ การลบภาพในอดีตออกเป็นเรื่องยากเพราะอดไม่ได้ที่จะมองเห็นมันอยู่เสมอ เปรียบเทียบความแตกต่างกับเว็บบ์ที่ทำให้ผู้ชมเข้าไปดูในโรงหนังแล้วเห็นโลกในแบบเดียวกับวิถีชีวิตคนเราตามปกติ แต่ดันมีกิ้งก่ายักษ์เดินเพ่นพ่านอยู่ตามท้องถนนก็เท่านั้น

     ดร.เคิร์ท คอนเนอร์ส (รีห์ส อิแฟน) ศึกษาเรื่องการสร้างยีนส์ขึ้นมาใหม่จากสัตว์เลื้อยคลาน และ พยายามปลูกถ่ายอวัยวะคือแขนข้างเดียวของเขาที่ขาดหายไป แต่ผลการทดลองทำให้เขากลายเป็นกิ้งก่ายักษ์ ตัวร้ายน่าสงสารทำนองเดียวกับ แจ็คเกิ้ล & ไฮด์ ตัวละครธีมสรุปเรื่องว่า เราทุกคนล้วนไม่สมบูรณ์แบบ ต่างก็มีปมด้อยในสิ่งที่ขาดหายไป ปีเต้อร์ ปาร์คเกอร์ เป็นเด็กกำพร้าขณะดร.เคิร์ทแขนด้วน จิตใจเขาไม่แข็งแกร่งเท่าไอ้แมงมุมผู้พิทักษ์โลก

Andrew Garfield     แอนดรูว์  การ์ฟิลด์ แสดงเป็น ปีเต้อร์ ปาร์คเกอร์ หรือ ไอ้แมงมุม บอกเขาดีใจ และ เป็นสุขมากในการรับบทนี้ แต่แว่บเดียวก็เกิดนอยด์แตกสงสัยว่าสตูดิโอหาใครที่ดีกว่านี้มาเล่นไม่ได้หรืออย่างไร เพราะเขาต้องรับผิดชอบตัวละครที่มีความสำคัญต่อตัวเอง และ คนอื่นอีกหลายล้าน การ์ฟิลด์เคยผ่านมือผู้กำกับชื่อดังอย่าง รอเบิร์ต เร้ดฟอร์ด ,เดวิด ฟินเชอร์ ,เทอร์รี่ กิลเลียม ติวเข้มมาแล้ว แสดงหนังประกบดาราใหญ่อย่าง ทอม ครูซ ,จัสติน ทิมเบอร์เลค ด้วย ขณะ 'ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน' คือหนังฟอร์มยักษ์ที่เขารับบทนำเรื่องแรกพร้อมกับทุนสร้างมหาศาล

     เว็บบ์แนะนำการ์ฟิลด์ดูหนัง 'รีเบล วิธเซาท์ อะ คอส' ที่ 'เจมส์ ดีน' แสดงเพราะพระเอกวัยรุ่นผู้ล่วงลับมีเรือนร่าง และ การเคลื่อนไหว,ทรงตัวสุดทึ่ง บางทีลักษณะซุ่มซ่าม ทะเล้น และ ท่าทางก๊องแก๊งอย่างการ์ฟิลด์เป็นน่าจะเหมาะสมกับไอ้แมงมุมตามภาพวาดของ สตีฟ ดิทโก้ มากที่สุด กับ จุดเริ่มต้นใหม่ที่ยังคงความคลาสสิกครบถ้วน ไม่ว่าที่มาของพลังวิเศษซึ่งเกิดจากถูกแมงมุมอาบรังสีกัด อาศัยอยู่กับป้าเมย์ (แซลลี่ ฟิลด์) และ ลุงเบน (มาร์ติน ชีน) ปมสำคัญเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขาที่จากไปในวัยเด็ก ปีเตอร์ย่างเข้าสู่วัยรุ่นต้องประสบกับความรักครั้งแรก จัดการเรื่องวุ่นวายรอบตัวเพื่อปกป้องตัวเอง

     เอ็มมา สโตน รับบทเป็น เกว็น สเตซี่ ขวัญใจไอ้แมงมุม เธอมีบุคลิกตรงข้ามกับ แมรี่ เจน เพราะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ตั้งใจจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย สโตนบอกพระเอก และ นางเอกของเรื่องโชคดีที่สามารถถ่ายทอด'ความรัก'ที่ทั้งสองมีต่อกันออกมาได้น่าเชื่อถือ ภายหลังผ่านการทดสอบหน้ากล้องเอาชนะนักแสดงสาวรุ่นเดียวกันอย่าง เอ็มมา รอเบิร์ต ,มีอา วาสิคอฟกา ,อิโมเจน พุทส์ ส่วน เดนิส เลียรี่ เล่นเป็นผู้กอง จอร์จ สเตซี่ย์ บิดาของเกว็นไม่ค่อยชอบหนุ่มที่มาจีบลูกสาวตัวเอง และ ไม่ถูกชะตากับไอ้แมงมุมด้วย เขาหงุดหงิดกับฮีโร่สวมหน้ากากห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วเมือง กับ การตั้งศาลเตี้ยพิพากษาพวกอันธพาล แต่เขาก็ไม่ทำอะไรรุนแรงกับแฟนหนุ่มของลูกสาวคนนี้

     ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน ขึ้นจอพร้อมกับความสดใหม่ในระบบสามมิติ โซนี่มั่นใจในความสำเร็จของหนังเรื่องนี้มาก และ วางโปรแกรมฉายภาค 2 เอาไว้ที่ 2 พฤษภาคม 2014 เว็บบ์พยายามขยายเรื่องราวใส่ใจในรายละเอียดให้ชวนติดตามชม แต่ยังอุบไต๋ถึงวายร้ายตัวต่อไป มีความลับหลายอย่างที่ไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะถึงภาคต่อ แม็ทท์ ทอลมาช บอกคำถามหรือเรื่องที่คอหนังสงสัยจะได้รับคำตอบทั้งหมด หนังเรื่องนี้คืออาหารที่อิ่มได้ภายในมื้อเดียว การ์ฟิลด์เชื่อว่ากุญแจแห่งความสำเร็จของหนังซูเปอร์ฮีโร่จากหนังสือการ์ตูน คือการวางรากฐานเรื่องสำคัญต่างๆอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ไอ้แมงมุมกล้าหาญ และ มีไหวพริบ เมื่อผู้สร้างจัดเต็มทำออกมาได้สนุกก็น่าจะโอเค

     * ย่อและเรียบเรียงใหม่จากนิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1114 ปักษ์หลัง มิถุนายน 2012

     The Amazing Spider-man (2012) : ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน


     อ่านต่อ >>


    Facebook.com/Pirachan   New age .. ศรัทธาใหม่   Astrology 2012  The Art of Tarot
July'12   June'12  May'12

Pirachan : พิรฌาน