i write therefore i am,ฟังเพลง,ดนตรี,หนังสือ,ภาพยนตร์,books,music,film,movies,toa,zen,Thai
5
'Doomsday Clock' Ticks One Minute Toward Destruction

      ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงสองปี คณะนักวิทยาศาสตร์ทำนาฬิกาสัญลักษณ์แห่งวันสิ้นโลก หรือ ดูมส์เดย์ คล็อก ขึ้นมาหนึ่งเรือน ตั้งไว้ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐอเมริกา แสดงถึงช่วงเวลาที่มนุษยชาติอยู่ใกล้ หรือ ห่างไกลมหันตภัยขั้นกลียุคมากน้อยเพียงใด กำหนดเอาจุดเหตุการณ์มหาวินาศที่เที่ยงคืน หรือ ตัวเลข 12.00 น.บนหน้าปัด ระยะห่างนับเป็นนาทีตามแนวโน้มสถานการณ์โลกขณะนั้น

     กรณีบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างสองอภิมหาอำนาจทางทหาร สหรัฐอเมริกา กับ สหภาพโซเวียต คณะนักวิทยาศาสตร์ตัดสินใจตั้งเวลาเริ่มแรกของนาฬิกาดูมส์เดย์เอาไว้ที่ 11.53 น. หรือ มีช่วงเวลาห่างจากวันสิ้นโลกเพียง 7 นาทีเพราะภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์

     ตลอดระยะเวลา 60 ปีนาฬิกาเรือนนี้เดินหน้า หรือ ถอยหลังปรับเปลี่ยนไปตามความเข้มข้นของสถานการณ์มาแล้ว 17 ครั้ง โดยเฉพาะปี 1954 และ ปี 1984 ยุคสงครามเย็นที่เกิดความตึงเครียดสูงสุด นาฬิกาส่งสัญญาณว่าเหลืออีกแค่ 2 หรือ 3 นาทีเท่านั้นจะถึงฉากโลกาวินาศ

      ปี 1991 สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย มีการเซ็นสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับ สหภาพโซเวียต ยุติสงครามเย็น นาฬิกาดูมส์เดย์หมุนตัวเลขกลับมาเวลา 11.43 น. ห่างจากเที่ยงคืนแห่งการทำลายล้างครั้งใหญ่ 17 นาที

     ครั้นถึงปี 2007 จู่ๆ เคนเนตต์ เบเนดิกต์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าคณะนักวิทยาศาสตร์ได้ร่วมประชุมกันปรับเลื่อนเวลานาฬิกาดูมส์เดย์มาอยู่ที่ 11.55 น. หรือ เหลืออีก 5 นาทีจะถึงวันสิ้นโลก อันเนื่องมาจากหลากหลายเหตุกาณ์ที่เร่งเวลาเฉียดฉิวเข้าใกล้วิกฤติยิ่งขึ้นเช่น ภัยคุกคามในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศเล็กๆอย่างเกาหลีเหนือ ซึ่งฝ่ายตะวันตกกล่าวหาว่าเป็น รัฐอันธพาล หรือ ความเคลื่อนไหวของอิหร่านในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นี้ก็ถูกสหรัฐขนานนามว่าเป็น หนึ่งในอักษะแห่งปีศาจ ในความเป็นจริงเหตุผลหลักที่ปรับเลื่อนเวลาชี้อนาคตโลกเกิดจาก ภัยคุกคามของการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ หรือ ถูกเรียกขานกันอื้ออึงตลอดสิบปีที่ผ่านมาว่า ภาวะโลกร้อน

     สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ชี้แจงว่า ภาวะโลกร้อนกำลังกลายเป็นตัวการสำคัญนำไปสู่กลียุคยิ่งกว่าภัยจากการก่อการร้าย หรือ ระเบิดนิวเคลียร์ เพราะจำนวนผู้สูญเสียบาดเจ็บล้มตายจากสงครามอยู่ระดับตัวเลขหลักแสน แต่ภัยจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศขั้นเลวร้ายเมื่อถึงจุดหนึ่งมันอาจสังหารผู้คนได้นับล้าน

     มาร์ติน รีส อธิบายเสริมในหนังสือ ชั่วโมงสุดท้ายของเรา ปี 2003 ว่าภายในศตวรรษที่ 21 นี้มนุษย์มาถึงจุดเสี่ยงในการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ เพราะผลกระทบอย่างรุนแรงเกินกว่าใครจะคาดคิดจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ หนทางเดียวที่มนุษยชาติจะเหลือรอดปลอดภัยได้คิอ อพยพโยกย้ายประชากรส่วนหนึ่งไปสร้างอาณานิคมอยู่บนอวกาศให้ทันเวลา

     'Doomsday Clock' Ticks One Minute Toward Destruction

     เราเพิ่งเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ลูกไม้สีขาว กับ คำมั่นสัญญา จูบประเดิมก่อนร่วมทางกันไปสู่ความมีโชคดี รักเราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

     ก่อนตะวันทอแสง เราโบยบิน มีถนนให้เลือกหลายเส้นทาง เราเริ่มก้าวเดิน และ เรียนรู้ที่จะวิ่ง ใช่สินะ เราเพิ่งเริ่มต้นรักกัน

     แบ่งปันขอบฟ้าใหม่สำหรับเรา จ้องมองป้ายบอกทิศทาง พูดคุยเคลียคลอแค่เราสอง ช่วยกันทำงานวันแล้ววันเล่า เราจะอยู่เคียงข้างกัน

     และเมื่อยามค่ำคืนมาถึง เรายิ้มแย้ม ชีวิตยังดำเนินต่อไป เราค้นพบสถานที่ห้องหับให้สามารถเจริญเติบโต ใช่เลย ความรักของเราเพิ่งเริ่มต้น

     We've Only Just Begun - The Carpenters music & lyrics แปลเพลง  


     เจเรมี่ เรนเนอร์ เริ่มต้นบทบาทการแสดงน้อยนิด และ เป็นตัวประกอบในละครทีวี เขาต้องทำงานพิเศษเป็นช่างแต่งหน้าเพื่อให้อยู่ใกล้ชิดวงการมายา พยายามใช้เงินเพียงอาทิตย์ละห้าเหรียญ คล้ายกับหลอกตัวเองว่าอยู่รอดได้ ไม่รู้สึกกดดันตัวเองเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายมากมาย แต่เขาก็ไม่มีความสุขนักเมื่อล้วงกระเป๋าควานหาเงินไม่เจอ หากใช้ชีวิตอยู่ภายใต้แสงเทียนเลยมองโลกในแง่ดีว่าโรแมนติก ที่จริงเปลวไฟอาจเผ่าบ้านได้ คิดแล้วเศร้า

     เจเรมี่มองหาอาชีพเสริมโดยจับมือกับเพื่อนสนิท ซื้อบ้านเก่ามาซ่อมแซมตกแต่งใหม่เอาไปขายต่อพอมีกำไรเข้ากระเป๋า วิถีแห่งโลกมายาอาจไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่ธุรกิจของพวกเขากลับไปได้สวย ช่วงนั้นเจเรมี่จับค้อนตอกตะปูมากกว่าอยู่หน้ากล้อง อาชีพกรรมกรทำให้เขามีที่ซุกหัวนอนขณะวงการบันเทิงให้ไม่ได้ โอกาสดีมาถึงเมื่อเขาได้แสดงประกบกับดาราดัง ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล จนกระทั่งได้รับบทนำในหนังออสการ์ เดอะ เฮิร์ท ล็อกเกอร์

     เจเรมี่แจ้งเกิดบนจอเงินมากขึ้น ปี 2011 ได้เล่นหนังระดับบล็อกบัสเตอร์เรื่อง ดิ อะเวนเจอร์ และ มิชชั่น อิมพอสสิเบิ้ล 4 เขาได้รับแรงบันดาลใจจาก ทอม ครูซ เมื่อเห็นดาราดังรับผิดชอบในหน้าที่เต็มเปี่ยม ฝึกซ้อม เตรียมความพร้อมก่อนเข้าฉากแทนที่จะหมกตัวอยู่ในรถเทรลเล่อร์โผล่มาเข้าฉากสายกว่าคนอื่น เจเรมี่เหน็ดเหนื่อยกับการถ่ายหนังห้าเรื่องภายในสองปีจึงอยากขอพักผ่อนอยู่กับครอบครัว หรือ กลับไปจับค้อนตอกตะปูอีกหน เขาเริ่มดังเวลาเดินตามท้องถนนแล้วมีแฟนคลับเข้ามาทักทายจับมือ

     เจเรมี่ไม่ได้หลงระเริงไปกับแสงสีเสียง มีเงินซื้อบ้าน(ซ่อมเอง)ให้แม่อยู่สุขสบาย ใช้ชีวิตส่วนตัวเรียบง่าย เป็นความลับเพราะไม่่ค่อยมีข่าวเอิกเกริกกับพฤติกรรมรุนแรง เขาคิดอยู่เสมอว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ช่างแสนทรมาน อดทน และ รอคอย เพื่อแสวงหาความมั่นคงในชีวิตมากว่ายี่สิบปี เจเรมี่ทำกิจกรรมอื่นๆด้วยนอกเหนืองานแสดง สนใจเล่นเปียโนดีดกีตาร์แต่งเพลง ตีกลองร้องเพลงเมื่ออยู่บ้าน เพราะงานแสดงคืออาชีพหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ดนตรีคืองานหล่อเลี้ยงจิตใจ

     Jeremy Renner - The Bourne Legacy (2012) : เดอะ บอร์น เลกาซี พลิกแผนล่า ยอดจารชน


     ฉันอยากรู้นักว่าเธอรู้สึกอย่างไร มีเสียงพิลึกดังก้องอยู่ในหูฉันนี่ ไม่มีใครให้พูดคุยด้วยนอกจากทะเล ฉันจึงไม่เชื่อใคร นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น จะมีใครบ้างไหมที่ฉันอยากโทรหา ดวงดาวกำลังเปล่งแสงเรืองรอง แต่ฉันอยากรู้เพียงว่า

     ใครหนอจะสามารถส่องทางสว่างไสวให้แก่ฉันได้บ้าง ทุกวันเวลา .. ที่รัก โปรดชี้แนะหนทางให้ฉันที

     ฉันไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอจึงอารมณ์เสียอยู่เรื่อย เมื่อใครเผลอทำแก้วตกแตก และ ฉันรู้สึกหวาดหวั่น คล้ายคนว่ายอยู่ในวังน้ำวน ใกล้จมลงไปทุกที คงมีคนโง่งมมาสวมบทแทนฉันเพราะคิดว่าทำได้ดีกว่า

     ใครหนอจะสามารถส่องทางสว่างไสวให้แก่ฉันได้บ้าง ทุกวันเวลา .. ที่รัก โปรดชี้แนะหนทางให้ฉันที

     ฉันไม่สนใจหรอกแค่อยากรู้ว่าตัวเองฝันไปหรือเปล่า ฉันไม่เคยรู้สึกละอายใจ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับฉันได้ ฉันจ้องมองเธอขณะหลับใหล และ อยากกอดเธอไว้ในอ้อมแขน

     ใครหนอจะสามารถส่องทางสว่างไสวให้แก่ฉันได้บ้าง ทุกวันเวลา .. ที่รัก โปรดชี้แนะหนทางให้ฉันที ใช่แล้วล่ะ

     Show me the way - Peter Frampton : music & lyrics แปลเพลง


      ศ.ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล ระบุ'เบบี้บูม'ในเมืองไทยไม่ได้เกิดในช่วงเดียวกับอเมริกา,ยุโรป หรือ เอเชียบางประเทศ จากสถิติพบว่าเด็กไทยเกิดมากปีละกว่าล้านคนช่วง พศ.2506-2526 เรียกยุค รุ่นเกิดล้าน หลังจากนั้นอัตราการเกิดของประชากรไทยลดลงตามลำดับ สัดส่วนของคนวัยชรามีมากถึง 10% ตั้งแต่ พศ.2546 ขณะนี้ไทยมีผู้สูงอายุ 12% และจะก้าวกระโดดไปถึง 20% หรือ ตกราว 12-14 ล้านคน เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีคนสูงอายุในอัตรา 1 ต่อ 4 ขณะผู้หญิงไทยมีบุตรเฉลี่ย 1.5 คน

     ผลกระทบคือจะเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในอนาคต ไม่มีประชากรทดแทนกันรุ่นต่อรุ่น ติดลบ จำนวนประชากรจะไม่ขยายตัวมากกว่าปัจจุบันนี้ที่ 64 ล้านคน สังคมของผู้สูงอายุต้องการสวัสดิการสูงถึงขั้นทำให้รัฐบาลถังแตกได้ กับค่าใช้จ่ายรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จึงควรสนับสนุนให้คนมีสุขภาพดีเสียแต่เนิ่นๆ ออกแบบเมือง,ชุมชนรองรับสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

     ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่จะวางแผนรับมือให้มีประสิทธิภาพให้ครอบคลุมปัญหาทุกด้าน จัดระบบประกันสังคม,สุขภาพ ตราพระราชบัญญัติการออมแห่งชาติ วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติเสียใหม่ .. อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วหากมองในแง่ที่เลวร้ายโดยไม่ต้องฝากความหวัง หรือ ความรับผิดชอบไปให้ใครทั้งนั้นคือ ปล่อยให้สมดุลธรรมชาติจัดการด้วย อาชญากรรม-จราจล สงคราม โรคระบาด แผ่นดินไหว,ภูเขาไฟระเบิด .. สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้ สรุป ตัวใครตัวมัน

     คุณจับได้ว่าผมกำลังคบหาผู้หญิงคนใหม่ คุณจับเท็จได้ .. และ ขณะนี้ผมกำลังจะสูญเสียคุณไป เพราะคุณเป็นหญิงใจเดียว รักชายคนเดียว .. คุณเป็นคนรักเดียวใจเดียว แต่ผมมันเป็นคนหลายใจ เมื่อคืนคุณทิ้งให้ผมอยู่ตามลำพัง แล้วคุณก็จากไป คืนนั้นคุณโทรมาบอก .. ฉันกำลังรออยู่ที่บ้าน

     โธ่ คนดี คุณก็รู้ว่าผมเสียใจ แต่มันเป็นเรื่องเก่าก่อน อย่างไรก็ตามผมก็กลับมาหาคุณ คุณเป็นหญิงใจเดียว รักชายคนเดียว ผมจะเป็นของคุณ ผู้ชายรักเดียวใจเดียวเท่านั้น

     ญ - ฉันให้อภัยเธอ เพราะดีกว่าที่ฉันจะลืมเธอได้ลงคอ
     ช - ผมไม่ต้องการสิ่งใดมาผูกมัด
     ญ - ที่รัก เธอแค่หลงผิดไปเท่านั้นเอง อีกหน่อยเธอก็รู้ตัวแล้ว
     ช - คุณเป็นผู้หญิงรักเดียวใจเดียว
     ญ - ใช่ ฉันไม่ใช่คนใจง่าย มีเพียงรักเดียวในดวงใจ

     One woman man - Paul Anka แปลเพลง


     เถียนมี่มี่ 3650 วัน รักเธอคนเดียว คือ หนังรักคลาสสิกติดอันดับท้อปเท็นของแฟนประจำซึ่งชื่นชอบภาพยนตร์โรแมนติกอย่างไม่ต้องสงสัย ความประทับใจยังตราตรึงถึงแม้จะผ่านมา 16 ปีแล้วก็ตาม นักวิจารณ์บอกหนังเล่าเรื่องชายหญิงที่พยายามจะไม่รักกัน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยดี กว่าจะทลายกำแพงอุปสรรคขวางกั้น พบเจอแล้วพลัดพราก หนทางยาวไกลจากเกาะฮ่องกงถึงเกาะแมนฮัตตัน และใช้เวลาคบหาดูใจกันเนิ่นนานนับ 10 ปี จาก 1986-1996 ชื่อหนังภาษาจีนแปลไทยว่า หวานปานน้ำผึ้ง ส่วนชื่อภาษาอังกฤษแปลไทยว่า สหาย,นี่เกือบเป็นเรื่องราวของความรัก

     หลี่เสี่ยวจุน (หลี่หมิง) เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่มาเผชิญโชคในฮ่องกงเพื่อทำงานเก็บเงินไปแต่งงานกับแฟนสาว เช่นเดียวกับ หลี่เฉียว (จางม่านอวี้) เป็นลูกจ้างในร้านอาหาร ทั้งคู่ต่างช่วยเหลือจุนเจือกันให้ปรับตัวอยู่รอดได้ในเมืองใหญ่มีผู้คนแออัดแต่เปล่าเปลี่ยวเหงาใจตามประสาคนนอก ความใกล้ชิดบันดาลให้เกิดความรักความเข้าใจขึ้นมา แต่จุดหมายปลายทางทำให้คู่รักต้องแยกจากกัน เขากลับไปหาแฟนเก่าที่บ้านเกิด เธอประกอบกิจการล้มเหลวจึงจำใจเป็นเมียเก็บเจ้าพ่อมาเฟีย เส้นทางชีวิตคู่ขนานนี้ทำให้เขาและเธอมีโอกาสพบเจอและพลัดพรากกันมาตลอด กว่าจะใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างกันต้องรอคอยถึงสิบปี

     หนังไม่ได้นำเสนอพรหมลิขิตแห่งรักเพียงอย่างเดียว แต่ได้สะท้อนเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เมื่ออังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้จีนหลังจากเช่ามาครบ 99 ปีเพราะจีนพ่ายแพ้สงครามฝิ่น คนฮ่องกงเองเกิดความหวาดหวั่นว่าจีนจะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากทุนนิยมไปสู่คอมมิวนิสต์ แม้จีนรับรองว่าจะคงทุกสิ่งตามเดิมไว้ห้าสิบปี วัฒนธรรมตะวันตกรุกคืบเข้าสู่จีนผ่านสัญลักษณ์ของ มิกกี้เม้าส์ ,แม็คโดนัลด์ ,วิลเลี่ยม โฮลเด้น ปะทะวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมผ่านความนิยมในเสียงเพลงของ เติ้งลี่จวิน .. อาการโหยหาแผ่นดินแม่ หรือ สำนึกรักบ้านเกิด หยั่งรากลึกให้รวมจีนเป็นหนึ่งเดียวในที่สุด

      Comrades,Almost a Love Story (1996) : เถียนมี่มี่ 3650 วัน รักเธอคนเดียว


      แอล รอน ฮับบาร์ด เป็นผู้ก่อตั้งลัทธิไซเอนโทโลจี เคยเป็นนักศึกษาที่ถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัย เขาอ้างว่าตัวเองเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ ชอบเขียนนิยายไซไฟเกรดบีแนวเพ้อฝันหลุดโลก ก่อนจะมาได้รับความนิยมจากบทความลงนิตยสารเรื่องการเยียวยารักษาจิตใจ แต่ไม่ผ่านการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ

     ฮับบาร์ดบอกหนทางแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยของตนคือ หากินกับความเชื่องมงาย จึงตั้งศาสนาใหม่ขึ้นมาเน้นการเข้าถึงจิตวิญญาณบริสุทธิ์อย่างสุดขั้ว มีแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ และ อิงเหตุผลอย่างแปลกประหลาด โจมตีผู้ที่มีความคิดแตกต่าง หรือ ขัดแย้งกับลัทธินี้ เริ่มเผยแพร่ผ่านดาราดังเพื่อดึงดูดสาวกคนมีเงินมาสนับสนุนให้ได้มาก และ เร็วไวที่สุด จัดว่าเป็นการตลาดที่ได้ผลเมื่อ ซูเปอร์สตาร์อย่าง ทอม ครูซ, จอห์น ทราโวลต้า, จูเลียต ลูอิส ยอมเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มีกิจกรรมเรี่ยไรเงิน และ สั่งสมพลังอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ

      ในยุคที่ผู้คนมักง่าย ใจเร็วด่วนได้ การซื้อขายบุญ หรือ จับจองสวรรค์วิมานช่างง่ายดายเหลือคณา ทำผิดแล้วสารภาพบาปแค่นี้ก็ไม่ตกนรก อะไรย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นหากผู้คนหน้ามืดตามัว ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีรวดเร็วเกินไป ข้อมูลข่าวสารที่พรั่งพรูมากล้น ภัยพิบัติ และ อาชญากรรม อาจทำให้คนเราเกิดความหวาดกลัวส่งผลกระทบต่อชีวิต และ ทรัพย์สิน จนตั้งสติไม่ทันจึงตกเป็นเหยื่อของอลัชชีโดยไม่รู้ตัว
     Scientology - Wikipedia

     มีผู้ชายเปลี่ยวเหงาคนหนึ่ง อกหักเพราะความเฉยชาของตัวเอง หัวใจที่เคยเอาใจใส่ดูแลบัดนี้ไม่แบ่งปันให้ใคร จนกระทั่งมันตายด้านไปกับความเงียบงันของเขาเอง โซลิแตร์คือเกมเรียงไพ่ยอดนิยมของคนเมือง และ ถนนทุกสายนำพาเขาจมดิ่งลงสู้ห้วงแห่งความเศร้าสลด จำต้องฝืนแสร้งทำว่าเขาจะไม่หวนกลับไปรักใคร ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองแล้วล่ะ .. เขาเล่นเกมโดยปราศจากความรักที่มีต่อเธอ และ มักจะลงเอยอย่างเดิม ขณะชีวิตเกาะติดเขาไปทุกแห่งหน เขายังคงเล่นเกมต่อไปด้วยความหวังเล็กน้อย ล่องลอยไปกับควันบุหรี่ มลายสิ้นไร้ความหมาย .. มีผู้ชายคนหนึ่ง คนขี้เหงา ใครล่ะจะลิขิตชะตาชีวิตเขาได้
     Solitaire - The Carpenters แปลเพลง


      อดัม สมิธ คือผู้คิดริเริ่มเศรษฐศาสตร์คลาสสิก เป็นนักปรัชญา และ ยึดมั่นในศีลธรรม เขาเขียนหนังสือสนับสนุนทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ไว้เมื่อปี 1759 ขณะระบอบทุนนิยมสมัยใหม่ก่อตัว สมิธรู้สึกทึ่งไปกับการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคนของกลุ่มทุนคลื่นลูกใหม่ เขาไม่ได้สนใจเฉพาะสถิติ และ ตัวเลขเท่านั้น แต่มองผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์ด้วย

      เพราะอิทธิพลของระบบเศรษฐกิจหลากหลายรูปแบบได้เปลี่ยนวิธีคิด และ พฤติกรรมของผู้คนในสถานการณ์ต่างๆโดยสิ้นเชิง เช่น เหตุใดทำให้คนคดโกง,ลักขโมย ส่วนอีกคนหนึ่งซื่อสัตย์สุจริต รวมไปถึงแรงจูงใจที่มีอำนาจรุนแรง และ น่าตกใจได้คุกคามวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่มาถึงปัจจุบัน

      อดัม สมิธ 'วางตัวเป็นกลาง'ไม่มีส่วนได้เสียจึงสามารถแยกแยะการกระทำของมนุษย์ ซึ่งคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัวมาก่อนส่วนรวม หรือ มีความเห็นแก่ตัวอยู่เหนือการเสียสละเพื่อสังคม และ การทำบุญกุศล เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ออกสำรวจข้อเท็จจริงของประเด็นที่แปลกประหลาด และ ค้นหากรณีศึกษาจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง

     ต้นทศวรรษ 1990's อัตราการเกิดอาชญากรรมในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เส้นกราฟสูงชันราวเนินเขาสำหรับเล่นสกี เกือบทุกเมืองเผชิญหน้าเหตุร้ายเสมือนคู่อริที่จำต้องเจอหน้ากันทุกวัน คดียิงคนตาย ขโมยรถ ค้ายาเสพติด ปล้น และ ข่มขืน สถานการณ์ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง นสพ.พาดหัวข้อข่าวฆาตกรระลอกใหม่กำลังนำพาประเทศเข้าสู่ความโกลาหล อันธพาลวัยรุ่นถือปืนโหลเดินกร่างอยู่ตามท้องถนนเต็มไปหมด

     เจมส์ อลัน ฟ็อกซ์ นักอาชญาวิทยาทำรายงานถึงอัยการสูงสุดสหรัฐเมื่อปี 1995 ทั้งในแง่บวก และ ลบว่า อัตราการก่อคดีอาชญากรรมของเด็กวัยรุ่นจะเพิ่มขึ้น 15% ภายในสิบปีข้างหน้า และ มันจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ประธานาธิบดีคลินตันบอกมีเวลาเหลืออยู่ประมาณ 6 ปี ในการพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้น มิฉะนั้นประเทศชาติจะตกอยู่ในความมืดมน ใครที่เข้ามาสืบทอดตำแหน่งแทนท่านจะไม่มีโอกาสปราศรัยถึงอนาคตอันรุ่งเรืองของเศรษฐกิจโลก แต่จะต้องใช้เวลาหมดไปกับการเยียวยาร่างกาย และ จิตใจของผู้ได้รับผลกระทบแทน นักทำนายอนาคตต่างก็มองไปในทิศทางที่เลวร้ายไม่แพ้กัน

     และแล้ว แทนที่คดีอาชญากรรมจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆดังคาดการณ์ มันกลับลดลง ลดลงในทุกพื้นที่ทุกๆปี สร้างความประหลาดใจให้ผู้เชี่ยวชาญ และ อยู่นอกเหนือความคาดหมายของคนส่วนใหญ่โดยสิ้นเชิง ในปี 2000 อัตราการเกิดอาชญากรรมทั่วสหรัฐภาพรวมลดฮวบฮาบลงต่ำสุดในรอบ 35 ปีเสียด้วยซ้ำ นักวิชาการให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจดีขึ้นอาชญากรรมจึงลดลง หรือ เพราะกฎหมายควบคุมการใช้อาวุธปืนเข้มงวดมากขึ้น ทฤษฎีสนับสนุนเหล่านี้ทำให้ใจชื้นฟังระรื่นหูแทบไม่มีใครตั้งข้อสงสัย ในที่สุดก็กลายเป็นกระแสความเชื่อ

     นอร์มา แม็คคอร์วี่ย์ หญิงสาววัย 21 ปี ยากจน ด้อยการศึกษา ติดหล้า มีลูกมาแล้วสองคนขณะกำลังตั้งครรภ์อีก ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่โดยไม่ตั้งใจ เธออยากทำแท้งแต่รัฐเท็กซัสไม่อนุญาต เธอเข้ากลุมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมเป็นโจทย์ยื่นฟ้องศาลขอให้การทำแท้งเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และ ศาลตัดสินให้เธอชนะ คำพิพากษาคดี 'โร และ เวด'นี้ ช่วยกระตุ้นให้คดีอาชญากรรมลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ได้อย่างไร

     งานวิจัยระบุเด็กที่เกิด และ เติบโตในครอบครัวที่มีสภาพแวดล้อมเลวร้าย หรือ อยู่ในแหล่งเสื่อมโทรม มีแนวโน้มจะกลายเป็นอาชญากร เมื่อกฎหมายให้ทำแท้งเสรีผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หลายล้านคน รวมไปถึงคุณแม่วัยรุ่นมีฐานะยากจน และ ยังไม่แต่งงาน ไม่มีเงินมากพอที่จะใช้บริการจากโรงพยาบาลของรัฐ จึงได้รับอานิสงส์กันถ้วนหน้า เพราะหากลูกของเธอคลอดลืมตาขึ้นมาดูโลกจริงๆ เด็กอาจจะเติบใหญ่กลายเป็นอาชญากร .. การวิเคราะห์ และ ประมวลผลข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาผลลัพธ์มักจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ทำให้คนเราประหลาดใจได้เสมอ

     Freakonomics - Steven D. Levitt & Stephen  J. Dubner : เศรษฐพิลึก พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ - แปล

     ช่างโลกเถิด อย่าไปแบกรับภาระอะไรเลย พูดในสิ่งที่เธออยากพูด และ ปล่อยโลกหมุนไป .. เธอจำได้ไหม เมื่อเธอรักฉัน ก่อนโลกจะทำให้ฉันย่ำแย่ ถ้าเธอจำได้ ยกโทษให้ฉันด้วย และ อย่าคิดมาก ช่างมันเถิด .. ฉันเสียใจ ถ้าทำให้เธอผิดหวัง ฉันจะพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ขอเพียงแต่เธอบอกรักฉันเหมือนเดิม และ อย่างอื่นก็ ช่างมันเถิด
     Make the World go Away - Donny & Marie Osmond แปลเพลง


     สตีเฟ่น เฟรียร์ส ผู้กำกับหนังวัย 70 ปี เลือกหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทม์ ปี 2010 มาสร้างเป็นภาพยนตร์ถ่ายทอดชีวิตจริงของนักเขียนหน้าใหม่ เบ็ธ เรย์เมอร์ เดิมเธอเคยเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้าวัย 24 ปี ก่อนจะยกระดับตัวเองไปเป็นสาวเสิร์ฟใน ลาส เวกัส ยังไม่ทันเริ่มงานเธอได้พบ ดิงก์ เซียนพนันเกมกีฬารุ่นใหญ่ผู้มองเห็นแววความกล้าได้กล้าเสียของเธอจึงพาเธอไปเสี่ยงโชคด้วย คู่หูนักพนันที่เล่นเข้าขากันมากที่สุดจนเกิดความสัมพันธ์ใกล้ชิดแนบแน่น ทำให้ทิวลิป,ภรรยาของดิงก์หึงหวงขับไล่เทพีนำโชคเขาพ้นทาง เรย์เมอร์ระหกระเหินไปนิวยอร์กอยู่ภายใต้สังกัดโรซี่,นักพนันฝ่ายตรงข้ามดิงก์ ชีวิตเธอประสบความยุ่งยากลำบากยิ่งขึ้นเมื่อมีปัญหาด้านกฎหมาย

     หนังฟีลกู๊ดเล่าเรื่องของคนที่มีพรสวรรค์น่าทึ่งแต่ไม่รู้จะใช้มันอย่างไร จึงต้องหาใครสักคนมาช่วยชี้แนะ จากคนที่เคยมองโลกในแง่ดี ตัดสินใจผิดพลาดบ่อยครั้ง แต่ก็เชื่อมั่นอยู่เสมอว่าชีวิตจะมีทางออกที่ดีกว่ารอคอยอยู่

     เบ็ธ เรย์เมอร์ ปัจจุบันอายุ 36 ปี ล้างมือจากวงการพนันเพื่อมาเป็นนักเขียนเต็มตัว เธอหวังว่าชีวิตจริงของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนกล้าแหกกฎเกณฑ์ คิดนอกกรอบ ก้าวออกมาจากเส้นทางเดินซ้ำซากจำเจ ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เป็นตัวของตัวเอง ถึงแม้สิ่งที่ทำอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับ หรือ มีเกียรติในสังคม เธอสรุป .. ถ้าคุณเป็นนักเขียน คุณก็ต้องพยายามแต่งเรื่องไปเรื่อยๆ ถ้าคุณเป็นนักพนัน คุณก็ต้องพยายามเอาชนะเกมต่อไปเรื่อยๆ คุณต้องมีความสุขอยู่บนความไม่แน่นอนให้ได้

     Lay the Favorite (2012) : แทงไม่กั๊ก จะรักหรือจะรวย


     ตามถนนหนทางสายนั้นที่ซึ่งมีความสนุกสนานยามค่ำคืน แสงแดดส่องทาบยอดเขาทุกวัน ฉันล่องเรือมาถึงจาไมก้า หยุดพัก
     แต่ฉันเศร้าใจเมื่อบอกว่าฉันต้องเดินทางต่อไปอีก ไม่ย้อนกลับมาหลายวัน หัวใจหม่นหมอง หันกลับไปมองโดยรอบ ฉันต้องลาจากสาวน้อยแห่งคิงสตันไปแล้ว ได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงทุกสถานที่ และ ผู้หญิงกำลังเต้นรำ หมุนตัวผ่านไปมา ฉันอยากป่าวประกาศให้รู้ว่าหัวใจฉันอยู่ที่นี่ แม้ฉันจะมาไกลจากรัฐเมน,สหรัฐสู่เม็กซิโก
     ตามตลาดร้านรวงคุณจะได้ยินเสียงเพลง ผู้หญิงเทินสินค้าบนศ๊รษะร้องขายของ เชิญซื้อข้าว,ปลาเค็ม อร่อยๆจ้า และ เหล้ารัมที่นี่ก็ถูกคอซาบซ่านตลอดปี
     หัวใจฉันร้าวราน ฉันหันกลับไปมอง ฉันจำใจต้องจากคนรักแห่งเมืองคิงสตันไปเสียที

     Jamaica Farewell - Brothers Four แปลเพลง

     แรนดี เพาช์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 9 ขวบ เขารักการเตะสกัดบอล แม้จะก้าวไม่ถึงการไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่สิ่งที่ได้รับจากการวิ่งไล่ล่าความฝันไม่สำเร็จมีค่ามากกว่าความใฝ่ฝันอื่นๆที่เขาทำสำเร็จแล้วเสียด้วยซ้ำ จิม แกรห์ม เป็นโค้ชร่างยักษ์เข้ามาฝึกสอนพื้นฐานให้นักกีฬา โค้ชเห็นว่าเด็กมหาวิทยาลัยยุคใหม่มองข้ามความสำคัญของความรู้พื้นฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียหายติดตามมา โค้ชเคี่ยวเข็ญเพาช์อย่างหนักเพราะเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำไม่ได้ในวันนี้ พรุ่งนี้เขาจะทำได้หากฝึกฝนหนักพอ คำสอนจากโค้ชที่เพาช์ไม่เคยลืมคือ .. สิ่งที่คนอื่นตำหนิ หรือ ตักเตืยนคุณเวลาทำอะไรผิดพลาดก็เพราะเขารัก และ ปรารถนาดีต่อคุณ

     เหตุผลที่แท้จริงเมื่อพ่อแม่ส่งลูกไปเข้าคลอสเล่นกีฬา คือ ให้ลูกรู้วิธีทำงานร่วมกับคนอื่น สามัคคี รู้จักอดกลั้นข่มใจ มีสปิริต หรือ ความมีน้ำใจ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การเรียนรู้ทางอ้อมอย่างนี้เรียกว่า หันหัวหลอก ในเกมอเมริกันฟุตบอล ผู้เล่นจะใช้แท้็กติกหันหัวไปทางหนึ่งเพื่อให้คู่แข่งคิดว่าเขาจะวิ่งไปทางนั้น แต่เขาจะวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม วิธีนี้คล้ายกับนักมายากลเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ชมแล้วซ้อนกลให้คนหลงเชื่อ การหันหัวหลอกที่สำคัญคือ การที่เราถูกสอนเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งเราได้เรียนรู้มันเรียบร้อยแล้ว

     The Last Lecture - Randy Pausch : เดอะลาสต์เลกเชอร์ - แรนดี เพาช์


    Facebook.com/Pirachan   New age .. ศรัทธาใหม่   Astrology 2012  The Art of Tarot
Sep'12   
Aug'12   July'12
Pirachan : พิรฌาน