JK Rowling Reader's Digest
0.

   
 มีคนตื่นมาดูทันหลายคนสินะ ดีจังๆ มาดูกันเน้อว่ารายการนี้เกี่ยวกับอะไรบ้าง ใครที่ไม่ได้ดูก็มาดูด้วยกันนะ
ที่จริงรายการนี้สัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่ก่อน เล่ม 5 ออก แล้วก็อยู่ในเวบ http://home.freeuk.com/webbuk2/harrypotter.htm จ้า
ที่จริงเราเปิดดูตอน 10 โมง 10 นาที เลยพลาดอะไรต้นๆไปหน่อย T_T ก็เลคเชอร์หน้าทีวีได้มาเท่านี้แหล่ะจ้า ^๐^/
*************************************

     พ่อแม่ของเจ.เค.พบกันครั่งแรกที่ สถานีรถไฟคิงครอส ดังนั้นเมื่อเจ.เค.ตัดสินใจให้แฮร์รี่เดินทางไปฮอกวอตส์ด้วยรถไฟ เธอจึงเลือกสถานีรถไฟคิงครอสเป็นจุดเริ่มต้นของโลกเวทมนต์
เจ.เค.เขียนบทที่เกี่ยวกับชานชาลาที่ 9 3/4 ตอนเธออยู่ที่แมนเซสเตอร์ ซึ่งตอนที่เธอเขียนเธอจึงนึกภาพของชานชาลาที่ยูสตัน* แทน แล้วเธอก็ไม่สามารถไปดูได้ด้วยเพราะเธออยู่ที่แมนเซสเตอร์! ดังนั้นถ้าใครไปที่คิงครอสจะเห็นว่ามันไม่เหมือนที่เขียนไว้ในหนังสือเลย
*(Firo : เราได้ยินว่า ยูสตัน นะ จริงๆมันอาจออกเสียงอย่างอื่นก็ได้)


     เจ.เค.ใช้เวลา 5 ปีหลังจากเกิดความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้น รวบรวมวัตถุดิบต่างๆก่อนจะลงมือเขียนตอนแรก ซึ่งสิ่งที่เธอรวบรวมมานั้นไม่ได้เขียนลงไปทั้งหมด แต่เธอแค่อยากจะรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เธอกำลังจะทำให้มากที่สุดเท่านั้นเอง เจ.เค.บอกว่าเธออ่านหนังสือมามากมายแล้วเธอก็ชอบเรื่องที่ดูเหมือนว่าคนเขียนรู้ไปทุกอย่าง แต่ไม่ได้บอกทั้งหมดเท่านั้นเอง ( Firo : และเราจะได้อ่านทั้งหมดใน”เล่ม 8“ สินะ?)


     ในบ้านของเธอมีสิ่งที่เกี่ยวกับงานของเธอตลอด 10 ปีเก็บไว้หมดเลย ใครที่ไม่รู้อาจจะนึกว่ามันเป็นแค่เศษกระดาษก็ได้
- รายชื่อเพื่อนทุกคนของแฮร์รี่ที่เขียนอยู่ในกระดาษแผ่นนึง มีสัญลักษณ์ต่างๆบอกบ้าน เวทมนต์ที่มี วงศ์ตระกูล ที่บางคนก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้เสพความตาย
- เนื้อหาในเล่ม 1 ที่เจเคต้องตัดออก ซึ่งรวมๆแล้วก็กว่า 15 บทได้ ที่เธอต้องตัดมันออกก็เพราะมันเผยไต๋เกินไป ถ้าเอามาเปิดเผยมันอาจจะทำให้รู้ไปถึงเล่ม 7 ทีเดียว (Firo : ย…อยากอ่าน!! ><)
- ที่มาของผู้เสพความตายแต่ละคน
- ไดอารี่ภาษาโปรตุเกสซึ่งเจ.เค.ไม่เคยเขียนเลย เธอบอกว่าเธอไม่เคยเขียนไดอารี่ แต่เธอก็เอามันมาเขียนบทแรกๆด้วยปากกาหมึกแดง (Firo : และลายมือที่…… - -‘’’)
- รูปวาดต่างๆที่เธอวาดไว้เยอะเลย เจเคไม่ได้วาดให้ใครดูหรอก แต่เธอวาดให้ตัวเองดูเพื่อที่จะได้นึภาพออกว่าตัวละครแต่ละตัวหรือสถานที่ต่างๆมันเป็นยังไง มีทั้งภาพแฮร์รี่ตอนเป็นทารกและถูกพามาบ้านเดอร์สลีย์ ภาพรถกริงกรอตส์ ศจ.สเนป* ศจ.สเปราต์ และทางเข้า ตรอกไดแอกอน แบบเป็นลำดับเลย สำหรับภาพทางเข้าตรอกไดแอกอนนี้ เจ.เค.บอกว่าเธอนึกว่ามันหายไปแล้วซะอีก ตอนที่คริส โคลัมบัสขอดูเธอกลับหามันไม่เจอ มันดันไปหลงอยู่ในกล่องซะนี่และตอนที่หาเจอหนังก็ฉายไปแล้ว
* (Firo : ศจ.สเนป ที่เจ.เค.วาด เหมือนในหนังเป๊ะเลย! คงเพราะเธอเอาให้คริสดูเหมือนกัน)

     จากคุณ : Firodendon - [ 25 ก.ค. 47 15:34:41 ]

     อย่างที่พวกเรารู้กัน --- ตอนที่เจ.เค.เขียนเล่ม 1 นั้น เธอลำบากมาก เพราะเพิ่งหย่าและมีลูกสาว 1 คนที่เธอต้องเลี้ยงด้วยตัวคนเดียว ไม่มีงาน ไม่มีเงิน เจ.เค.บอกว่าตอนนั้นเธอเป็น “แม่ซึ่งถังแตกและตัวคนเดียว” และเธอก็หัวเสียกับการตอกไข่ใส่สีต่างๆของสื่อ ที่บอกว่าเธอถึงกับต้องเขียนใส่ผ้าอ้อมของลูกเพราะไม่มีเงินจะซื้อกระดาษ! มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยกับการแต่งเรื่องพวกนี้ขึ้นมาในเมื่อเรื่องจริงมันก็แย่พออยู่แล้ว ……… เจ.เค.ไม่เคยเขียนหนังสือใส่ผ้าอ้อมของลูกเธอเลย
บางคนบอกว่าที่เธอมาเขียนหนังสือที่ร้านกาแฟเพื่อหนีอากาศหนาว เพราะที่แฟลตของเธอไม่มีฮีทเตอร์ เจ.เค.บอกว่า ”ฉันไม่โง่ที่จะเช่าแฟลตที่ไม่มีฮีทเตอร์หรอก!” ในแฟลตนั้นอุ่นพอในหน้าหนาว แต่ที่เธอมาเขียนที่ร้านกาแฟ เพราะเธอมักจะทำให้ เจสซิกา ลูกสาวของเธอ หลับด้วยการให้นั่งรถเข็นและเดินไปเรื่อยๆ จนเมื่อเจสซิกาหลับ เธอจึงแวะเข้าไปในร้านกาแฟและเขียนแฮร์รี่

     เธอเลือกร้านนิโคลซัน*เพราะที่นี่มีโต๊ะเยอะแยะมาก เธอเลยไม่รู้สึกผิดที่จะยึดโต๊ะสักตัวไว้นานๆ……. นานมากๆเลยด้วย เจ.เค.มักจะเลือกนั่งโต๊ะตัวหนึ่งข้างหน้าต่าง เพราะมันเป็นตัวที่อยู่ห่างทางเดินมากที่สุดเลย เธอบอกว่ามันรู้สึกดีที่ได้นั่งเขียนตรงมุมนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นพักสายตามองผู้คนข้างนอกบ้าง อีกอย่าง ร้านนี้เป็นร้านที่พี่เขยเธอเป็นหุ้นส่วน เธอเคยพูดล้อเล่นว่าถ้าหนังสือของเธอได้ตีพิมพ์ เธอจะโฆษณาให้ร้านนี้ด้วย …. ตอนนั้นเธอไม่ได้คิดเลยว่าต่อไปมันจะได้ตีพิมพ์จริงๆ
* (Firo : เหมือนยูสตัน)


     เจ.เค.ส่งแฮร์รี่ไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆแต่ทุกสำนักพิมพ์ต่างโยนลงตะกร้ากันหมด ซึ่งเจ.เค.ไม่บอกชื่อว่าสำนักพิมพ์อะไรบ้าง เพราะมันเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ๆทั้งนั้นเลย อันที่จริงตัวแทนสำนักพิมพ์ทุกคนที่อ่านแฮร์รี่ต่างก็ชอบเรื่องนี้กันทั้งนั้น แต่พวกเขาคิดว่ามันขายยาก เหตุผลก็เช่นมันยาวไปหรือขัดแย้งการปกครอง บางคนพูดว่า “นักเขียนสำหรับเด็กหรอ? ทำเงินไม่ได้หรอก” แต่พอถึงตอนนี้ ทุกคนที่เคยปฏิเสธแฮร์รี่ต่างบอกว่า “อยากย้อนเวลาชะมัด!!”
ในที่สุด สำนักพิมพ์บลูมเบอรี่ ก็รับตีพิมพ์เรื่องนี้ ตอนที่ตัวแทนวรรณกรรมโทรมาบอกนั้น เจ.เค.ถึงกับเงียบไปชั่วขณะ อย่างกับเธอกำลังรวบรวมกำลังที่จะกรี๊ดงั้นแหล่ะ จนเขาต้องถามเจเคว่า “คุณเป็นอะไรรึเปล่า? คุณอยู่ตรงนั้นแน่นะ?”
เจ.เค.บอกว่าตอนนั้นเป็นนาทีที่ความมุ่งมั่นชั่วชีวิตประสบผลสำเร็จ มันเป็นเรื่องที่วิเศษจริงๆที่เรื่องที่เธอเขียนได้รับการตีพิมพ์และวางขายอยู่ในร้านหนังสือ หนังสือของเธอวางอยู่บนชั้นตัว “R” ร่วมกับหนังสือของนักเขียนคนอื่นๆ เธอบอกว่าเธออยากจะหยิบซักเล่มมาเซ็นแล้ววางไว้จริงๆ แต่ก็นั้นแหล่ะ เราต้องซื้อหนังสือเล่มนั้นถ้าไปขูดขีดมันเข้า และตอนนั้เธอก็ไม่มีบัตรเครดิตหรืออะไรมายืนยันด้วยว่าเธอคือ เจ.เค.

     “ฉันไม่เชื่อในเวทมนต์นะ”
เจ.เค.พูดอย่างนี้เสมอ แต่อย่างไรก็ตาม 90-95% ของเวทมนต์ที่เธอเขียนนั้น เธอคิดเองทั้งสิ้นโดยเอามาจากตำนานพื้นบ้านต่างๆแล้วก็พลิกแพลงให้เข้ากับตัวเองตามอิสระที่เธอมี เธอบอกว่าเรื่องราวแบบนี้จะไม่หายไปไหนแน่นอน ไม่ว่าอีก 100-200 ปี ก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับพ่อมดแม่มดออกมาแน่

     “ไม่เคยมีตอนไหนที่ฉันไม่อยากเป็นนักเขียน ฉันไม่เข้าใจคนที่ไม่อยากเป็นนักเขียนเลย มันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆนะ มีอะไรดีกว่านี้อีกหรือ?”
เจ.เค.บอกอีกว่า ถ้าใครจำความรู้สึกตอนเป็นเด็กไม่ได้ก็ไม่ควรเป็นนักเขียนสำหรับเด็ก เธอจำความรู้สึกของตัวเองตอนยังเด็กได้ดีทีเดียว เธอบอกได้เลยว่าเธอเหมือนกับตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องแฮร์รี่ ---- จู้จี้ แต่ไม่มั่นคงลึกๆ จึงทดแทนด้วยการพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องหมด มันเป็นความเชื่อมั่นแบบผิดๆ แต่ก็เพราะจริงๆแล้วเธออ้างว้างนั่นเอง -----ตอนที่เธอจับปากกาเขียนตัวละครตัวนี้ เจ.เค.จึงนึกภาพนี้ได้อย่างชัดเจนทีเดียว เจ.เค.บอกว่า ”เฮอร์ไมโอนี่ก็คือฉันเอง”
มีเด็กคนหนึ่งถามว่าทำอย่างไรจึงจะเป็นนักเขียนที่ดีได้ เธอตอบว่า “อ่านให้มากที่สุด อ่านทุกอย่างเลย เพราะมันจะสอนว่าเราชอบอะไร ชอบแนวการเขียนแบบไหน จากนั้นก็เขียนๆๆไปเรื่อยๆ เชื่อสิ ไม่มีใครชอบงานเขียนแรกๆของตัวเองหรอก ต้นไม้จะต้องถูกตัดอีกหลายต้นเลยเพราะเราต้องขยำงานทิ้งอยู่บ่อยๆ”


     ถามว่าเจ.เค.อยากอยู่บ้านไหนที่สุดใน ฮอกวอตส์ เธอตอบว่า กริฟฟินดอร์ --- แน่อยู่แล้ว -----เธอถึงให้แฮร์รี่อยู่กริฟฟินดอร์ไงล่ะ

     ตอนยังเรียนหนังสือ เจ.เค.ได้พบกับมิตรภาพที่ดีที่สุด เธอมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ ฌอน เขาคนนี้คือคนที่เจ.เค.อุทิศหนังสือแฮร์รี่เล่ม 2 ให้ ในขณะที่เจ.เค.นั้น---บอกได้เลย---อยู่ในจำพวกเด็กเก่ง ณอนก็คือพวกร่องแร่งปลายแถว “แต่เขาก็อยู่ตรงนั้นเสมอเมื่อเธอต้องการ”เจ.เค.กล่าว
ใช่ เจ.เค.คือต้นแบบของเฮอร์ไมโอนี่ ส่วนณอนคือต้นแบบของรอน อันที่จริง เจ.เค.ไม่ได้ต้องการเขียนรอนให้เหมือนณอนเลย แต่รอนก็มีอะไรหลายอย่างเหมือนฌอนจริงๆ
ฌอนมีรถฟอร์ดแองเกลียเก่ากึ๊กสีฟ้าคันหนึ่ง (ตอนนี้มันดังมาก) ในยุคนั้นมันทันสมัยน่าดู พวกเขามักจะนั่งรถคันนี้ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ ในตอนนั้นมันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดเเล้ว

     แม่ของเจ.เค.เป็นโรคเส้นโลหิตตีบมานาน แล้วก็ตายไป 6 เดือนหลังจากเจ.เค.เริ่มเขียนบทแรกของแฮร์รี่
ในเรื่อง พ่อแม่แฮร์รี่ตายอยากโหดร้ายและเฉียบพลัน มันสั้นและห้วน เพราะเธอไม่อยากบรรยายความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเลย ในบทของกระจกเงาแห่งแอริเซด เธอใช้ความรู้สึกเกี่ยวกับแม่ของเธอใส่ลงไปด้วย “ขออีก 5 นาทีเถอะ 5 นาที ….แต่มันก็ไม่เคยพอ”
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องแฮร์รี่ก็จะต้องมีคนตายอีก ความตายเป็นแก่นสำคัญของเรื่องนี้…..สำคัญที่สุดเลย ตลอดทั้ง 7 เล่ม จะมีความตายอย่างน้อย 1 อย่างที่โหดร้ายทารุณที่ฉันต้องแก้ แต่ที่สำคัญคือ ฉันเขียนมันไปแล้ว ( Firo : รายการนี้สัมภาษณ์เจ.เค.ก่อนที่เล่ม 5 จะออก ดังนั้น ในที่นี้จึงหมายถึง…. เธอคงแก้ให้มันไม่”โหดร้ายทารุณ”อย่างที่เราได้เห็นแล้วล่ะมั้ง? )

     มีจดหมายจากผู้ปกครองมากมายมาถึงเธอ ซึ่งเจ.เค.ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของพวกเขาที่จะคอยควบคุมสิ่งที่ลูกๆของเขาจะได้รับ เคยมีจดหมายฉับหนึ่งที่หน้าปึ๊กทีเดียวส่งมาหาเจ.เค. * มาจากคุณแม่คนหนึ่งที่เขียนไว้ว่า “ฉันคิดว่านักเขียนที่มีความสามารถระดับคุณสามารถจบหนังสือเรื่องนี้ได้ดีกว่าในเล่มต่อไป ถ้าคุณไม่เขียนให้ดีกว่านี้ในเล่มต่อไป ฉันก็จะเขียนมาอีกถ้าฉันรับไม่ได้……” เจ.เค.บอกว่าเธออ่านได้แค่นี้ก็ไม่อ่านอีกเลย เธอเขียนตอบไปว่า “ถ้าเช่นนั้นก็อย่าอ่านต่อไปเลย ด้วยรัก โจ โรวลิ่ง.”
     เธอบอกว่าเธอใส่ใจกับเสียงตอบรับจากผู้อ่านเสมอ ---ใส่ใจมากทีเดียว แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอที่จะเขียนในแนวนั้น เธอไม่ยอมเปลี่ยนสิ่งที่เขียน หน้าที่ของวรรณกรรมอีกอย่างก็คือทำให้เด็กๆฝันร้าย ก็เหมือนกับร่างกายที่ทำให้เราออกหัดตอนอายุ 12 ดีกว่าจะมาเป็นคางทูมตอนอายุ 30 ซึ่งเป็นฝันร้ายกว่ามากทีเดียว หากให้เด็กๆได้รู้จักกับสิ่งเลวร้ายเสียก่อน เขาก็จะสามารถยอมรับมันและยินดีกับสิ่งวิเศษต่างๆในภายหลัง
*( Firo : ถ้าฉันฟังไม่ผิด จม.ฉบับนี้ส่งมาหลังจากเล่ม 2 ออก)


     หลังจากแฮรี่เล่ม 3 วางแผง เจ.เค.ไม่ใช่แค่นักเขียนชื่อดัง แต่เธอราวกับดาราทีเดียว สื่อต่างๆมักจะลงข่าวเกี่ยวกับเธอ และ แฮร์รี่ และบางทีพวกเขาก็ลงข่าวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแฮร์รี่เลย “มีนักข่าวไล่ตามพ่อฉันแล้วยิงคำถามเช่น ทำไมลูกสาวคุณถึงเกลียดคุณ พ่อช็อคไปเลย ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลยจนพ่อโทรมาบอก” เธอกล่าว บางครั้งพวกนักข่าวก็มาเคาะประตูหน้าบ้าน เธอ แล้วก็ออกันเต็มไปหมดทั้งๆที่เธออยากอยู่กับบ้านและทำงาน (Firo : นี่อาจทำให้เกิด ริต้า สกีตเตอร์ ‘ผู้น่ารัก’)

     ชาวคริสเตียนบางกลุ่มต่อต้านหนังสือเรื่องนี้เพราะมันส่งเสริมลักธิพ่อมดแม่มด พวกเขากังวลว่ามันเป็นสิ่งเลวร้ายที่ถูกจับยัดใส่หัวพวกเด็กๆ บางที่ไม่อนุญาตให้เด็กๆนำแฮร์รี่เข้าโรงเรียนเลย
เจ.เค.บอกว่าไม่เคยมีเด็กคนไหนมาบอกเธอว่า “หนังสือของคุณทำให้หนูเข้าลัทธิพ่อมดแม่มด” เราดูถูกพวกเด็กๆมากไป พวกเขารู้ว่ามันเป็นแค่นิยาย ------------ แต่ก็ไม่มีอะไรบดบังความสำเร็จของเธอได้

     ตอนที่หนังใกล้จะฉายและเธอได้ไปดู ยิ่งใกล้เวลาฉายเธอก็ยิ่งตื่นเต้น เธอกลัวว่าจะมีอะไรนอกเหนือไปจากในหนังสือ กลัวว่ามันจะแย่ แต่ในที่สุด เธอก็ชอบมัน

     เจ.เค.เขียนตอนจบไว้แล้ว เธอใส่ซองสีเหลืองเก็บไว้ในบ้านอย่างดี มันเป็นบทที่ขมวดทุกอย่างเอาไว้ และ เป็นการรำพึงว่าจะเกิดอะไรบ้างกับทุกคนเมื่อจบจากโรงเรียน …….คนที่เหลือนะ…….เพราะยังมีการตายตามมาอีกมากมายทีเดียว (Firo : บางที ถ้ามีขโมยขึ้นบ้านเจ.เค. อาจจะไม่ขโมยเงินทองหรือของมีค่า แต่อาจเป็น----คิดดูสิ----ซองสีเหลืองอ่อนหนึ่งซอง!”.........ฉันปากเสียหรือเปล่า?)

     credit : Firodendon กระทู้จากเว็บบอร์ด พันทิป.คอม A2929855


เรื่องย่อ : แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 6

     เกิดอุบัติเหตุและฆาตกรรมทั้งในโลกพ่อมดและมักเกิ้ล ฟัดจ์ถูกปลดจากรัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์ และรูฟัส สกริมเจอร์ ได้เป็นแทน ทั้งสองคนมาแจ้งเหตุให้นายกรัฐมนตรีของมักเกิ้ลให้ทราบเพื่อจะได้ระวังตัว
นาซิสซาและเบลลาทริกซ์เดินทางมาหาสเนปที่บ้าน ปรากฎว่าสเนปยังจงรักภักดีต่อโวลเดอมอร์ และทำหน้าที่สายลับในฮอกวอร์ต โวลเดอมอร์มีแผนจะใช้เดรโกกระทำบางอย่าง นาซิสซาจึงขอให้สเนปสาบานว่าจะช่วยดูแลลูกชาย ดัมเบิลดอร์มารับแฮร์รี่ที่บ้านลุงกับป้า ด้วยมือที่บาดเจ็บข้างหนึ่งและยังสวมแหวนแปลกประหลาด อาจารย์ใหญ่บอกว่า แฮร์รี่ได้มรดกจากซีเรียสทั้งหมดรวมทั้งครีเชอร์ด้วย แฮร์รี่ตัดสินใจส่งครีเชอร์ไปทำงานที่ฮอกวอร์ต ดัมเบิลดอร์พาแฮร์รี่ไปหาเพื่อนเก่าชื่อ โฮเรส สลักกอร์น เพื่อขอให้กลับไปช่วยที่ฮอกวอร์ต แฮร์รี่ได้รู้ว่า สลักกอร์นเคยเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน และตระกูลแบล็คเคยอยู่บ้านนี้ทุกคนนอกจาก ซีเรียส หลังจากนั้นก็ไปส่งเด็กหนุ่มที่บ้านโพรงกระต่าย ก่อนจะไปได้บอกว่า เปิดเทอมนี้จะสอนวิชาพิเศษให้เขา โดยให้คำเตือนไว้ 2 ข้อ คือ เก็บผ้าคลุมล่องหนไว้กับตัวเสมอ กับ ห้ามออกไปเพ่นพ่าน แฮร์รี่พบท็องส์เดินสวนออกมา เธอดูทรุดโทรมและซึมเศร้า แฮร์รี่คิดว่าเป็นเพราะเธอเสียใจเรื่องซีเรียส และเมื่อพบว่าเธอเป็นอย่างนี้ในครั้งหลังๆ และได้เห็นเงาผู้พิทักษ์ของเธอ เขาจึงสันนิษฐานว่า เป็นเพราะเธอมีใจให้พ่อทูนหัวของเขา

     แฮร์รี่ เล่าเรื่องลูกแก้วพยากรณ์ให้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ฟังตามที่ดัมเบิลดอร์บอก เขาพบว่า เฟลอร์ เดอลากูร์มาอยู่ที่บ้านโพรงกระต่ายเพราะกำลังจะแต่งงานกับบิล โดยที่คุณนายวีสลีย์ไม่ค่อยเห็นชอบเท่าไหร่ นกฮูกส่งผลการสอบ ว.พ.ร.ส. มาให้ ทั้งแฮร์รี่และรอนได้คะแนนสูงพอที่จะเป็นมือปราบมารและแฮร์รี่ยังได้เป็นกัปตันทีมควิดดิชอีกด้วย ระหว่างนั้นมีข่าวการถูกทำร้ายและการหายตัวไปของพ่อมดอีกหลายคนรวมทั้งโอลิแวนเดอร์ เจ้าของร้านขายไม้กายสิทธิ์กับฟอร์เตสคิว เจ้าของร้านไอสครีมด้วย
ในวันที่ไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอน แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ มีเรื่องกับมัลฟอยและแม่ ก่อนที่จะไปที่ร้านของเฟร็ดกับจอร์จที่อวดผลงานมากมาย แฮร์รี่สังเกตเห็นมัลฟอยเดินผ่านหน้าร้านตามลำพัง ทั้งสามคนใช้ผ้าคลุมล่องหนตามไป เห็นมัลฟอยเข้าไปในร้าน บอร์เจนและเบิร์ก เขาถามถึงวิธีการซ่อมแซมอะไรบางอย่างจากเจ้าของร้าน กับให้เก็บของอย่างหนึ่งไว้ให้เขา เฮอร์ไมโอนี่ออกไปตีขลุมถามเจ้าของร้านและพบว่า ของที่เดรโกให้เก็บเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง

     ในวันที่นั่งรถไฟไปฮอกวอร์ต แฮร์รี่พบสลักกอร์น และได้รับเชิญให้เข้าร่วมชมรมซึ่งสลักกอร์นรวบรวมเด็กเก่งและมีชื่อเสียงไว้ด้วยกัน แฮร์รี่แอบตามไปดูมัลฟอยโดยใช้ผ้าคลุมล่องหนแต่ถูกจับได้และถูกทำร้าย แต่ท็องส์ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาประจำการที่ฮอกส์มี้ดมาช่วยไว้ได้เมื่อรถไฟมาถึงโรงเรียน เขาได้รู้ว่าสลักกอร์นได้รับเชิญให้มาสอนวิชาปรุงยาขณะที่สเนปได้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เนื่องจากในปีนี้นักเรียนจะสามารถยกเว้นวิชาที่ไม่ต้องการ แฮร์รี่จึงไม่ได้ซื้อหนังสือวิชาปรุงยา มักกอลนากัลทราบก็บอกว่า สลักกอร์นน่าจะมีให้ยืม นอกจากนี้สามสหายยังเลิกเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษซึ่งยังความผิดหวังให้กับแฮกริดอย่างยิ่ง
     เมื่อถึงวิชาปรุงยา สลักกอร์นให้แฮร์รี่ยืมหนังสือเก่าที่อยู่ในตู้หนังสือในห้อง เด็กหนุ่มพบว่า หนังสือที่เขาใช้มีโน้ตอยู่เต็มไปหมด และยังเขียนว่าเป็นของ Half-Blood Prince เมื่อถึงเวลาเรียนเขาทำตามที่โน้ตเขียนไว้และประสบความสำเร็จขนาดชนะเฮอร์ไมโอนี่ สลักกอร์นซึ่งชื่นชอบแฮร์รี่เป็นการส่วนตัวอยู่ก่อนแล้วให้ยา ‘โชคดี’ ขวดหนึ่งเป็นรางวัล ขณะที่ในวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด สเนปเริ่มสอนการใช้เวทย์มนต์โดยไม่ท่องคาถา รวมถึงวิชาอื่นๆ เช่นกัน และในปีนี้พวกเขาจะได้เรียนวิชาหายตัวอีกด้วย แฮร์รี่ใช้หนังสือเล่มนั้นต่อๆ มาแม้เฮอร์ไมโอนี่จะคัดค้านแต่ทั้งเขาและรอนไม่ได้สนใจ เพราะนอกจากวิธีปรุงยา ยังมีโน้ตคาถาแปลกๆ อีกด้วย

     เมื่อถึงเวลานัดหมายไปเรียนพิเศษกับดัมเบิลดอร์ แต่ละครั้ง แทนที่จะสอน ครูใหญ่กลับพาเด็กหนุ่มเข้าไปในเพนซีฟ เพื่อดูความจำเรื่องอดีตของลอร์ดโวลเดอมอร์เท่าที่ดัมเบิลดอร์จะรวบรวมได้จากความทรงจำของหลายๆ คนรวมทั้งตัวเขาเอง แฮร์รี่จึงได้รู้ว่า โวลเดอมอร์เป็นเชื้อสายของซัลลาซาร์ สลิธีริน แฮร์รี่ได้เห็น มาร์โวโล กอนท์ ผู้เป็นตา มอร์ฟินผู้เป็นลุง และเมอโรปี แม่ของโวลเดอมอร์ พวกเขาครอบครองแหวนกับจี้ห้อยคอซึ่งเป็นมรดกตกทอด เมอโรปีหลงรักมักเกิ้ลชื่อ ทอม ริดเดิ้ล เมื่อเธออยู่ตามลำพังหลังจากพ่อและพี่ชายถูกจับข้อหาทำร้ายมักเกิ้ลและเจ้าพนักงาน เธอก็ใช้ยาเสน่ห์กับริดเดิ้ลและหนีไปกับเขา หากเมื่อเธอเลิกใช้ยาในภายหลัง เขาก็หนีเธอมาทั้งๆ ที่เธอกำลังตั้งท้อง เธอหมดอาลัยตายอยาก และยากจนถึงกับต้องขายมรดกไปถูกๆ เธอซมซานไปจนถึงบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าของมักเกิ้ลแห่งหนึ่ง เมื่อคลอดลูกแล้วก็ตายไป ต่อมาดัมเบิลดอร์เป็นผู้ไปหาริดเดิ้ลเพื่อแจ้งเรื่องที่ได้เข้าเรียนในฮอกวอร์ต เขาผมว่า ริดเดิ้ลส่อแวว ทะนงตน ชอบเอาชนะ และพอใจกับการทำร้ายคนมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งชอบเก็บของผู้ถูกทำร้ายไว้ต่างถ้วยรางวัล      แฮร์รี่ยังได้รู้ว่าริดเดิ้ลเคยอยู่ในชมรมของสลักเกิ้ล เขาเห็นริดเดิ้ลถามเรื่อง ผนึกวิญญาณ (Horcruxes) แต่ยังไม่รู้ว่าคืออะไรความทรงจำช่วงนี้ก็ขาดหายเพราะสลักเกิ้ลผู้เป็นเจ้าของได้ลบความทรงจำส่วนนี้ไป ดัมเบิลดอร์ให้เด็กหนุ่มไปถามแต่ก็ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมตอบ
ระหว่างนั้น แคตี้ เบล ถูกวางยาหลังจากไปเก็บสร้อยประหลาดเส้นหนึ่งได้ที่ร้านไม้กวาดสามอันและเจ็บถึงขนาดส่งเซ็นต์มังโก แฮร์รี่สงสัยว่าเป็นมัลฟอยแต่ไม่มีหลักฐาน เขาให้ครีชเชอร์กับด็อบบี้ตามสอดแนมแต่ก็ไม่ได้เรื่อง เขาเคยใช้แผนที่ตัวกวนแต่ก็ไม่พบมัลฟอย ราวกับฝ่ายนั้นหายไปจากปราสาท แฮร์รี่เกิดความรู้สึกแปลกๆ กับจินนี่ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่มีท่าทางเย็นชาต่อรอนซึ่งคบกับลาเวนเดอร์ เขาลองใช้ยาโชคดีนิดหน่อยจนจินนี่เลิกกับดีน และหันมาคบกับเขาในที่สุด

     ในวันคริสต์มาสที่แฮร์รี่มาพักที่บ้านโพรงกระต่าย สกริมเจอร์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์คนใหม่มาพบเขาและเสนองานในกระทรวงให้แต่จะให้เขาคอยสอดแนมดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่ปฏิเสธ หลังจากนั้น เมื่อถึงวันเกิดของรอนปรากฏว่ารอนถูกวางยา แฮร์รี่พยายามพาไปให้สลักกอร์นช่วยกลายเป็นอาการทรุดลง คนที่ช่วยกลับกลายเป็นสเนป เรื่องนี้จับมือใครดมไม่ได้เช่นกัน หลังจากนั้นรอนเลิกกับลาเวนเดอร์
ในการพบกับดัมเบิลดอร์ครั้งต่อๆ มา แฮร์รี่ได้รู้ว่า โวลเดอมอร์เคยสมัครเป็นอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดกับดิพพิต อาจารย์ใหญ่คนเก่า ดัมเบิลดอร์ให้ข้อสัณนิษฐานว่าเพราะเจ้าแห่งศาสตร์มืดอาจจะมีแผนค้นหาความลับในปราสาทและชักจูงพ่อมดหนุ่มสาว เมื่อถูกปฏิเสธเพราะอายุน้อยเกินไป เขาก็ไปทำงานในร้านบอร์เจนและเบิร์กซึ่งทำให้ได้มีโอกาสหาของมากมาย ครั้งหนี่งเขาไปติดต่อกับแม่มดคนหนึ่งซึ่งชอบเขามากถึงกับอวดของสะสมที่มีค่าที่สุดคือถ้วยของ เฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ กับ จี้ห้อยคอของซัลลาซาร์ สลิธีริน สองวันต่อมาแม่มดผู้นี้ก็ถูกฆ่า และเอล์ฟประจำบ้านซึ่งเป็นเจ้าของความทรงจำนี้ก็ถูกกล่าวหา ของทั้งสองอย่างหายไป ต่อมาโวลเดอมอร์มาเสนอตัวกับดัมเบิลดอร์อีกครั้งแต่ถูกปฏิเสธ นับตั้งแต่นั้น ไม่เคยมีอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่สอนเกินกว่า 1 ปี ดัมเบิลดอร์บอกว่าเป็นเพราะเขาต้องหารจะหาสมบัติของเรเวนคลอกับกริฟฟินดอร์ด้วย

     แฮกริดมีจดหมายมาบอกว่า อาราก็อก แมงมุมยักษ์ซึ่งป่วยมานานแล้วตายลง เขาจะทำพิธีศพให้ในตอนค่ำ แฮร์รี่จึงลอบออกไปโดยใช้ยาโชคดีเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เขาพบกับสลักกอร์น และเกลี้ยกล่อมจนอีกฝ่ายยอมถอดความทรงจำออกมาให้ ดัมเบิลดอร์กับแฮร์รี่จึงได้รู้ว่า ผนึกวิญญาณเป็นเครื่องมือที่ใช้เก็บวิญญาณที่ถอดออกจากร่างเพื่อให้เป็นอมตะ เพราะเหตุนั้นโวลเดอมอร์จึงไม่ตายด้วยคำสาปสะท้อนกลับตอนที่ไปฆ่าแฮร์รี่ที่ยังเล็ก แต่การที่จะทำผนึกวิญญาณได้จะต้องฆ่าคน โวลเดอมอร์แบ่งวิญญาณออกเป็น 7 ส่วน ดัมเบิลดอร์บอกว่า ส่วนหนึ่งถูกเก็บไว้ในสมุดบันทึกที่แฮร์รี่ทำลายไปเมื่อตอนปีสอง ส่วนหนึ่งอยู่ในแหวนที่แฮร์รี่เคยเห็นอาจารย์ใหญ่ใส่ และถูกทำลายไปเช่นกัน ดัมเบิลดอร์กำลังหาส่วนอื่นๆ อยู่ ดัมเบิลดอร์ยังสัณนิษฐานว่า อาจจะอยู่ที่กอดริกฮอลโล่วด้วยอันหนึ่ง
     ครั้งหนึ่งแฮร์รี่มีเรื่องกับมัลฟอย เขาใช้คาถาที่ได้จากสมุดของ Half-blood Prince โดยไม่ได้ตั้งใจ เขาโดนสเนปคาดคั้นแต่เขาไม่ตอบ ขณะที่แฮร์รี่กำลังจะไปพบครูใหญ่ เขาพบทริลอร์นี่ย์กลางทางและได้รู้เรื่องว่า ตอนที่เธอมาสัมภาษณ์เมื่อเข้าทำงานเมื่อสิบห้าปีก่อน เธอพบสเนปแอบฟังอยู่ตรงประตู แฮร์รี่บอกเรื่องนี้ให้ครูใหญ่ทราบแต่ชายชราก็ยังปกป้องสเนปเหมือนกับที่ทำทุกครั้งซึ่งทำให้แฮร์รี่โกรธ แต่ดัมเบิลดอร์บอกแฮร์รี่ว่า เขาจะไปหาผนึกวิญญาณอีกอันหนึ่งและให้แฮร์รี่ไปด้วย ก่อนไปครูใหญ่ขอให้เด็กหนุ่มสัญญาว่าจะทำตามที่เขาสั่งเช่น ซ่อนตัว วิ่ง หรือ หนี แฮร์รี่จำต้องรับคำ ทั้งสองคนไปถึงถ้ำแห่งหนึ่ง การจะเปิดถ้าต้องใช้เลือด ซึ่งดัมเบิลดอร์เป็นผู้ทำเอง โดยไม่ยอมให้แฮร์รี่ทำ ภายในถ้ำมีบ่อน้ำใหญ่มีเกาะตรงกลาง มีเรือลำหนึ่งซึ่งทั้งคู่ใช้ไปที่เกาะ แฮร์รี่สังเกตว่าในน้ำมีศพคนตาย ดัมเบิลดอร์บอกว่าเป็นผีดิบที่โวลเดอมอร์จะเรียกใช้งาน การที่จะปราบผีดิบพวกนี้ต้องใช้ไฟ เมื่อถึงกลางเกาะก็เห็นมีแท่นหินตั้งอยู่ บนแท่นมีอ่างที่มีน้ำยา ดัมเบิลดอร์แน่ใจว่าผนึกวิญญาณน่าจะอยู่ในอ่าง ดัมเบิลดอร์บอกว่า การที่จะเอากล่องบรรจุวิญญาณจะต้องดื่มน้ำยาให้หมด เขาเป็นคนกินยาเอง เมื่อกินเข้าไปทำให้เหมือนฝันร้าย แฮร์รี่พยายามให้เขากินยาจนหมดตามที่ได้รับคำสั่ง จนกระทั่งยาแห้ง แต่ดัมเบิลดอร์แทบไม่มีแรงเหลือ แต่ก็ยังเอาจี้ในอ่างมาได้ แฮร์รี่ถูกผีดิบโจมตีแต่ดัมเบิลดอร์รวบรวมกำลังเสกไฟขับไล่ และพาแฮร์รี่กลับมาฮอกส์มี้ด ที่นั่นพวกเขาพบตรามารบนฟ้า ทั้งสองคนใช้ไม้กวาดบินกลับไปที่ปราสาท โดยที่ดัมเบิลดอร์บอกให้แฮร์รี่ใช้ผ้าคลุมล่องหน เขาพบเดรโกอยู่ที่หอคอยแห่งหนึ่ง ปรากฎว่า เดรโกได้รับคำสั่งจากโวลเดอมอร์ให้หาทางพาผู้เสพความตายเข้ามาในปราสาทด้วยตู้ที่มอนเตกูร์เคยหลงเข้าไป ตู้นั้นมีทางติดต่อระหว่างปราสาทกับร้าน บอร์เจนและเบิร์ก ซึ่งขณะนี้ผู้เสพความตายกำลังสู้อยู่กับพวกภาคี นอกจากนี้เขายังได้รับคำสั่งฆ่าดัมเบิลดอร์แต่ไม่สำเร็จ ครั้งแรกคือการหาคนส่งสร้อยคอที่แคตี้ เบลล์เก็บได้ เขายังใช้คาถาสะกดใจกับมาดามโรสเมอร์ทาร์ให้ร่วมมือโดยที่เธอไม่รู้ตัว ซึ่งยาพิษอยู่ในไวน์ที่สลักกอร์นให้รอนดื่มนั่นเอง

     ระหว่างนั้นมีผู้เสพความตายเข้ามาและใช้พวกมากเข้ารุมจนดัมเบิลดอร์ล้มลง แต่แล้วสเนปก็เข้ามา สเนปใช้คาถาพิฆาตกับดัมเบิลดอร์ก่อนจะพากันหนี แฮร์รี่ตามสเนปไป เขาพยายามใช้คาถาที่ได้มาจากโน้ตแต่กลับใช้กับสเนปไม่สำเร็จ สเนปบอกว่าโน้ตนั้นเป็นของเขาเอง ผู้เสพความตายหลายคนหนีไปได้รวมทั้งสเนปกับเดรโกด้วย แฮร์รี่มาพบภายหลังว่า จี้นั้นเป็นของปลอมด้วยข้อความบางอย่างที่ลงชื่อว่า R.A.B บิลถูกผู้เสพความตายคนหนึ่งซึ่งเป็นมนุษย์หมาป่าทำร้ายแต่เฟลอร์ยืนยันว่าจะแต่งงานกับเขา ครั้งนี้เองแฮร์รี่จึงได้รู้ว่า ท็องส์มีใจให้ลูปิน เรื่องของบิลจึงเป็นเหตุให้ลูปินยอมรับน้ำใจของเธอ

     เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า พบเรื่องของแม่สเนปที่นามสกุลเก่าคือ Prince และแต่งงานกับมักเกิ้ล เหตุที่สเนปทิ้งตำราไว้ที่ห้องทำงานเพราะเกรงจะถูกดัมเบิลดอร์จับได้นั่นเอง ส่วนการที่ไม่มีใครจับพิรุธเขาได้เนื่องจากความเชี่ยวชาญในการกำบังจิต ดังนั้นสเนปก็คือ Half Blood Prince ส่วนการที่ไม่พบร่องรอยของเดรโกก็เพราะใช้ของบางอย่างจากร้านของเฟร็ดกับจอร์จ นั่นเอง
งานศพของดัมเบิลดอร์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเศร้าสลด มีผู้มาไว้อาลัยกันมากมายรวมทั้งพวกเงือกกับเซนทอร์ แฮร์รี่ตกลงใจว่าจะไม่กลับมาเรียนในปีหน้าแต่จะไปกอดริก ฮอลโลว์ที่บ้านเดิมเพื่อหาผนึกวิญญาณที่น่าจะอยู่ที่นั่น รอนกับเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าจะไปด้วยกันกับแฮร์รี่…อย่างเคย

     credit : aunty36 กระทู้จากเว็บบอร์ด พันทิป.คอม A3609806

เรื่องย่อ : แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 5

     ปิดเทอมหน้าร้อนนี้ แฮร์รี่ กระวนกระวายใจอย่างมาก เพราะเขาเป็นกังวลเรื่อง โวลเดอมอร์ แต่ไม่ได้รับข่าวคราวจากโลกเวทย์มนต์เลย จดหมายที่ได้รับจากพ่อทูนหัว ซิเรียส และเพื่อนทั้งสองคือ รอน และ เฮอร์ไมโอนี มีเพียงข้อความสั้นๆ แค่ “พบกันเร็วๆนี้” ในขณะเดียวกัน เขารู้สึกว่ามีใครบางคนที่มองไม่เห็นติดตามเขาอยู่

     แฮร์รี่หงุดหงิดเสียจนต้องระบายด้วยการไปหาเรื่องกับดัดลีย์ขณะที่อีกฝ่ายเดินกลับบ้านในตอนเย็นวันหนึ่ง ระหว่างที่มีปากเสียงกัน ทันใดนั้นก็ถูกผู้คุมวิญญาณสองตนจู่โจม ดัดลีย์เกือบได้รับจุมพิตจากผู้คุมวิญญาณ ถ้าแฮร์รี่ไม่ใช้เวทย์มนต์ผู้พิทักษ์เข้าช่วย เหตุการณ์ทั้งหมดถูก มิสซิสฟิกก์ เพื่อนบ้านชราพบเห็น แฮร์รี่จึงได้รู้ว่า มิสซิสฟิกก์เป็น สควิป ได้รับมอบหมายจาก ดัมเบิลดอร์ให้คอยดูแลเขาอยู่ห่างๆ โดยไม่ให้รู้ความจริงก่อนเวลาอันควร อีกทั้งยังให้พ่อมดแม่มดกลุ่มหนึ่งคอยติดตามคุ้มครองแฮร์รี่อยู่เงียบๆ เพียงแต่ มันดังกัส เฟล็ชเชอร์ ที่เข้าเวรในขณะนั้น แอบไปทำธุระส่วนตัว มิสซิสฟิกก์โกรธจนบอกว่า จะต้องฟ้องดัมเบิลดอร์

     แฮร์รี่พาดัดลีย์ซึ่งยังไม่ได้สติกลับบ้าน ลุงเวอร์นอนและป้าเพ็ตทูเนียตกใจมาเมื่อเห็นสภาพของลูกชาย ทันใดนั้นเขาก็ได้รับจดหมายสองฉบับ ฉบับหนึ่งจากกระทรวงเวทย์มนต์ แจ้งว่า เขาจะต้องถูกสอบสวนข้อหาใช้เวทย์มนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกไล่ออกจากโรงเรียนและถูกหักไม้กายสิทธิ์ ในเวลาเดียวกันจดหมายจากดัมเบิลดอร์มีเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ว่าอย่างไร ห้ามออกจากบ้านซอยพริเว็ต” เมื่อดัดลีย์ได้สติก็กล่าวหาว่า แฮร์รี่เป็นผู้กระทำ ลุงเวอร์นอนจึงได้โอกาสไล่ออกจากบ้าน ถ้าป้าเพ็ตทูเนียไม่ได้รับจดหมายกัมปนาทที่มีข้อความที่ป้ารู้เรื่องเพียงคนเดียว จึงยอมให้แฮร์รี่ยังอยู่ในบ้าน

     คืนหนึ่ง พวกเดอร์สลีย์ออกไปจากบ้านโดยทิ้งแฮร์รี่ไว้ตามลำพัง คืนนั้นเองที่เขาได้พบกับลูปิน มูดดี้ และพ่อมดแม่มดอีกจำนวนหนึ่ง ได้รับคำสั่งจากดัมเบิลดอร์ ให้มาคุ้มครองเขาออกจากบ้านซอยพริเว็ต ไปยังสำนักงานใหญ่ของ “ภาคีนกฟินิกซ์” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดัมเบิลดอร์จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านโวลเดอมอร์ ที่นั่น แฮร์รี่ได้พบกับ ซิเรียส พ่อทูนหัวของเขา รอน เฮอร์ไมโอนี่ และครอบครัววิสลี่ย์เกือบทุกคน ซึ่งบ้านที่ใช้เป็นที่ทำการใหญ่นั้น เป็นบ้านเดิมของซิเรียสนั่นเอง

     ท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวท ี่รู้สึกว่าถูกตัดขาดและไม่ได้รับความไว้วางใจ แฮร์รี่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด กระทรวงเวทย์มนต์ปิดข่าวเรื่องการฟื้นคืนชีพของโวลเดอมอร์ คอนีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรี หวงตำแหน่งและระแวงว่า ดัมเบิลดอร์จะสร้างขุมกำลังขึ้นมาแข่ง จึงพยายามกีดกัน แฮร์รี่ถูกกล่าวหาว่า โกหกเรื่องโวลเดอมอร์ การที่มีการกล่าวโทษและสอบสวนก็เพื่อไม่ให้แฮร์รี่กลับไปที่ ฮอกวอร์ต เพอร์ซี่ ลูกชายคนที่สามของตะกูลวิสลีย์ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี มีความทะเยอทะยานถึงขนาดทะเลาะกับพ่อของตนเองและออกจากบ้าน นอกจากนี้แฮร์รี่ยังได้รู้ความจริงที่ว่า ตระกูล แบล็ค ของซิเรียส ถือว่าเป็นตระกูลที่มีเลือดบริสุทธิ์และสูงส่ง รังเกียจพวกลูกครึ่งและ “เลือดสีโคลน” จะแต่งงานกับพวกที่เป็น “เลือดบริสุทธิ์” ด้วยกันเท่านั้น สายเลือดที่สืบต่อกันมาเกี่ยวดองกับตระกูลอื่นๆ รวมทั้งตระกูล มัลฟอย ตัวซิเรียสเองก่อนจะต้องคดี ก็ไม่ถูกกับแม่ซึ่งเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง จึงหนีออกจากบ้านเมื่ออายุได้ 17 ปี โดยไปอยู่ที่บ้านปู่ย่าของแฮร์รี่

     ที่น่าตกใจไปกว่านั้น น้องชายของซิเรียส เป็นผู้เสพความตาย แต่ถูกโวลเดอมอร์ฆ่าเมื่อพยายาม จะตีตัวออกห่าง ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งชื่อ เบลลาทริกซ์ เป็นสมุนที่ใกล้ชิดกับ โวลเดอมอร์ กำลังถูกขังอยู่ในคุกอัซคาบัน ด้วยข้อหาใช้คำสาปทรมานกับมือปราบมาร ซึ่งเป็นพ่อแม่ของ เนวิลล์ ลองบ็อตทอม เพื่อนร่วมบ้านกริฟฟินดอร์ นั่นเอง

     ในวันสอบสวน ซิเรียสแจ้งความประสงค์ ที่จะไปกับแฮร์รี่และนายวิสลีย์ในร่างสุนัข แต่มีคำสั่งจากดัมเบิลดอร์ห้ามไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ซิเรียสข้องใจ เพราะ สมาชิกของ “ภาคี” ทุกคนแม้แต่ สเนป ต่างได้รับมอบหมายในภาระกิจสำคัญๆ ยกเว้นตัวเขาเองซึ่งมักจะต้องอยู่ประจำสำนักงานใหญ่ อันเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า ตนเองนั้น ไร้ประโยชน์

     คณะกรรมการสอบสวนที่มีฟัดจ์เป็นประธาน พยายามทุกวิถีทางที่จะลงโทษแฮร์รี่ให้ได้ แต่ดัมเบิลดอร์มาช่วยแก้คดีให้ โดยมีมิสซิสฟิกก์มาเป็นพยาน ซึ่งดัมเบิลดอร์ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ที่ผู้คุมวิญญาณมาเพ่นพ่านในโลกมักเกิ้ล กระทรวงเวทย์มนต์จำยอมปล่อยแฮร์รี่ให้พ้นคดี แฮร์รี่แปลกใจและขุ่นข้องที่ในการพบกันครั้งนี้ ดัมเบิลดอร์ไม่คุยกับเขานานๆ หรือแม้แต่สบตาเขาโดยตรงเลย แม้จะมารู้ทีหลังว่า ตัวดัมเบิลดอร์เองก็ถูกถอดถอนจากตำแหน่งต่างๆ ในสภาพ่อมดแม่มด ถูกปลดจากศาลสูงวิเซ็นกาเม็ต และถูกกล่าวหาว่า เป็นคนหลอกลวง ตำแหน่งเดียวที่ดัมเบิลดอร์ยืนยันไม่ยอมละทิ้งก็คือ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮอกวอร์ต หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น แฮร์รี่ได้พบกับ ลูเชียส มัลฟอย ซึ่งเดินคุยไปกับฟัดจ์อย่างสนิทสนม เป็นที่น่าสงสัย

     เมื่อใกล้จะเปิดเทอม แฮร์รี่และพี่น้องวิสลีย์ได้รับจดหมายจากโรงเรียนตามที่เคย เฮอร์ไมโอนีได้รับแต่งตั้งเป็นพรีเฟ็ค ที่น่าประหลาดใจและแฮร์รี่ข้องใจอยู่เงียบๆ ก็คือ รอนได้รับเลือกให้เป็นพรีเฟ็คแต่ตนเองกลับไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาคิดว่า ตนเองมีความสามารถมากกว่า มู้ดดี้พยายามทำให้แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้นด้วยการมอบรูปถ่ายเก่าให้แก่แฮร์รี่ ซึ่งเป็นรูปถ่ายสมาชิก “ภาคีนกฟินิกซ์” ในยุคก่อน ในจำนวนนั้น นอกจากพ่อแม่ของเขา ซิเรียส ลูปิน ก็ยังมีหางหนอน และพ่อแม่ของเนวิลล์รวมอยู่ด้วย รูปนี้จึงไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย

     ในวันเปิดเทอม รถเมล์อัศวินราตรีมารับเด็กๆ ไปสถานีรถไฟโดยมีลูปิน และแม่มดอีกคนชื่อท็องค์ คุ้มกันไปด้วย และในครั้งนี้ ซิเรียสดึงดันที่จะไปส่งแฮร์รี่จนได้ ที่สถานีรถไฟ แฮร์รี่พบกับพ่อลูกมัลฟอย เขาพบว่า เดรโก มัลฟอย ได้เป็นพรีเฟ็คเช่นกัน นอกจากนี้ เขามีความรู้สึกว่า มัลฟอยผู้พ่อจะต้องจำซิเรียสได้ เนื่องจากได้ข้อมูลจาก หางหนอน บนรถไฟ รอนกับเฮอร์ไมโอนีแยกไปปฐมนิเทศที่ตู้พรีเฟ็ค แฮร์รี่จึงต้องนั่งอยู่กับพี่น้องวิสลีย์คนอื่นๆ พร้อมทั้งเพื่อนของจินนี่อีกคนหนึ่งชื่อ ลูน่า เลิฟกู๊ด เด็กผู้หญิงท่าทางแปลกๆ จากบ้านเรเวนคลอ ลูกสาวบรรณาธิการนิตยสาร ควิบเบลอร์ ลูน่าเล่าว่า แม้ผู้คนหาว่าหนังสือของพ่อเธอเชื่อถือไม่ได้ แต่ ควิบเบลอร์ จะลงข่าวที่ เดลี พรอเฟ็ต ไม่กล้าลง เมื่อถึงโรงเรียน แฮร์รี่สังเกตเห็นม้าลากรถมีปีก หน้าตาประหลาด ทั้งๆ ที่คนอื่นไม่เห็น แต่น่าแปลกใจว่า คนที่เห็นม้าลากรถอีกคนหนึ่งคือลูน่า

     ที่โรงเรียน แฮร์รี่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์หลายอย่างนับตั้งแต่มาถึง บรรดานักเรียนพากันมองดูเขา และซุบซิบอย่างหวาดระแวง แฮกริดหายไป เพลงใหม่ของหมวกคัดสรรเตือนในเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และที่สำคัญ อาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่คือ ศาสตราจารย์ โดโลเรส อัมบริดจ์ นั้น เป็นปลัดขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์ ซึ่งแฮร์รี่เคยพบเธอในห้องสอบสวน อัมบริดจ์กล่าวคำทักทายในงานเลี้ยงโดยเน้นย้ำเรื่องกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติ เฮอร์ไมโอนีตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงเวทย์มนต์พยายามแทรกแซงกิจการของโรงเรียน แอนเจลินา จอห์นสัน กัปตันทีมควิดดิชคนใหม่ ของกริฟฟินดอร์มาบอกแฮร์รี่ว่าจะมีการคัดเลือกคีปเปอร์มาแทนวู้ดซึ่งเรียนจบไปแล้ว ให้เตรียมตัวให้พร้อมในวันเสาร์ที่จะถึง และเขาต้องแตกคอกับ เชมัส ฟินิกัน ซึ่งถูกแม่ห้ามไม่ให้คบกับแฮร์รี่อีก เนื่องมาจากข่าวที่ลงใน เดลี่ พรอเฟ็ต

     ในการเปิดเรียนวันแรก นักเรียนปีห้าได้รับการเน้นย้ำเรื่องการสอบ ว.พ.ร.ส. (วิชาพ่อมดระดับสามัญ) ที่จะมาถึง ทุกวิชาต้องเรียนอย่างหนัก เพื่อเตรียมตัวสอบ แต่ศาสตราจารย์อัมบริดจ์นั้น แทนที่จะสอนนักเรียนตามที่ควรจะทำ กลับสอนแต่ทฤษฎี ซ้ำยังตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ และการลงโทษอย่างเคร่งครัด แฮร์รี่เป็นคนแรกที่ต่อต้านการกระทำนี้ ด้วยการพูดสิ่งที่กระทรวงกล่าวหาตลอดมาว่า โกหก นั่นคือ “โวลเดอมอร์กลับมาแล้ว” ถึงแม้เขาทำให้นักเรียนทั้งชั้นพลอย ต่อต้านอัมบริดจ์ แต่ก็ถูกอัมบริดจ์สั่งกักบริเวณเป็นเวลา 5 วัน นับตั้งแต่วันถัดมา ในห้องทำงานของเธอ ด้วยวิธีการลงโทษที่ทารุณ มิหนำซ้ำยังต้องพลาดการคัดตัวคีปเปอร์ อย่างไรก็ตาม เขาพบว่า แม้นักเรียนส่วนใหญ่จะคิดเหมือนเชมัส แต่ก็มีไม่น้อยที่เชื่อถือคำพูดของเขา ในจำนวนนี้นอกจาก เนวิลล์ ซึ่งบอกว่า คุณย่าของเขาเชื่อมั่นในตัวดัมเบิลดอร์แล้ว ก็มี เออร์นี่ แมคมิลลัน บ้านฮัฟเฟิลพัฟ และ *โช แชง* จากเรเวนคลอ ซึ่งทำให้แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้นมาก

     ผลการคัดตัวคีปเปอร์ ปรากฎว่า รอน ซึ่งแอบซุ่มซ้อมตลอดมาได้รับการคัดเลือก แต่ในการฝึกทำไม่ได้ดีเท่าไร ทำให้ถูกพวกสลิธีรินที่มาแอบดูการฝึกเยาะเย้ยถากถางและทำให้ทั้งทีมวิตกกังวล ส่วนตัวเองก็ขาดความมั่นใจ อัมบริดจ์ นอกจากคอยจับผิดแฮร์รี่แล้ว ยังวางอำนาจมากขึ้นด้วยการตั้งกฎข้อบังคับสารพัด มิหนำซ้ำยังได้รับแต่งตั้งจากกระทรวง เป็นกรรมการผู้สอบสวนใหญ่ประจำโรงเรียน อีกทั้งไปสังเกตการสอนของอาจารย์ทุกคน และประเมินผล ทำให้ทั้งโรงเรียนนอกจากพวกสลิธีริน ไม่พอใจ แต่ดัมเบิลดอร์ยังวางเฉยอย่างน่าประหลาด

     แฮร์รี่เริ่มฝันถึง โวลเดอมอร์ ในความฝันเขารู้สึกเหมือนกับว่า ตัวเองเป็นโวลเดอมอร์ เฮอร์ไมโอนียุให้แฮร์รี่เปิดสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ให้แก่นักเรียนคนอื่นๆ อย่างลับๆ เพื่อเตรียมตัวสอบ ว.พ.ร.ส. แฮร์รี่จำใจยอมและได้เพื่อนนักเรียนทั้งจากบ้านเดียวกันและบ้านอื่นๆ ทั้งหมด 28 คน รวมถึง โช แชง ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองจึงก่อตัวขึ้น แม้ว่าโชจะมีอาการแปลกๆ ที่เขาไม่เข้าใจ ด้วยความช่วยเหลือจาก ด๊อบบี้ เอล์ฟประจำบ้าน พวกเขาได้สถานที่ลับในการฝึก ซึ่งเป็นห้องที่เรียกว่า “ห้องตามความประสงค์” ซึ่งจะเป็นห้องที่จะปรากฎขึ้นเมื่อมีผู้ต้องการใช้ และจะเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้ใช้ พวกเขาตั้งชื่อกลุ่มว่า “กองทัพของดัมเบิลดอร์” โดยเรียกย่อๆ ว่า “ก.ด.” ที่ได้ชื่อนี้เพราะรู้ว่า การที่อัมบริดจ์ไม่ยอมสอนภาคปฏิบัติ ให้กับนักเรียนเพราะทางกระทรวงฯ กำลังหวาดระแวงดัมเบิลดอร์นั่นเอง แฮร์รี่เกรงว่า ความลับจะแตก เพราะอัมบริดจ์ทำท่าทางคล้ายๆ จะสงสัย เพราะเธอเคยพยายามจะล่อลวงให้เขาเล่าเรื่องเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์มาแล้ว แต่เฮอร์ไมโอนีบอกว่า เธอใช้เวทย์มนต์บางอย่างที่จะทำให้รู้ได้ทันที หากมีผู้เปิดเผยความลับ การฝึกวิชาเป็นไปด้วยดี แฮร์รี่มีกำลังใจขึ้น และความสัมพันธ์กับโช ก็ก้าวหน้าขึ้นด้วย ถึงกับมีนัดกัน เมื่อถึงวันไปเที่ยวฮอกส์มี้ด คราวต่อไป ซึ่งจะตรงกับวันวาเลนไทน์พอดี

     ระหว่างนี้ เดลี พรอเฟ็ต ลงข่าวการบุกรุกห้องทำงานของกองปริศนา ในกระทรวงเวทย์มนต์แต่ถูกจับได้ของพ่อมดคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิกของ “ภาคี” แฮร์รี่ส่งจดหมายถึงซิเรียส แต่ทั้งๆ ที่ระวังอย่างดี เฮ็ดวิกยังถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บในตอนที่นำจดหมายกลับมาให้ อัมบริดจ์ออกกฎว่า จะมีการตรวจสอบจดหมายทุกฉบับ จึงทำให้การติดต่อกับซิเรียสยิ่งลำบากขึ้น ซิเรียสแอบมาหาที่โรงเรียน ผ่านทางเตาผิงด้วยผงฟลู แต่เกือบถูกอัมบริดจ์จับได้ ในการแข่งขันควิดดิชนัดแรกกับสลิธีริน รอนวิตกกังวลจนเล่นพลาด ถูกมัลฟอยและทีมสลิธีรินเยาะเย้ย แฮร์รี่และฝาแฝดวิสลีย์โกรธจนลืมตัว ถึงกับเข้าไปทำร้าย อัมบริดจ์ซึ่งเข้าข้างสลิธีรินอยู่แล้วสั่งห้ามทั้ง สามคนเล่นควิดดิชและยึดไม้กวาด กริฟฟินดอร์จึงต้องหาผู้เล่นใหม่และได้ จินนี่ มาแทนแฮร์รี่

     ในที่สุด แฮกริดก็กลับมา และเล่าเรื่องการเดินทางไปเกลี้ยกล่อมยักษ์ ให้เข้าเป็นพวกแต่ประสบความล้มเหลวให้ฟัง แฮกริดมีบาดแผลเต็มตัวแต่ไม่ยอมบอกว่า เกิดจากอะไร พวกแฮร์รี่เกรงว่า แฮกริดจะไม่ผ่านการตรวจสอบการสอนของอัมบริดจ์ เพราะศาสตราจาย์ทริลอว์นีย์ ก็ถูกให้อยู่ในขั้นทดลองมาแล้วเนื่องจากการสอนไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่แฮกริดก็ไม่สนใจ เขาใช้ตัว เธสธรอล ซึ่งเป็นสัตว์ที่ที่ใช้ลากรถนักเรียนที่แฮร์รี่เคยเห็นกับลู่น่านั่นเองและอาศัยอยู่ในป่าต้องห้ามมาใช้ในการสอน เมื่อใกล้วันคริสต์มาส แฮร์รี่ฝันเห็นนายวิสลีย์ถูกงูกัด เลือดไหลเต็มตัวในห้องที่จำได้ว่า เป็นห้องกองปริศนาของกระทรวงเวทย์มนต์ ในฝัน ตัวเขาเองคืองู เมื่อตกใจตื่น เขาเล่าความฝันให้ศาสตราจารย์มักกอลนากัล ซึ่งเนวิลล์ไปตามให้ฟัง มักกอลนากัลจึงพาแฮร์รี่ไปหาดัมเบิลดอร์ เมื่อดัมเบิลดอร์ให้คนรีบไปดูนายวิสลีย์และพบว่าเป็นความจริง ก็ให้พี่น้องวีสลีย์และแฮร์รี่เดินทางไปสำนักงานใหญ่ของ “ภาคีนกฟินิกซ์” ซึ่งเป็นบ้านของซิเรียส และคอยฟังข่าวที่นั่น

     นายวิสลีย์ถูกนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที และปลอดภัยในที่สุด ทุกคนรวมทั้งสมาชิก ของโองการไปเยี่ยมแฮร์รี่ที่โรงพยาบาลเซ็นต์มังโกฯ พวกสมาชิกปรึกษากันเกี่ยวกับเรื่องที่แฮร์รี่ฝัน แฮร์รี่และพี่น้องวิสลีย์แอบฟังโดยใช้เครื่องมือที่เฟร็ดและจอร์จประดิษฐ์ขึ้น และได้รู้ว่า สิ่งที่ทุกคนกำลังหวาดวิตกก็คือ แฮร์รี่อาจถูกโวลเดอมอร์ครอบงำจิตใจเพราะทั้งสองมีการเชื่อมต่อบางอย่างอยู่ แฮร์รี่ตกใจมาก เขาเกรงว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง โวลเดอมอร์อาจจะล่วงรู้เรื่องของพวกภาคีโดยผ่านทางเขา และยังระแวงว่า คนอื่นๆ กลัวเขา หลังจากกลับจากโรงพยาบาล แฮร์รี่พยายามหลบหน้าใครต่อใคร ถึงกับคิดจะหนีออกจากบ้าน แต่แล้วได้จินนี่เป็นผู้ปลอบใจเพราะเธอเองเคยถูกโวลเดอมอร์ครอบงำมาแล้ว เธอเล่าว่า เธอจำเหตุการณ์ในขณะที่ถูกครอบงำไม่ได้ ดังนั้น ความฝันของแฮร์รี่จึงไม่ใช่การถูกครอบงำเพราะเขาจำได้ทุกอย่าง แฮร์รี่โล่งใจและฉลองคริสต์มาสอย่างมีความสุขเช่นเดียวกับซิเรียสที่เบิกบานเป็นพิเศษ

     พวกแฮร์รี่ไปเยี่ยมนายวิสลีย์ที่โรงพยาบาลอีกครั้งในวันคริสต์มาส พวกเขาได้พบกับ กิลเดอร์รอย ล็อกฮาร์ต อาจารย์เก่าซึ่งเคยสอนพวกเขาและสูญเสียความทรงจำ จึงต้องตามเข้าไปเยี่ยมถึงในห้องตามที่ผู้บำบัด(Healer) ประจำตัวล็อกฮาร์ต เชื้อเชิญ พวกเขาได้พบกับเนวิลล์และคุณย่าซึ่งมาเยี่ยมพ่อแม่ของเนวิลล์ รอนและเฮอร์ไมโอนีจึงพลอยรู้เรื่องของเนวิลล์ไปด้วย เมื่อกลับมาจากโรงพยาบาล แฮร์รี่ได้พบกับสเนป ซึ่งมาแจ้งว่า ดัมเบิลดอร์มีคำสั่งให้สอนแฮร์รี่ฝึก “สกัดใจ” เพื่อป้องกันไม่ให้โวลเดอมอร์เข้ามาอ่านจิตได้ โดยจะฝึกทุกเย็นวันจันทร์หลังเลิกเรียน หากมีใครถามให้บอกว่า เรียนซ่อมเสริมวิชาปรุงยา ซิเรียสและสเนปมีปากเสียงและเกือบจะถึงขั้นต่อสู้กัน ถ้าคนอื่นๆ ไม่มาเห็นเข้าพอดี

     เมื่อกลับมาที่โรงเรียน แฮร์รี่เริ่มฝึกสกัดใจกับสเนป เขาสังเกตว่าสเนปจะใช้ เพนซิฟ ซึ่งเป็นอ่างวิเศษสำหรับเก็บความทรงจำ ของดัมเบิลดอร์ นำความทรงจำบางอย่างไปเก็บไว้ก่อนที่จะเริ่มสอน และจะนำกลับคืนมาทุกครั้งที่สอนเสร็จ แฮร์รี่จะต้องฝึกจิตให้ว่างก่อนนอนทุกคืนอีกด้วย แต่เขาไม่ตั้งใจฝึกสักเท่าไร เพราะคิดว่า ถ้าสามารถอ่านจิตของโวลเดอมอร์ได้ ก็อาจจะสามารถป้องกันเหตุร้ายได้อย่างที่เคยฝันเกี่ยวกับนายวิสลีย์ และเขามักจะฝันว่า เดินไปตามทางมืดๆ ที่จำได้ว่า เป็นทางเดินไปกองปริศนาในกระทรวงเวทย์มนต์นั่นเอง ความฝันจะต่อเนื่องตั้งแต่การพยายามหาทางเข้าไปในห้องจนสำเร็จ การฝึกมนต์กำบังจิตจึงไม่ก้าวหน้าสักเท่าไร ซึ่งทำให้สเนปโกรธ มีเพียงครั้งเดียวที่เขาเข้าไปอ่านจิตของสเนปสำเร็จและได้เห็นอดีตบางส่วนสมัยเด็กของสเนป

     เดลี พรอเฟ็ตลงข่าวเป็นระยะๆ ทั้งการแหกคุกครั้งใหญ่ของบรรดาสมุนเก่าของโวลเดอมอร์ โดยข่าวลงว่ามีการสงสัยว่า ซิเรียส แบล็ค เป็นผู้มาช่วยเหลือ และยังมีข่าวการตายของเจ้าหน้าที่กระทรวงเวทย์มนต์ที่ทำงานอยู่ในกองปริศนาและกำลังป่วยด้วยอาการสูญเสียการพูด อยู่ที่โรงพยาบาล พวกแฮร์รี่เคยไปพบอยู่ในห้องเดียวกับล็อกฮาร์ตและพ่อแม่ของเนวิลล์ เขาสังหรณ์ว่า จะต้องมีอาวุธบางอย่างที่โวลเดอมอร์ต้องการในห้องนั้น

     ก่อนถึงวันไปเที่ยวฮอกส์มี้ดซึ่งแฮร์รี่มีนัดกับโช เฮอร์ไมโอนีนัดให้เขาไปพบที่ร้านไม้ กวาดสามอันในตอนบ่าย โดยบอกว่ามีเรื่องสำคัญและเขาจะพาโชไปด้วยก็ได้ โชพาแฮร์รี่ไปดื่มน้ำชาที่ร้านของมาดามพุดดิฟู้ต แต่เธอพูดและมีกิริยาแปลกๆ ที่เขาไม่เข้าใจโดยพูดถึงเซดริก และนักเรียนชายคนอื่นๆ ที่เคยมาขอนัดกับเธอ เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของเขา และเมื่อเขาบอกว่า เขามีนัดกับเฮอร์ไมโอนี โชจึงไม่พอใจและจากไป ยิ่งทำให้เขางงมากขึ้น เมื่อแฮร์รี่ไปพบกับเฮอร์ไมโอนี ก็ได้พบ ลูน่า เลิฟกู๊ด และ ริต้า สกีตเตอร์ อดีตนักข่าวของ เดลี พรอเฟ็ต เฮอร์ไมโอนีวางแผนให้แฮร์รี่เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนที่เผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ โดยให้ริต้าสัมภาษณ์ลงในนิตยสารเดอะควิบเบลอร์ รวมทั้งเปิดเผยรายชื่อของผู้เสพความตายด้วย

     ทันทีที่หนังสือออกมาก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ทั้งๆ ที่อัมบริดจ์สั่งให้เก็บหนังสือฉบับนี้ทั้งหมด ผู้คนตื่นตัวกันเป็นการใหญ่และหันมาเชื่อถือแฮร์รี่อีกครั้ง และโชก็มาคืนดีด้วย อัมบริดจ์ไล่ทรีลอว์นีย์ออก แต่ดัมเบิลดอร์ยังอนุญาตให้อยู่ที่หอคอยเดิมของเธอ และขอให้เซ็นทอร์ชื่อ ฟีเรนซี มาสอนวิชาพยากรณ์แทน ซึ่งทำให้เซนทอร์ตนอื่นๆ โกรธที่ฟีเรนซีมายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์และเปิดเผยพรสวรรค์อันถือเป็นความลับ จึงถูกขับไล่ออกมาจากป่า เมื่อหมดชั่วโมง ฟีเรนซีบอกให้แฮร์รี่ไปเตือนแฮกริดว่า “ที่พยายามอยู่นั้นไม่สำเร็จหรอก เลิกล้มเสียเถอะ” แต่ไม่ยอมบอกรายละเอียดมากไปกว่านั้นเพราะถือว่า เป็นความลับของแฮกริดเอง

     กลุ่มลับของแฮร์รี่ถูกอัมบริดจ์จับได้เพราะสมาชิกคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของโช ชื่อมารีเอตต้า ซึ่งไม่เต็มใจมาเรียนนั้นแอบไปบอกด้วยกลัวความผิด แต่ดัมเบิลดอร์ออกรับแทน ฟัดจ์ซึ่งได้รู้เรื่องนี้และเดินทางมาโรงเรียนสั่งจับ แต่ดัมเบิลดอร์หนีไปได้ด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่า เรื่องนี้นอกจากทำให้กลุ่มต้องเลิกล้มแล้ว แฮร์รี่ยังต้องทะเลาะกับโชและเลิกกันในที่สุด อัมบริดจ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ใหญ่ของ ฮอกวอร์ต แต่ได้รับการต่อต้านจากอาจารย์คนอื่นๆ และนักเรียนส่วนใหญ่ เฟร็ดกับจอร์จลอบก่อความวุ่นวาย ในโรงเรียนโดยคนอื่นๆ แอบสนับสนุนอยู่เงียบๆ เพราะอยากเห็นอัมบริดจ์วิ่งวุ่น

     วันหนึ่งระหว่างการเรียนสกัดใจเมื่อสเนปมีธุระต้องออกไปจากห้องชั่วคราว แฮร์รี่แอบเข้าไปดูความทรงจำของสเนปในเพนซิฟ เขาได้พบกับพ่อแม่ของเขาและเพื่อนๆ ตอนที่อยู่ปี 5 ได้เห็นว่า พ่อของตัวเองกลั่นแกล้งสเนปให้ขายหน้าเพียงเพื่อความสนุก นี่คือสาเหตุที่ทำให้สเนปเกลียดพ่อของเขาและเพื่อนๆ เข้ากระดูกดำ สเนปจับได้ก็โกรธจัดถึงกับไล่แฮร์รี่ออกจากห้อง และเลิกสอนสกัดใจ แฮร์รี่ข้องใจเรื่องของพ่อของตน เขาเคยได้ยินอัมบริดจ์บอกว่า เตาผิงทุกเตาผิงในโรงเรียนจะถูกกระทรวงฯ คอยสอดส่องเครือข่ายผงฟลู นอกจากเตาผิงในห้องทำงานของเธอ จึงไปขอความช่วยเหลือ จากเฟร็ดและจอร์จให้ล่ออัมบริดจ์ออกไปจากห้อง และเดินทางไปที่บ้านของซิเรียส เพื่อถามข้อที่ข้องใจ ในระหว่างที่คุยอยู่กับซิเรียสและลูปิน แฮร์รี่ได้ยินเสียงเตือนให้กลับ เมื่อกลับมาถึงก็พบว่า อัมบริดจ์จับฝาแฝดวิสลีย์ได้ เพราะแฮร์รี่อาศัยผ้าคลุมล่องหนจึงไม่ถูกจับไปด้วย แต่เฟร็ดกับจอร์จใช้คาถาเรียกของเรียกไม้กวาดของตนและหนีไปจากโรงเรียนจนได้ ไปเปิดร้านเกมกลวิเศษวีสลีย์ที่ตอกไดแอกอน

     ในระหว่างการแข่งขันควิดดิช ระหว่างกริฟฟินดอร์กับเรเวนคลอ แฮกริดมาตามแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ เขาบอกว่า เขาจะไปจากฮอกวอร์ตก่อนที่จะถูกอัมบริดจ์ไล่ออก แฮกริดพาเด็กทั้งสอง เข้าไปในป่าต้องห้ามเพื่อเปิดเผยความลับ ทั้งสองได้พบกับน้องชายแม่เดียวกับแฮกริดชื่อ กร็อป (Grawp) เป็นยักษ์สูงราว 16 ฟุต ซึ่งแฮกริดแอบพามาด้วย แฮกริดฝากฝังแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี ให้ช่วยดูแลน้องชายของตน ทั้งสองยอมรับคำโดยไม่เต็มใจ ระหว่างที่กลับออกมาก็พบกับพวกเซ็นทอร์ พวกนั้นห้ามไม่ให้พวกเขากลับเข้ามาในป่าอีก เมื่อกลับมาถึงก็พบว่า การแข่งขันจบลงโดยกริฟฟินดอร์มีชัยอย่างหวุดหวิด รอนฟอร์มเจ๋งกว่าที่เคย (วิสลีย์นั้นราชันของเรา เขาไม่ปล่อยให้ลูกควัฟเฟิลเข้า วิสลีย์นั้นราชันของเรา)

     ในระหว่างการสอบ ว.พ.ร.ส. วิชาดาราศาสตร์ แฮร์รี่เห็นอัมบริดจ์พาเจ้าหน้าที่ของกระทรวงไปจับแฮกริด แฮกริดหนีไปได้ แต่มักกอลนากัลซึ่งมาช่วยนั้นถูกคาถาสะกดนิ่งจนต้องถูกพาไปโรงพยาบาล ทำให้แฮร์รี่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะคิดว่า ขณะนี้ไม่มีสมาชิกของภาคีเหลืออยู่ในโรงเรียนอีกแล้ว เขายังฝันเห็นซิเรียสถูกผู้เสพความตายจับ เขาเป็นกังวลถึงขนาดลอบเข้าไปในห้องทำงานของอัมบริดจ์อีกครั้งเพื่อใช้เตาผิงไปที่บ้านของซิเรียส เขาพบแต่ ครีเชอร์ เอลฟ์ประจำบ้านของซิเรียส ครีเชอร์บอกว่า ซิเรียสไม่อยู่ทำให้แฮร์รี่ตกใจมาก ยิ่งกว่านั้นเมื่อกลับมาก็พบว่า ถูกอัมบริดจ์จับได้ อัมบริดจ์บังคับให้สารภาพ แต่เขาไม่ยอม เธอให้สเนปเตรียมน้ำยา สัจจะเซรุ่ม แต่สเนปอ้างว่า จะต้องใช้เวลาเตรียมนาน ทำให้เธอโกรธมาก แฮร์รี่จึงนึกได้ว่า ยังเหลือสเนปอยู่อีกคนหนึ่ง เขาตะโกนบอกสเนปเป็นนัยๆ เรื่องซิเรียส เฮอร์ไมโอนีทำท่าเหมือนจะสารภาพ เธอบอกว่า ดัมเบิลดอร์สั่งให้พวกเขาทำอาวุธ อัมบริดจ์จึงบังคับให้แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนีพาไปหาอาวุธนั้น เฮอร์ไมโอนีนำเข้าไปในป่าต้องห้าม ทั้งสามคนได้พบกับพวกเซ็นทอร์ที่โกรธแค้น อัมบริดจ์พยายามต่อสู้แต่ถูกจับไป แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนีก็เกือบจะถูกทำร้ายแต่ กร็อป น้องชายยักษ์ของแฮกริด ซึ่งออกมาตามหาพี่ชายมาช่วยโดยไม่ตั้งใจและไล่พวกเซ็นทอร์ลึกเข้าไปในป่า ขณะที่ทั้งสองกำลังหาทางออกจากป่าก็พบรอน จินนี่ ลูน่า และเนวิลล์ ซึ่งออกมาช่วยพอดี

     แฮร์รี่ตัดสินใจจะบุกไปที่กระทรวงเวทย์มนต์เพื่อช่วยซิเรียสตามลำพัง แต่พวกเพื่อนๆ ตั้งใจที่จะไปด้วย ลูน่าจึงเรียกตัว เธสธรอล มาใช้เป็นพาหนะ เมื่อไปถึง แฮร์รี่อาศัยความทรงจำ จากความฝันนำทางไปจนถึงห้องทำงานของกองปริศนา ที่มีประตูอยู่มากมายและหาทางเข้าไปในห้องได้ในที่สุด และได้พบกับลูกแก้วพยากรณ์ลูกหนึ่ง ซึ่งมีชื่อของโวลเดอมอร์และแฮร์รี่ ทันทีที่เขาหยิบลูกแก้วพยากรณ์ขึ้นมา ลูเชียส มัลฟอยและเหล่าผู้เสพความตายก็ปรากฎตัวขึ้น กลายเป็นว่า โวลเดอมอร์สร้างแผนลวงให้แฮร์รี่มาติดกับ แม้เด็กๆ จะพยายามสู้พลางหนีพลาง แต่ด้วยความด้อยประสบการณ์จึงพลาดท่า พอดีซิเรียสและพวกมาช่วยโดยให้พวกเด็กๆ หนีไป แฮร์รี่ทำลูกแก้วตกแตกไปขณะที่ช่วยพยุงเนวิลล์และได้พบกับดัมเบิลดอร์ เขาวิ่งกลับเข้าไปในห้องที่พวกซีเรียสกำลังสู้ กับผู้เสพความตาย และทันเห็นเบลลาทริกซ์ฆ่าซิเรียสซึ่งกำลังประมาทพอดี แฮร์รี่ตกใจและโกรธจนลืมตัว เขาวิ่งตามเบลลาทริกซ์ออกไป แต่เล้วก็ต้องเผชิญหน้ากับ โวลเดอมอร์ให้แฮร์รี่นำลูกแก้วลูกนั้นมาให้ตน ดัมเบิลดอร์ตามมาช่วยไว้ทัน โดยเสกรูปปั้นที่อยู่ในห้องโถงของกระทรวงเวทย์มนต์มาช่วยคุ้มครองแฮร์รี่ ป้องกันไม่ให้เบลลาทริกซ์หลบหนี ส่วนตนเองก็ต่อสู้กับโวลเดอมอร์ เมื่อโวลเดอมอร์สู้ไม่ได้หนีไป ความโกลาหลครั้งนี้ถูกฟัดจ์ มือปราบมาร และคนอื่นๆ ในกระทรวงพบเห็นในที่สุด ดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่กลับไปที่ห้องอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนด้วยกุญแจนำทาง หลังจากอธิบายให้พวกกระทรวงฟังแล้วก็กลับมาหาแฮร์รี่

     ดัมเบิลดอร์เล่าทุกอย่างให้แฮร์รี่ที่กำลังโกรธแค้น ฟังมากมาย นับตั้งแต่เรื่องที่แฮร์รี่ฝันเห็นซีเรียสถูกจับ เมื่อโวลเดอมอร์รู้ว่า แฮร์รี่เข้าไปในจิตของตนจึงสร้างภาพลวงตา เพราะอ่านจิตของเขาได้เช่นกันว่า คนที่แฮร์รี่รักที่สุด คือ ซิเรียส และถูก ครีเชอร์ เอลฟ์ประจำบ้านของซีเรียสหลอกเรื่องที่ว่า ซีเรียสไม่อยู่บ้าน เป็นเหตุให้แฮร์รี่เข้าใจผิดและไม่คิดหน้าคิดหลัง เพราะความจริงแล้ว ครีเชอร์ ไม่จงรักภักดีกับซีเรียสตามที่ควร แฮร์รี่ยังได้รู้ว่า แท้จริงแล้ว สเนปให้ความช่วยเหลืออย่างลับๆ ตลอดมา ดัมเบิลดอร์ยอมรับว่า คิดผิดไปที่ไม่ได้เล่าความเป็นมาต่างๆ ให้ฟังเพราะมักคิดว่า แฮร์รี่ยังอายุน้อยเกินไป

     ดัมเบิลดอร์เล่าเรื่องตั้งแต่ก่อนแฮร์รี่จะเกิดว่า ในสมัยที่โวลเดอร์มอร์เรืองอำนาจในยุคแรกนั้น มีการพยากรณ์ว่า โวลเดอมอร์จะมีคู่ปรับที่เก่งกว่า และจะรู้ถึงพลังอำนาจที่โวลเดอมอร์ไม่รู้ คำทำนายทั้งหมดถูกบรรจุในลูกแก้วพยากรณ์ ซึ่งเก็บไว้ในห้องหนึ่งของกองปริศนา สายของโวลเดอมอร์รู้แค่คำพยากรณ์ส่วนแรก เป็นเหตุให้โวลเดอมอร์ซึ่งตั้งใจจะไปฆ่าแฮร์รี่ต้องสูญเสียพลังไปในครั้งนั้น การที่ดัมเบิลดอร์นำแฮร์รี่ไปฝากให้ ป้าเพ็ตทูเนียเลี้ยง ก็เนื่องมาจากพลังที่แม่ของแฮร์รี่ใช้คุ้มครองลูกชายก่อนถูกฆ่าตาย พลังที่ทำให้โวลเดอมอร์ไม่สามารถแตะต้องแฮร์รี่ได้ในตอนแรกนั้น ยังอยู่ในสายเลือดของพี่สาวของเธอ คือป้านั่นเอง ส่วนคำทำนายในช่วงหลังก็คือ “คนหนึ่งจะสิ้นชีวิต อีกคนจะคงชีวา” ซึ่งหมายถึงว่า แฮร์รี่และโวลเดอมอร์จะต้องต่อสู้กันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่งนั่นเอง

     ฮอกวอร์ตกลับคืนสู่ปกติอีกครั้ง ในขณะที่ทุกคนในโลกพ่อมดยอมรับความจริงเรื่องโวลเดอมอร์ในที่สุด แฮร์รี่ซึ่งยังทำใจเรื่องซิเรียสไม่ได้ นั่งรถไฟกลับไปลอนดอน ในครั้งนี้เมื่อถึงสถานีคิงก์ครอส ก็พบกับสมาชิกของ "ภาคี" มาคอยรับ และพบกับพวกเดอสลีย์ เพื่อให้ปฏิบัติกับแฮร์รี่ให้ดีก่อนแยกย้ายกันไป

     credit : aunty36 กระทู้จากเว็บบอร์ด พันทิป.คอม A3609806 และ student.swu.ac.th


Harry Potter and the Sorcerer's Stone    Chamber of Secrets    Prisoner of Azkaban  Deathly Hallows
  -: Table of Contents :-
piraChan Home page