1 2
สภาพพระเยซูหลังโดนลงโทษรอบแรกปีลาตให้ชาวยิวเลือกว่าปล่อยใครเป็นอิสระ

     " กษัตริย์เฮโรดเสด็จมาประทับที่เมืองเยรูซาเล็มพอดี เมื่อพระองค์พบพระเยซูก็ดีใจมากเพราะอยากพบมานานแล้ว พระองค์ได้ยินชื่อเสียงร่ำลือของพระเยซู และหวังว่าพระเยซูจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ดูเป็นขวัญตา
     (เฮโรด แอนติปาส เป็นลูกชายของกษัตริย์เฮโรดมหาราช,ผู้ปกครองแคว้น กาลิลี  และเปเรีย ก่อน คศ.4-39)
     เยซูแห่งนาซาเร็ธอยู่ไหน? เขาอยู่ที่ไหน? (หัวหน้านักบวชสูงสุดยิวและคณะโบ้ยหน้าอีหลักอีเหลื่อไปทางชายหนุ่ม ผมเผ้าหนวดเครารุงรัง เนื้อตัวฟกช้ำมีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังติดผิว และเสื้อผ้าขาดวิ่น,สกปรกไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว)
     นี่ เยซูแห่งนาซาเร็ธใช่ไหม? " กษัตริย์เฮโรดแทบไม่เชื่อสายตา " จริงหรือที่ท่านสามารถทำให้คนตาบอดมองเห็น? ชุบชีวิตคนจากความตาย? (สนมแก่แกล้งล้มฟุบ นางกำนัลคนอื่นพลอยหัวเราะก๊ากขำตาม)
     ท่านได้อำนาจมาจากไหน? มีคำทำนายถึงการมาบังเกิดของท่านไว้ด้วยใช่ไหม? ตอบข้าสิ ท่านเป็นกษัตริย์หรือ? แล้วข้าล่ะ? ท่านจะแสดงปาฏิหาริย์เล็กๆน้อยๆให้ชมได้ไหม? (พระชายาทรงตัวขึ้นจากหมอนพิง ชักสนใจ แต่พระเยซูยืนโงนเงนนิดหนึ่งแทบไม่เห็นราชาตุ๊ดอยู่ในสายตา)
     ฮ่า เอาเจ้าคนโง่ออกไปให้พ้นหน้าข้า เขามิได้ทำผิดอะไร เขาเป็นแค่คนบ้า " ใช้พระบาทเขี่ยตัวสนมแก่ที่นอนขวางทางก่อนขึ้นนั่งบัลลังก์ " แสดงความคารวะแบบคนโง่ๆให้แก่เขาก็พอ "

     " สัจจะ คืออะไรคลอเดีย? เจ้าได้ยินหรือเข้าใจเมื่อมันถูกเอ่ยถึงหรือเปล่า? " ปีลาต
     " ใช่ ข้าได้ยิน ท่านไม่ได้ยินหรือ? " คลอเดีย
     " อย่างไรล่ะ เจ้าบอกข้าได้ไหม? " ปีลาตใคร่รู้
     " ถ้าท่านไม่ยอมรับฟัง สัจจะ   ก็ไม่มีใครสมารถบอกท่านได้ "
     " สัจจะ เจ้าอยากรู้สัจจะของข้าหรือไม่คลอเดีย? ข้าเพียรปราบเหล่ากบฎในถิ่นกันดารนี้มาถึง 11 ปี ถ้าข้าไม่ตัดสินโทษชายผู้นี้ ข้ารู้ว่า คายาฟาส  จะก่อจราจลแต่ถ้าข้าตัดสินเขา สาวกของเขาก็อาจก่อแทน ทางใดทางหนึ่งล้วนแต่จะก่อการนองเลือด ซีซาร์  เคยเตือนข้าแล้ว คลอเดีย เตือนข้าถึง 2 ครั้ง เขาสาบานว่าการหลั่งเลือดครั้งต่อไปจะเป็นของข้า นั่นแหละคือสัจจะของข้า ! " ปีลาตกลัดกลุ้มใจไม่น้อย
     " เฮโรดปฏิเสธที่จะตัดสินชายผู้นั้น พวกเขากำลังนำชายผู้นั้นกลับมาที่นี่ เราต้องการกองกำลังสนับสนุน " อาเบนเดอร์รายงาน
     " ข้าไม่ต้องการให้เกิดจราจล " ปีลาต
     " จราจลเกิดขึ้นแล้ว .. "
     ปีลาตจำใจออกว่าการหน้าวัง " กษัตริย์เฮโรดไม่พบข้อกล่าวหาในชายผู้นี้ ข้าก็เช่นกัน "
     " ทหาร ! ดูแลฝูงชน ! " อาเบนเดอร์เห็นท่าไม่ดีตอนผู้คนโห่ร้องไม่พอใจ สีหน้าขึ้งเครียดโกรธแค้นหนุนเนื่องเข้ามา
     " เงียบ พวกเจ้าไม่เคารพต่อผู้ว่าจากโรมของเราหรือ " คายาฟาส
     " ตามที่รู้ ทุกๆปีเรามีธรรมเนียมปล่อยนักโทษเป็นอิสระกลับไปให้พวกเจ้า ตอนนี้เรามีฆาตรกรชื่อกระฉ่อนอยู่ในความควบคุม บารับบัส  ใน 2 คนนี้เจ้าจะให้เราปล่อยคนไหน? ฆาตรกรบารับบัส หรือ เยซู ที่ถูกเรียกว่าพระผู้ไถ่กู้ของชนชาติยิว "
     " เขาไม่ใช่พระผู้ไถ่กู้ของชนชาติยิว! เขาเป็นผู้หลอกลวง ผู้หมิ่นประมาทพระเจ้า!! ปล่อย บารับบัส " คายาฟาสเถียง
     " แล้วพวกเจ้าจะให้เราทำอะไรกับเยซูแห่งนาซาเร็ธ " ปีลาตถาม
     " เอาไปตรึงกางเขน " คายาฟาสอาฆาตไม่เลิก มวลชนจัดตั้งขานรับ
     " ไม่ ! เราจะลงโทษเขาเท่านั้น จากนั้นเราจะปล่อยเขาเป็นอิสระ .. ดูแลการลงโทษให้หนัก อาเบนเดอร์ แต่อย่าปล่อยให้พวกเขาฆ่าชายผู้นี้ " ปีลาตกำชับ

มารีย์ ชาวมักดาลา พระแม่มารีย์ และ ยอห์น มาดูพระเยซูถูกไต่สวนที่บ้านคายาฟาส,หัวหน้าคณะนักบวชยิวพระเยซูถูกทรมานพระเยซูแบกไม้กางเขน

     ทหารของปีลาตได้นำตัวพระเยซูไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ ใช้กองทหารยืนรายล้อมพระองค์ไว้กลางลานหิน ถอดเสื้อผ้าของพระองค์ออก ประกบห่วงเหล็กรัดข้อมือทั้งสองบนตอไม้
     " ใจของข้าพระองค์พร้อมแล้ว พระบิดา  ใจของข้าพระองค์พร้อมแล้ว " พระเยซูน้อมรับชะตากรรม
     ทหารโรมัน 2-3 นายสลับกันใช้แส้หวายเฆี่ยนหลังพระองค์ สักพักจึงเปลี่ยนอาวุธมือมาเป็นกระบองที่ผูกโซ่เหล็กปลายแหลมแมว 9 หาง ลองหวดบนโต๊ะก็ตวัดเอาเปลือกพื้นไม้ออกมาด้วย มีหรือที่จะไม่ระคายผิวเนื้อคนเป็นๆ
     จากนั้นเปิดล็อคมือข้างหนึ่ง พลิกร่างพระเยซูให้นอนแผ่หงาย หวดซ้ำด้านหน้าทั้งเนื้อทั้งตัวจากศีรษะจรดเท้าไม่มีบริเวณใดไม่มีรอยแผลบาดเจ็บ เลือดสดๆอาบทั่วร่าง และกระเซ็นเปรอะพื้นเป็นวงกว้าง
     " บุตรของข้า เมื่อใด ที่ไหน อย่างไร ที่ลูกเลือกจะรับการปลดปล่อยจากสิ่งเหล่านี้หรือ? " พระแม่มารีย์ครวญ คลอเดีย,ภรรยาปีลาตนำผ้าขนหนูสีขาวมาให้ 3 ผืน
     " หยุด พอแล้ว ! คำสั่งของพวกเจ้าคือลงโทษชายผู้นี้ ไม่ใช่โบยเขาจนตาย ! เอาเขาออกไป เร็วเข้า !! เอาเขาออกไปจากที่นี่ " อาเบนเดอร์
     พวกทหารเอากิ่งหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมศีรษะพระองค์ เอาเสื้อคลุมสีม่วงมาใส่ให้ และให้ถือกิ่งอ้อไว้ในมือขวา ต่างเวียนกันเข้ามาหาพระองค์หลายรอบ แกล้งคุกเข่าคำนับพร้อมกับเยาะเย้ยว่า " ทรงพระเจริญ กษัตริย์ยิวตกยาก ถุย ! (ถ่มน้ำลายรด และตบหน้าพระองค์) พวกเรามาเพื่อแสดงความเคารพพะยะค่ะ ผู้นำภราดรภาพของพวกเรา "

 ก่อนจะถึงเทศกาลวันปลดปล่อย พระเยซูรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะจากโลกนี้กลับไปหาพระบิดา พระองค์รักคนเหล่านั้นที่เป็นคนของพระองค์ในโลกนี้ พระองค์ได้ทำให้เห็นว่าพระองค์รักพวกเขามากแค่ไหน เมื่อพระองค์ ล้างเท้า ให้พวกศิษย์ทุกคนแล้ว พระองค์ก็ใส่เสื้อคลุมและกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร ถามพวกเขาว่า
     " พวกท่านเรียกเราว่า อาจารย์ และ องค์เจ้าชีวิต ที่ท่านเรียกอย่างนั้นถูกต้องแล้วเพราะเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเราเป็นองค์เจ้าชีวิตและอาจารย์ของพวกท่านล้างเท้าให้กับพวกท่าน พวกท่านก็ควรจะล้างเท้าให้แก่กันและกันด้วย ยอห์น 13:14
     ถ้าโลกนี้เกลียดชังท่านทั้งหลาย จงจำไว้ว่าโลกได้เกลียดชังเราก่อนแล้ว จำไว้ว่าไม่มีบ่าวคนไหนเป็นใหญ่กว่านายของตน ถ้าเขาข่มเหงเรา เขาก็จะข่มเหงท่านทั้งหลายด้วย ท่านจงอย่ากลัว องค์พระผู้ช่วยจะมา พระองค์จะทรงเปิดเผยสัจจะเกี่ยวกับพระเจ้า และเป็นผู้ที่มาจากพระบิดา "
   
     เมื่อทหารปีลาตลากตัวพระเยซูกลับไปวังผู้ว่าฯ พระแม่มารีย์เดินตรงไปใช้ผ้าขาวซับเลือดบริเวณลานหินรอบหลักตอไม้ เช่นเดียวกับ มารีย์ ชาวมักดาลา เธอถอดผ้าโพกหัวเช็ดทำความสะอาดพื้นด้วย ครั้งหนึ่งพระเยซูช่วยเธอรอดพ้นจากถูกผู้คนรุมประชาทัณฑ์(ขว้างด้วยก้อนหิน) เพราะรังเกียจพฤติกรรมเยี่ยงโสเภณี และพระองค์เคยขับไล่ผีชั่ว 7 ตนออกจากร่าง(นางบาป)ให้ มาระโก 16:9
     " นี่แหละชายคนนั้น " ปีลาต
     " ตรึงเขาเสีย " คายาฟาสยังไม่สาสมใจ
     " นี่ยังไม่เพียงพออีกหรือ? จงดูเถิด " ปีลาต
     " ตรึงมันซะ " เสียงประชามติ
     " ท่านจะให้เราตรึงกางเขนกษัตริย์ของท่านหรือ? " ปีลาต
     " นอกจากซีซาร์แล้วเราไม่มีกษัตริย์อื่นใดอีก ! "
     ปีลาตกระซิบบอกพระเยซู " พูดกับเราซิ เรามีอำนาจจะตรึงกางเขนท่านหรือปล่อยท่านก็ได้ "
     " ท่านไม่มีอำนาจเหนือเรา ยกเว้นท่านจะได้รับอำนาจมาจากเบื้องบน เหตุฉะนั้นผู้ที่มอบเราไว้กับท่านก็เป็นผู้ที่มีความผิดบาปมากกว่าท่าน " พระเยซูเชื่อมั่นเช่นนั้นปีลาตก็จนใจ
     " ถ้าท่านปล่อยชายคนนี้ ท่านผู้ว่า ท่านก็ไม่ใช่มิตรของซีซาร์ ท่านจะต้องตรึงเขาเสีย " คายาฟาส
     เมื่อปีลาตเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้และเริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นแล้ว เขาจึงเอาน้ำมาล้างมือต่อหน้าประชาชนและพูดว่า " เป็นท่านที่ต้องการตรึงเขา ไม่ใช่เรา ท่านจงดูแลให้จบเรื่องเอง เราไร้มลทินจากการหลั่งเลือดของชายผู้นี้ อาเบนเดอร์ ทำตามที่พวกเขาปรารถนา "

พระเยซูทำการอัศจรรย์1.มารีย์ ชาวมักดาลา 2.พระแม่มารีย์กับพระเยซู

     ทหารโรมันบังคับพระเยซูแบกไม้กางเขนเช่นเดียวกับโจรอีกสองคน
     " พระบิดา ข้าพระองค์เป็นข้ารับใช้ของพระองค์ ข้ารับใช้ของพระองค์ และเป็นบุตรของผู้รับใช้ของพระองค์ " พระเยซู
     " ทำไมเข้าไปสวมกอดกางเขนของเจ้าแบบนั้นล่ะเจ้าโง่? " โจร
     " เอาล่ะ ฝ่าบาท เชิญพระดำเนินเลย ! " ทหารโรมัน
     ระหว่างทางที่นำตัวพระเยซูไปนั้นมีคนขว้างปาก้อนหินใส่ บ้างก็ขับไล่ ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ผิดกับตอนพระองค์เดินทางไปเทศนาสั่งสอนชาวเมืองกาลิลี หรือเยรูซาเล็มใหม่ๆ
     " ช่วยให้ฉันได้เข้าใกล้เขาด้วย " พระแม่มารีย์บอกยอห์น
     " ทางนี้ ทางนี้พระมารดา " ยอห์น
     ยอห์นพาพระแม่มารีย์เดินลอดอุโมงค์ทางลัดดักหน้าถนนที่มีขบวนแห่ประจานนักโทษ ครั้นเห็นพระเยซูจริงๆพระแม่มารีย์แทบหัวใจสลาย " แม่อยู่นี่ "
     " ดูเถิด พระแม่ ลูกสร้างสารพัดสิ่งขึ้นใหม่แล้ว " พระเยซู
     " นางเป็นใคร? " นายทหารโรมัน
     " หล่อนเป็นแม่ของเจ้ากาลิลีนั่น ไปเถอะ เร็วเข้า " พลทหาร
     " อย่าเสียใจลูกแม่ อย่าร้องไห้ " พระแม่มารีย์
     " เจ้าตาบอดหรือไง? เจ้าไม่เห็นหรือเขาไปไม่ไหวแล้ว ช่วยเขา ! " อาเบนเดอร์
     " เจ้า ใช่เจ้านั่นแหละมาตรงนี้ " พลทหารโรมัน
     " ท่านต้องการอะไรจากข้า " ซีโมน ชาวไซรีน,เพิ่งมาจากชนบท
     " นักโทษคนนี้เขาแบกกางเขนไม่ไหวแล้ว เจ้าต้องช่วยเขา เร็วเข้าสิ " พลทหารโรมันสั่ง
     " ข้าทำแบบนั้นไม่ได้ มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้า ไปหาคนอื่นเถอะ " ซีโมน
     " ทำตามที่ข้าบอกเจ้า เดี๋ยวนี้ ไปได้ " พลทหาร
     " ก็ได้ แต่จงจำไว้ด้วยว่าข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ถูกบังคับให้ช่วยแบกกางเขนของผู้ต้องโทษ .. อยู่ตรงนี้คอยข้า " ซีโมนบอกเมียและลูก

     ซีโมนยกไม้กางเขนข้างหนึ่งประทับไหล่ ขณะทหารโรมันดึงร่างพระเยซูขึ้นมาสอดแขนรั้งไม้กางเขนอีกข้าง ฝูงชนจำนวนมากเดินตามไป รวมทั้งผู้หญิงหลายคนที่ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญสงสาร ลูกา 23:27
     " ขออนุญาต พระองค์เจ้า " หญิงนางหนึ่งถอดผ้าคลุมศีรษะให้พระเยซูเช็ดหน้า พอส่งแก้วน้ำให้ก็ถูกทหารผลักมือน้ำหก
     " เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ออกไปจากที่นี่ "
     ทหารโรมันไล่เธอก่อนเตะพระเยซู คนอื่นๆฉวยโอกาสรุมกระทืบ และถุยน้ำลายใส่
     " ไอ้พวกเหลือขอ " อาเบนเดอร์ขี่ม้าใช้แส้หวดไล่คนถ่อยล่าถอยออกไปห่างๆ
     " ช่วยหยุดที " พวกผู้หญิงกรีดร้อง
     " หยุด หยุด อย่ายุ่งกับเขา ถ้าพวกเจ้าไม่หยุด ข้าจะไม่แบกกางเขนต่อแม้แต่ก้าวเดียว ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะทำอะไรกับข้า " ซีโมนโวยขณะเห็นสมุนคณะนักบวชยิวหมายรุมประชาทัณฑ์พระเยซูอีก พลทหารโรมันจึงใช้แส้ไล่หวด
     " ตกลง ตกลง ไปกันต่อ เราไม่มีเวลาทั้งวัน ไปได้ " พลทหารโรมัน
     " ไปได้แล้ว ไอ้ยิว ! " นายทหารคุมขบวน
     " เกือบถึงแล้ว เกือบจะถึงแล้ว เกือบทำได้แล้ว " ซีโมนบอกพระเยซู

 " ท่านทั้งหลายเคยได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า จงรักเพื่อนบ้านและเกลียดชังศัตรู ฝ่ายเราขอบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และจงสวดภาวนาเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน เพราะหากท่านรักแต่ผู้ที่รักท่านจะได้บำเหน็จอะไร?
     เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี เราสละชีวิตเพื่อแกะของเรา ไม่มีผู้ใดพรากชีวิตไปจากเราได้ แต่เราสละชีวิตตามที่เราตั้งใจเอง เรามีสิทธิ์อำนาจที่จะสละชีวิตนั้น และมีสิทธิอำนาจที่จะรับคืนมาอีก คำกำชับนี้เราได้รับมาจากพระบิดาของเรา " พระเยซู

พระเยซูซีโมนช่วยแบกกางเขน

     เมื่อมาถึงสถานที่ๆเรียกว่า กลโกธา  หรือ เนินหัวกระโหลก พวกเขาเอาเหล้าองุ่นผสมกับบระเพ็ดที่มีรสขมมาให้พระองค์ แต่เมื่อพระองค์ชิมแล้วก็ไม่ยอมดื่ม ทหารโรมัน 2 นายจึงลากตัวซีโมนออกไปจากท่านั่งคุกเข่าจ้องมองพระองค์
     " ไปได้ เจ้าเป็นอิสระแล้ว ไปซิ ! ไปซิ ! " พลทหาร 2 นายลากเขาออกไป พวกมันหวนกลับมาตะคอกใส่พระเยซู " ลุกขึ้นได้แล้ว ลุกขึ้นสิฝ่าบาท ท่านลุกขึ้นไม่ได้ใช่ไหม? เราไม่มีเวลาทั้งวันนะ "
     " เร็วเข้าลุก เราพร้อมแล้ว ลุกขึ้นเถิดฝ่าบาท " พลทหารเรียกอีก
     พอพระเยซูกลั้นใจลุกขึ้นยืน พวกเขารี่มาฉีกเสื้อผ้าเอาไปจับสลากแบ่งกัน มัทธิว 27:38 ถีบพระเยซูคลานไปนอนเปลือยร่างทาบไม้กางเขนที่วางบนพื้น ใช้เชือกรัดท่อนแขน ตอกตะปูทิ่มฝ่ามือ

 " ท่านทั้งหลายเป็นมิตรสหายของเรา ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าใครคนหนึ่งยอมตายเพื่อมิตรสหายของตน เราไม่อาจอยู่กับท่านได้อีกนานนัก มิตรสหายของเรา ท่านทั้งหลายไม่สามารถไปในที่ที่เรากำลังจะไปได้
     บัญญัติของเรามอบให้ท่านทั้งหลายภายหลังที่เราจากไปคือ จงรักกันและกันเหมือนดั่งที่เรารักท่าน ดังนั้นจงรักกันและกัน ท่านทั้งหลายที่เชื่อมั่นในตัวเรา ท่านทั้งหลายรู้ว่าเราเป็นหนทางนั้น เป็น ความรัก และเป็น ชีวิต และไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา " พระเยซู

     " ดึงไปอีก มานี่พวกโง่ข้าจะทำให้ดู นั่น ไม่ใช่ ใส่ในนั้น จับมือให้กางออกอย่างนี้ " นายทหารผู้คุมมัดเชือกดึงท่อนแขนอีกข้างให้เหยียดตรงเพื่อลูกน้องเตรียมตอกตะปูใส่ฝ่ามือพระเยซูได้ถนัด ต่อมาก็ตอกตะปูยึดข้อเท้ากับหลักไม้
     " โอ้ พระบิดาเจ้าข้า ขอได้โปรดอภัยให้กับพวกเขา พระบิดา
     พระบิดาของข้าพระองค์
     พระบิดาของข้าพระองค์ พวกเขาไม่รู้ พวกเขาไม่รู้ " พระเยซูตาถลนฉีกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

 ขณะที่กำลังกินอาหารอยู่นั้น พระเยซูหยิบขนมปังขึ้นมาสรรเสริญขอบคุณพระเจ้า หักแบ่งให้สานุศิษย์ " จงรับไปกินเถิด นี่เป็น กาย ของเราที่จะมอบเพื่อท่านทั้งหลาย "
     พระองค์หยิบถ้วยขึ้นมาขอบคุณพระเจ้า และยื่นให้พวกเขาดื่มทุกคน " จงรับไปดื่มเถิดนี่เป็น โลหิต ของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาใหม่ที่มอบเพื่อท่านทั้งหลาย และเพื่ออภัยบาปของคนเป็นอันมาก จงกระทำดังนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงเรา
     เราจะบอกให้รู้ว่า เราจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นอีกเลยจนกว่าจะถึงวันนั้น ที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในแผ่นดินของพระเจ้า"
     พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า และออกเดินทางไปภูเขามะกอกเทศใกล้เมืองเยรูซาเล็ม มาระโก 14:25-26

     " ไอ้พวกโง่ กลับไม้ให้คว่ำหน้าลงสิ พวกโง่ "
ทหารรีบตีปลายแหลมตะปูที่ทะลุไม้กางเขนพับลง ขั้นตอนสุดท้ายคือตอกป้ายเขียนคำประจานติดไว้เหนือศีรษะพระองค์ว่า " นี่คือกษัตริย์ของชาวยิว "
     " ถ้าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้าทำไมเจ้าไม่ช่วยตัวเองให้รอด พิสูจน์ให้เราเห็นสิว่าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้าตามที่กล่าวมา " โจรที่ถูกตรึงกางเขนขนาบข้างพระเยซูเย้ยหยัน
     " เจ้าพูดว่าเจ้าสามารถทำลายพระวิหารของพระเจ้า และจะสร้างขึ้นใหม่ใน 3 วันแต่เจ้าก็ไม่สามารถลงมาจากกางเขนได้ ถ้าเขาเป็นผู้มาไถ่กู้ชนชาวยิว ข้าว่าก็ให้เขาลงมาจากกางเขนเถิด แล้วเราจะได้เห็นและเชื่อถือ " คายาฟาสทับถม
     " พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงโปรดให้อภัยพวกเขา พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาได้ทำอะไร " พระเยซู
     " ฟังซิ เขาอธิษฐานให้พวกท่าน(คายาฟาส และคณะนักบวชยิว) เราสมควรได้รับโทษนี้ เกสแมส แต่เขาไม่สมควรได้รับ ข้ามีบาปและโทษของข้าสมควรตาย ท่าน(พระเยซู)คงจะเที่ยงธรรมเมื่อต้องตัดสินลงโทษข้า ข้าขอเพียงสิ่งเดียว ขอพระองค์ทรงระลึกถึงข้าบ้าง พระองค์เจ้าข้า เมื่อพระองค์จะเสด็จเข้าในอาณาจักรของพระองค์ " โจรอีกคนสำนึกผิด
     " เราขอบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในสรวงสวรรค์ "
     อีกาบินมาจิกเบ้าตาใบหน้าโจรชั่วคนแรกที่กำลังหัวเราะเยาะพระองค์ พลทหารใช้หอกแทงไล่หนี

     ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงบ่าย 3 โมง มีแต่ความมืดมิดปกคลุมทั่วทั้งแผ่นดิน พลทหารที่นั่งทอดลูกเต๋าฆ่าเวลาเห็นท่าไม่ค่อยดีเมื่อลมกระโชกแรงขึ้น กลุ่มเมฆดำลอยต่ำลง ดวงอาทิตย์หยุดส่องแสง ลูกา 23:45
     " เรากระหายน้ำ " พระเยซู
     ทหารคนหนึ่งเอาฟองน้ำชุบเหล้าองุ่นเกรดต่ำเสียบเข้ากับปลายหอกยื่นให้พระเยซูดื่ม
     " เนื้อจากเนื้อของข้า ใจจากใจของข้า ลูกเอ๋ยแม่ขอตายพร้อมลูก " พระแม่มารีย์
     " แม่หญิงเอ๋ย นี่คือลูกของท่าน ลูกเอ๋ย(ยอห์น)นี่แน่ะมารดา(พระแม่มารีย์)ของเจ้า " พระเยซูสั่งเสีย
     " ไม่มีผู้ใดเหลืออยู่ ไม่มีใครเลย เยซู..! " โจรตาบอดสติแตก
     " พระเจ้าของข้าพระองค์ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย .. สำเร็จบริบูรณ์แล้ว (เงยหน้าขึ้น) พระบิดาเจ้าข้า ในพระหัตถ์ของพระองค์ ข้าพระองค์ขอมอบจิตวิญญาณ " พระเยซูร้องเสียงดังออกมาอีกครั้งก่อนฟุบหน้าลงขาดใจตาย
     หยดน้ำตาของพระผู้เป็นเจ้าตกจากฟากฟ้ากระทบพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ผ้าม่านในวิหารขาดผ่ากลางเช่นเดียวกับพื้นคอนกรีตแตกแยกเป็นสองฝั่ง ฝุ่นและควันไฟปลิวตลบคละคลุ้ง พวกทหารเอาฆ้อนทุบขาโจร 2 คน เร่งให้ตายเร็วขึ้นพอเงื้อจะทุบพระเยซูก็เกิดแผ่นดินไหว
     " แคสเชียส เร็วเข้า ! "
     " เขาตายแล้ว "
     " เอาให้แน่ใจ "
     อาเบนเดอร์โยนหอกให้พลทหารทิ่มเข้าชายโครงพระเยซู เลือดผสมน้ำพวยพุ่งรดหน้าเขา เขาจึงคุกเข่าก้มหน้าพูดว่า " ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์แน่ๆ "
     ฝูงชนที่พากันมามุงดูเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นนี้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างก็รีบกลับบ้านตีอกชกตัวด้วยความเสียใจ ทหารที่เคยทรมานพระเยซูเผ่นหนีความรับผิดชอบ เหลือแต่เพียงเพื่อนสนิทคนใกล้ชิดพระเยซู


เจซัส ไครสต์มารีย์ ชาวมักดาลา หรือ แมรี่ แม็กดาลีน,พระยูซูถูกตรึงกางเขน

     โยเซฟ ชาวอารีมาเธีย(ศิษย์ลับ)และ นิโคเดมัส ได้ขออนุญาต ปีลาต นำศพพระเยซูไป พวกเขาห่อศพพระเยซูด้วยผ้าลินินพร้อมเครื่องหอมตามธรรมเนียมการฝังศพของยิว ใกล้ๆกับที่พระเยซูถูกตรึงนั้นมีสวนอยู่แห่งหนึ่ง และในสวนนั้นมีอุโมงค์ฝังศพใหม่เอี่ยมที่ยังไม่เคยใช้วางศพใครมาก่อน
     เช้ามืดวันอาทิตย์ มารีย์ ชาวมักดาลา (แมรี่ แม็กดาลีน, โฮลี่เกรล -> รหัสลับดาวินชี)ไปที่อุโมงค์ฝังศพ และพบว่าหินขนาดใหญ่ที่ปิดทางเข้าอุโมงค์เปิดออก เธอจึงรีบวิ่งไปหา ซีโมน เปโตร กับศิษย์อีกคนหนึ่งที่พระเยซูรัก " พวกเขาเอาศพขององค์เจ้าชีวิตไปจากอุโมงค์แล้ว ไม่รู้ว่าเอาศพไปไว้ที่ไหนด้วย "
     เปโตรและศิษย์คนนั้นจึงไปที่อุโมงค์ฝังศพเห็นผ้าลินินวางยวบอยู่ แต่ผ้าพันศีรษะของพระเยซูถูกพับวางไว้แยกกัน หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับบ้านไป ทิ้ง มารีย์ ชาวมักดาลา ยืนร้องไห้อยู่นอกอุโมงค์ฝังศพ พอเธอก้มลงมองเข้าไปในอุโมงค์อีกครั้งก็เห็นทูตสวรรค์ 2 องค์ใส่ชุดสีขาวนั่งอยู่ตรงที่เคยวางศพพระเยซู ทางหัวและเท้าของศพ
     " เธอร้องไห้ทำไม " ทูตสวรรค์
     " พวกเขาเอาองค์เจ้าชีวิตของฉันไป และฉันก็ไม่รู้ว่าเขาเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน " มารีย์ ชาวมักดาลา หันกลับไปเห็นพระเยซูอยู่ที่นั่นแต่เธอไม่รู้ว่าเป็นพระองค์
     " เธอร้องไห้ทำไม กำลังตามหาใครอยู่หรือ " พระเยซู
     มารีย์คิดว่าพระเยซูเป็นคนสวนจึงพูดว่า " ท่านคะ ถ้าท่านเอาเขาไป ช่วยบอกหน่อยว่าท่านเอาเขาไปไว้ที่ไหน ฉันจะได้ไปรับ "
     " มารีย์ " พระเยซูขานชื่อ
     เธอหันกลับมาและเรียกพระองค์เป็นภาษาอารแมคว่า " รับโบนี(อาจารย์) "
     " อย่าหน่วงเหนี่ยวเราไว้ เพราะเรายังไม่ได้กลับไปหาพระบิดา ให้เธอกลับไปหาพี่น้องของเรา และบอกเขาว่าเรากำลังจะกลับไปหาพระบิดาของเรา และพระบิดาของเธอด้วย คือไปหาพระบิดาของเรา และพระเจ้าของพวกเขาด้วย " พระเยซู

     มารีย์ ชาวมักดาลา จึงไปบอกเหล่าสาวกของพระเยซูว่า " ฉันได้เห็นองค์เจ้าชีวิตแล้ว "
     พระเยซูมาปรากฏกายให้พวกศิษย์เห็นถึงในบ้าน(พวกเขาอาศัยอยู่รวมกัน ปิดประตูลงกลอนเพราะกลัวพวกยิว) และที่ทะเลสาบทิเบเรียส ยอห์น 19:38-20:18
     พระองค์เปิดใจกับพวกเขาว่า " พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า พระคริสต์ จะต้องทนทุกข์ทรมาน และจะฟื้นขึ้นมาจากความตายในวันที่ 3 เรื่องการกลับตัวกลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยโทษจากบาป จะต้องประกาศไปในนามของเราให้ทุกคนทุกชาติรู้ เริ่มจากเมืองเยรูซาเล็มก่อน พวกท่านจะต้องเป็นพยานเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ที่ท่านเห็น แล้วเราจะส่งพระวิญญาณมาให้ เป็นพระวิญญาณที่พระบิดาของเราสัญญาว่าจะให้กับพวกท่าน แต่พวกท่านต้องคอยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มก่อนจนกว่าจะได้รับฤทธิ์อำนาจนั้นจากสวรรค์ " ลูกา 25:45-53
     จากนั้นพระเยซูนำพวกเขาไปที่หมู่บ้านเบธานี และยกมือขึ้นอวยพรพวกเขาขณะที่ยังอวยพรอยู่นั้นพระองค์ก็จากพวกเขาไป โดยถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ พวกเขากราบไหว้พระองค์และกลับไปที่เมืองเยรูซาเล็มด้วยความดีใจเป็นยิ่งนัก แล้วพวกเขาก็ได้อยู่ในวิหารเป็นประจำเพื่อสรรเสริญพระเจ้า ..

หญิงสาวชาวเยรูซาเล็มถวายผ้าซับเหงื่อและเลือดบนใบหน้าพระเยซูไม้กางเขน หลักประหารพระแม่มารีย์จุมพิตเท้าพระเยซู

     end text by pirachan rewrite from Thai-subtitled CVDi

     หนังสืออ้างอิง : พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคคำสัญญาใหม่ (ฉบับอ่านเข้าใจง่าย) เดอะ ไบเบิ้ล ลีค ไทยแลนด์ โปรเจค ฟีลิป,ศูนย์กลางการแปลพระคัมภีร์โลก พิมพ์ครั้งที่ 2 กรกฎาคม 2002
     อย่าตัดสินคนอื่นแล้วพระเจ้าจะไม่ตัดสินคุณ อย่าประณามคนอื่นแล้วพระเจ้าจะไม่ประณามคุณ ยกโทษให้คนอื่นแล้วพระเจ้าจะยกโทษให้คุณ ถ้าคุณให้คนอื่นพระเจ้าก็จะให้กับคุณ พระองค์จะใช้ถ้วยตวงที่อัดแน่นจนล้นออกมา เทลงบนตักของคุณ สรุปแล้ว คุณทำกับคนอื่นแบบไหน คุณก็จะได้รับผลแบบนั้น ลูกา 6:37-38

chapters [ 1 ] [ 2 ]
eng - original 'script'  The Wife of Christ HoT  เว็บบอร์ดแสดงวามคิดเห็น  gallery1.  gallery2.  Sign Guestbook
 -: Star Storyboard :-

Pirachan : พิรฌาน