ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน่ จัดงานฉลองวันแต่งงานให้กับลูกสาว คอนสตานเซีย(คอนนี่) คอร์เลโอเน่ กับ คาร์โล รีสซี ,เจ้าบ่าวผู้มีบิดาเป็นชาวเกาะซิซิลี และ มารดาเป็นคนทางเหนือของประเทศอิตาลี ดอนไม่ค่อยชอบหน้าลูกเขยสักเท่าไหร่ยกเว้นหมอนั่นมาพร้อมกับรายละเอียดเกี่ยวกับ'กาสิโน' การพนันอย่างถูกต้องตามกฎหมายในเนวาดา ดอนให้เพื่อนจัดการลบประวัติพกอาวุธปืนในที่สาธารณะจากแฟ้มตำรวจรัฐเนวาดาของคาร์โลจนสะอาดเอี่ยมอ่อง คอนนี่ คอร์เลโอเน่ ในชุดเจ้าสาวสีขาว บริสุทธิ์ ดุจพรหมจารีของหล่อน รูปร่างบอบบางและขี้หงุดหงิด มีแนวโน้มพออายุมากขึ้นจะเป็นคนขี้บ่น วันนี้หล่อนสวยเด่นงามสง่า นั่งวางมือบนต้นขาเจ้าบ่าวซึ่งห่อปากรูปคันศรรักกามเทพส่งจูบให้
ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน่ เปิดบ้านลองบีชหลังโตที่ ลองไอส์แลนด์ ต้อนรับแขกเหรื่อมางานเลี้ยงวันเสาร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม คศ. 1945 เขาไม่เคยลืมเพื่อนเก่าและเพื่อนบ้าน ทยอยกันออกมาจากนิวยอร์กเพื่อให้เกียรติเขา โดยถือซองจดหมายสีครีมใส่เงินสดๆมาให้เป็น ของขวัญ สำหรับเจ้าสาว ในแต่ละซองจะมีนามบัตรแจ้งชื่อผู้ให้และจำนวนเงินทีแสดงความนับถือต่อก๊อดฟาเธอร์สุดหัวใจ
ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน่ ไม่ปรารถนาสิ่งใดจากผู้มาขอความช่วยเหลือ นอกจากมิตรภาพ และ การแสดงความเคารพจากคำนำหน้านาม ดอน หรือฉายา ก๊อดฟาเธอร์ บางครั้งมีการแสดงออกในรูปธรรมง่ายๆ เช่น ของขวัญเล็กๆน้อยๆอย่างเหล้าไวน์ทำเองสักแกลลอนหรือตาราลเลสใส่พริกสักกระจาด นั่นเป็นมารยาทที่บ่งบอกว่าคนๆนั้นเป็นหนี้เขาอยู่ และเขามีสิทธิ์เรียกร้องหามันได้ทุกเวลา
ใครที่มาขอความช่วยเหลือจากดอนจะไม่เคยผิดหวังกลับไป เขาไม่เคยให้สัญญาลมๆแล้งๆ ไม่เคย(แก้ตัว)อ้างว่ามีอำนาจอื่นในโลกยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ไม่สำคัญว่าผู้ที่มาขอความช่วยเหลือจะมีปัญญาตอบแทนบุญคุณหรือไม่ ไม่ว่าใครจะยากดีมีจน หรือไร้อำนาจวาสนา ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน่ ยินดีจะแบกรับความยุ่งยากของผู้นั้นใส่ไว้ในใจ และอาสาคลายทุกข์ให้ทุกคน หวังแต่เพียง รางวัล ตอบแทนน้ำใจด้วยมิตรภาพชั่วนิรันดร์
โธมัส เฮเก้น นำ อเมริโก โบนาเซรา ไปพบ ดอน ในห้องทำงาน ดอนต้อนรับแขกผู้นี้อย่างเย็นชา ไม่กอดและไม่เชกแฮนด์ด้วยแต่โบนาเซราก็มีวิธีเรียกร้องความสนใจอย่างฉลาด
" ผมเชื่อมั่นในอเมริกา อเมริกาสร้างความมั่งคั่งให้ผม และ ผมเลี้ยงลูกสาวผมตามแบบอเมริกัน ให้เสรีแก่เธอแต่ผมสอนเธอว่าอย่าทำตัวให้เสียเกียรติวงศ์ตระกูล เธอมีแฟนคนหนึ่งไม่ใช่อิตาเลี่ยน เธอออกไปดูหนังกับเขาแล้วก็อยู่ดึกดื่น ผมไม่หวงห้าม
2 เดือนก่อนแฟนชวนเธอออกไปเที่ยวกับไอ้หนุ่มอีกคน พวกมันมอมเหล้าเธอ พยายามปลุกปล้ำเธอ เธอขัดขืน เธอรักษาเกียรติ มันเลยซ้อมเธอเหมือนสัตว์
ผมไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาล เห็นดั้งจมูกเธอหัก ขากรรไกรแตกต้องเอาลวดรัดเอาไว้ เธอร้องไห้ไม่ออกเพราะความเจ็บปวดแต่ผมร้องไห้โฮ ร้องเพราะอะไร.. เธอเป็นแสงสว่างแก่ชีวิตผม เธอเป็นคนสวย ตอนนี้เธอจะไม่สวยงามอีกต่อไปแล้ว
ขอโทษครับ (ซันนี่เอาน้ำให้ดื่ม) ผมไปหาตำรวจอย่างพลเมืองดี จนสองคนนั่นถูกจับขึ้นศาล ผู้พิพากษาตัดสินจำคุกมัน 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา มันได้รับการรอลงอาญา และก็เป็นอิสระ(ปล่อยตัว)ไปในวันนั้น ผมยืนอยู่กลางศาลราวกับไอ้งั่ง ไอ้เลวสองตัวนั่นมันยิ้มเยาะผม ผมพูดกับเมียว่าเราต้องไปหาความยุติธรรม เราต้องไปหา ดอน คอร์เลโอเน่ "
" ทำไมคุณไปแจ้งตำรวจ ทำไมคุณไม่มาหาผมก่อน " ดอนก้มหัวฝืนแสดงความเคารพต่อความเศร้าโศกของอาคันตุกะ
" คุณต้องการอะไรโปรดบอกผมเถอะ แต่ขอให้ทำในสิ่งที่ผมขอร้อง "
" อะไร? (โบนาเซราเดินมากระซิบ) ผมทำให้ไม่ได้ "
" จะเอาอะไรผมจ่ายให้ได้หมด " น้ำเสียงเขาหยิ่งทรนงทันใด เฮเก้นร่างสะท้านขณะซันนี่กอดอกยิ้มเหยียด
" เรารู้จักกันมาหลายปีแต่นี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาหาผมและขอให้ผมช่วย ผมจดจำครั้งสุดท้ายไม่ได้ ที่คุณเคยเชิญผมไปดื่มกาแฟที่บ้านของคุณ ถึงแม้ ภรรยา ผมจะเป็น แม่ทูนหัว ของลูกคุณ ถ้าพูดกันตามตรงคุณไม่ค่อยอยากเป็นมิตรกับผม และคุณกลัวว่าจะเป็นหนี้ผม " ดอนลุกขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าเฉยเมย
" ผมแค่ไม่อยากเดือดร้อนเท่านั้น " โบนาเซราละล่ำละลัก
" ผมเข้าใจ คุณพบ สวรรค์ ในอเมริกา คุณมีกิจการค้าดี มีชีวิตสุขสบาย มีตำรวจคุ้มครอง มีศาลเป็นที่พึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องคบผม แต่ตอนนี้คุณมาหาผมและพูดว่า ดอน ให้ ความยุติธรรม กับผมทีเถอะ คุณไม่ได้ขออย่างเคารพนบนอบ ไม่ได้ขออย่างมิตร คุณไม่แม้แต่จะเรียกผมว่า ก๊อดฟาเธอร์ ยิ่งกว่านั้นคุณถ่อสังขารมาหาผมในวันแต่งงานลูกสาวผม และ ขอให้ผมฆ่าคนอีกเพื่อเงิน "
" ผมเพียงร้องขอความยุติธรรม "
" ความชอบธรรมอะไร? ลูกสาวคุณยังไม่ ตาย นี่
จงให้อภัยศัตรู ลืมเรื่องระทมขมขื่นซะ ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยโชคร้าย .. " ดอนพูดห้วนๆ
" งั้นขอให้พวกมันทุกข์ทรมานอย่างที่ลูกผมทนทุกข์ทรมาน ผมจะต้องจ่ายคุณเท่าไหร่? "
" โบนาเซรา ผมเคยทำอะไรคุณ คุณถึงขาดความเคารพผม ถ้าคุณมาหาผมด้วยความเป็นมิตร ไอ้กุ๊ยที่ย่ำยีลูกสาวคุณจะต้องเจ็บปวดในวันนี้แน่ คนที่เป็นศัตรูกับคนที่ซื่อสัตย์อย่างคุณย่อมเป็นศัตรูของผมด้วย และมันจะกลัวคุณ "
" เป็นเพื่อนผมนะครับ (ก้มศีรษะ) ก๊อดฟาเธอร์ " โบนาเซรายกหลังมือดอนขึ้นจูบ
" ดี (เอามือโอบไหล่) สักวันหนึ่งซึ่งวันนั้นจะมาถึง ผมจะขอให้คุณช่วยผมบ้าง แต่สำหรับตอนนี้จงรับความยุติธรรมนี้ไว้เป็น ของขวัญ วันแต่งงานลูกสาวผม "
" ขอบคุณ ก๊อดฟาเธอร์ " โบนาเซราเสร็จธุระเดินออกไป ซันนี่ปิดประตู
ดอนเรียกเฮเก้น " ส่งเรื่องให้ เคลเมนซ่า นะ ผมต้องการใช้คนที่เชื่อถือได้ คนที่ไม่ทำอะไรเลยเถิด เราไม่ใช่ฆาตกรถึงเจ้า สัปเหร่อ (โบนาเซรา)จะว่าเราเป็นก็เถอะ "

ลูกชาย 3 คนของ ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน่ คนโตชื่อ ซานตีโน่ คอร์เลโอเน่ แต่ใครๆนิยมเรียก ซันนี่ ยกเว้นพ่อตัวเอง ซันนี่สูง 6 ฟุต ผมหยิกดกหนา ใบหน้าหล่อเหลาดุจกามเทพ ริมฝีปากเอิบอิ่มยั่วยวน และคางบุ๋มดูทะเล้นนิดๆ รูปร่างแข็งแกร่งปานวัวกระทิงนั้นไม่เท่าไหร่เพราะอวัยวะเพศขนาดน้องม้าทำเอา กะหรี่ รอบจัดเบ่งขอค่าตัวเพิ่ม 2 เท่า หลังจากเอามือกำ ควย มหึมาของเขาแล้ว
ซันนี่เป็นคนกล้าหาญ มุทะลุดุดัน ใจกว้าง..ใจใหญ่พอๆกับ หำ ของเขาแต่ไม่มีความถ่อมตนเหมือนพ่อ ในเมื่อโมโหง่ายจึงมักตัดสินใจผิดพลาด เขาช่วยเหลือครอบครัวได้มาก แต่หลายคนสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ดอน จะเลือกเขาเป็นทายาทสืบทอดอำนาจหรือไม่?
คนที่ 2 ชื่อ เฟรเดริโค คอร์เลโอเน่ เรียกสั้นๆว่า เฟรโด้ รูปร่างเตี้ยหนา ใบหน้าซื่อบื้อ แม้ท่าทางจะบึกบึนขยันขันแข็ง จงรักภักดี และพร้อมจะรับใช้พ่อเสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่จนล่วงวัย 30 ปีแล้วเหมือนลูกแหง่ ไม่เคยขัดแย้งกับพ่อ ไม่ใฝ่ต่ำในสตรีเพศ ดูค่อนข้างเรียบร้อยเกินไป เขาไม่มีพลังห้าวหาญอย่าสำสัตว์ซึ่งจำเป็นต่อภาวะผู้นำ ไม่มีใครคิดว่าเขาจะได้เป็นผู้รับช่วงธุรกิจของครอบครัวต่อจาก พ่อ เลย
คนที่ 3 คือ ไมเคิล คอร์เลโอเน่ รูปหล่ออย่างเรียบๆ ผมดำขลับเหยียดตรง ผิวสีน้ำตาล ดอนกลัวว่าลูกชายคนนี้จะเป็นกะเทยตราบจนอายุเขาเลย 17 ปี เขามีพลังเงียบแฝงเร้นความเฉลียวฉลาดเหมือนพ่อเปี๊ยบ สัญชาตญาณดิบบางอย่างในตัวทำให้ใครๆต่างนับถือเกรงใจ มีแววจะได้เป็นทายาทดำเนินธุรกิจของครอบครัวต่อไปในเวลาที่เหมาะสม
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น ไมเคิลสมัครเป็นทหารหน่วยนาวิกโยธิน เขาขัดคำสั่งพ่ออย่างแรง ดอนไม่อยากเห็นลูกชายถูกฆ่าตายในสมรภูมิเพื่อรับใช้ชาติมหาอำนาจใหม่ ไมเคิลอายุ 21 ปี บรรลุนิติภาวะยากที่ใครจะขัดขืนการตั้งใจของเขา เขาได้เป็นทหารสมใจประจำภาคพื้นมหาสมุทรแปซิฟิค ได้ยศร้อยเอกพร้อมเหรียญกล้าหาญ ปลดประจำการเมื่อต้นปี คศ.1945 เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ หารู้ไม่ว่าพ่อเขาจัดการเรื่องนี้อยู่เบื้องหลัง
ไมเคิลอยู่บ้าน 2 สัปดาห์แล้วก็ไปเข้าเรียนวิทยาลัยดาร์ทมัธโดยไม่ปรึกษาหารือใคร วันนี้เขากลับมาร่วมงานแต่งงานน้องสาว และ อวดโฉมเจ้าสาวอเมริกันจ๋าในอนาคตให้ทุกคนประจักษ์
แขกร่วมร้อยคนอยู่ในสวนใหญ่ บางคนเต้นรำอยู่บนพื้นยกระดับรายรอบด้วยดอกไม้ประดับประดา บางคนนั่งที่โตะยาวซึ่งมีอาหารและเหยือกเหล้าไวน์กองอยู่เต็ม คู่บ่าวสาวนั่งโดดเด่นประจำโต๊ะยกขึ้นสูงเป็นพิเศษ เพื่อนเจ้าสาว เด็กถือช่