2. มร.โพขับรถพาเด็กกำพร้าตระกูลโบดแลร์ไปตามถนนลูซี่ ซึ่งตัดผ่านท้องทุ่งสีเทาซีดมีต้นแอปเปิ้ลขึ้นประปราย ขนานแม่น้ำกริมที่ถูกปกคลุมไปด้วยโคลน มิหนำซ้ำถนนสายนี้ยังวนรอบโรงงานมะรุมอันเต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ นายธนาคาร,ผู้จัดการมรดกร่างตุ้ยนุ้ยหวังว่าการย้ายเด็กๆไปอยู่กับ ดร.มอนต์โกเมอรี่ ,ญาติลูกพี่ลูกน้องในชนบทจะช่วยลบฝันร้ายจากเคานต์โอลาฟ รถขับผ่านทางโรยกรวดไปถึงบ้านหินหลังใหญ่ น่าประหลาดใจตรงที่รอบๆสนามหญ้าตกแต่งสุมทุมพุ่มไม้เป็นรูปงูหลายชนิด ตัวยาวบ้างเล็กบ้าง บางตัวแลบลิ้นอวดฟันใบไม้สีเขียวน่ากลัว " เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านไหนคะ " ไวโอเล็ตชักประหวั่นกับบรรยากาศรายรอบ " ไม่รู้สิ ฉันมัวแต่ยุ่งยังไม่มีเวลาคุยด้วยเลย " มร.โพ ชายร่างอ้วนเตี้ย ใบหน้ากลมแดงก้าวออกมาจากหลังประตู " สวัสดี โอ้โหไม่อยากจะเชื่อ ดูพวกเธอซิ เธอคงเป็นไวโอเล็ต หนูจำลุงได้มั้ย ไม่ได้สินะ ตอนนั้นหนูยังเล็ก(เช็คแฮนด์) เคลาส์ เราไม่เคยเจอกันเลย สบายดีเหรอ (เช็คแฮนด์)รัดแน่นเหมือนงูหลามพม่า ซันนี่ เธอหน้าเหมือนแม่ยังกับพิมพ์เดียวกัน .. ขอบคุณมร.โพเดี๋ยวผมจัดการ(ขนกระเป๋าเด็กๆ)เอง " " ผมควรเข้าไปข้างในด้วย " " อ๋อ เชิญเลย คุณจะได้ช่วยผมเก็บพยาธิจากท้องงูเหลือมวิสกิต " น้ำเสียงลุงมอนตี้ขู่ฟ่อตอนท้าย " เด็กๆจำไว้นะ ถ้าเธอต้องการอะไรก็โทรหรือแฟ็กซ์มาหาฉันนะ ไปล่ะครับ " มร.โพถอยฉาก " แจ๋ว เราไล่เขาไปสำเร็จ เร็ว เรามีเวลาไม่มากต้องรีบเตรียมของ " " เตรียมของ? " ไวโอเล็ต " ใช่ เราต้องเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือให้ครบ แล้วก็ของจำเป็นอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า (หิ้วกระเป๋าเข้ามาในบ้าน) แล้วก็ต้องติดป้ายให้งูทุกตัวที่ไปกับเรา " " ไปไหนครับ " เคลาส์ " ฉันบอกหรือยังว่าเราจะไปเปรู " " ยังค่ะ " " ใช่ เราจะไปเปรูพรุ่งนี้เช้า น่าตื่นเต้นมั้ยล่ะ ทางนี้ทางไปห้องอสรพิษ ขอต้อนรับสู่บ้านน้อยๆของฉัน พวกเธอรู้อะไรเกี่ยวกับงูไหม " " รู้แค่ที่อ่านในหนังสือครับ " " ไม่ หนูไม่ค่อยรู้ " ไวโอเล็ตเสียงพร่าตอนเดินลอดโครงกระดูกงูยักษ์แขวนอยู่ใต้เพดาน " ที่นี่อาจมีอะไรบางอย่างที่ไม่มีในหนังสือ ฉันขอวางเจ้าเบิ้มลงนอนก่อน แล้วค่อยแนะนำเพื่อนๆมันให้รู้จัก " " เจ้าตัวนั้นงูเห่า 2 หัว " เคลาส์ " ตาแหลมดีมาก " " ตัวผู้หรือตัวเมียคะ " งูเห่า 2 หัวแผ่แม่เบี้ย อ้าปากยิงฟัน(ยิ้ม)ทักทายสาวน้อย " ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าถามมันคงเสียมารยาท ส่วนเจ้านี่คางคก 3 ตาจากทิเบต มันสวดมนต์ตลอดเวลาเลย โฮม .. อ๊บ อ๊บ ! เธอต้องมาดูสัตว์ที่ฉันเพิ่งค้นพบล่าสุด ฉันเจอมันที่แทนซาเนีย หายากมากๆ งูพิษมรณะ ฉันกับผู้ช่วยชื่อ กุสตาฟ อาจเป็น 2 คนในโลกที่เคยเห็นมัน " ระหว่างที่ทุกคนมองลอดกรงเหล็ก(ราวกับที่คุมขังนักโทษ)สอดส่ายสายตาไปตาม กิ่งโคนไม้ บอนไซ ใบหญ้า จู่ๆกลอนปิดประตูก็คลายออก อสรพิษฉกหัวออกมาทันใด..! โอ๊ะ ! ขอโทษครับ ผ้าหมึกติดพอดี ขอผมขยับมันนิดนึง เรียบร้อยแล้ว เอาล่ะถึงไหนแล้วนะ อ๋อ ใช่ การจู่โจมของงูพิษมรณะ .. ลุงมอนตี้รีบคว้าคอหมับก่อนงูจะงับซันนี่ " ไม่ต้องตกใจ เจ้าตัวเล็ก ไม่เป็นอะไรหรอก (ซันนี่เบือนหน้าหลบ แผดเสียงร้องไห้ลั่น) มันทำอะไรเธอไม่ได้หรอก (งูเอ๋ย)เข้าไปซะ " " งูพิษมรณะเนี่ยเหรอทำอะไรเธอไม่ได้ " เคลาส์แทบไม่อยากเชื่อ " ใช่ ๆ มันใจอ่อนจะตาย(ใส่กลอนประตู) มันไร้พิษสง เป็นมิตรที่สุดในบรรดาส่ำสัตว์ทั้งปวง เขาเรียกว่าตั้งชื่อขู่(ตัดไม้ข่มนาม) ฉันตั้งชื่อแบบนี้เพื่อแกล้งพวกจอมเฮี้ยบที่สมาคมสัตว์เลื้อยคลาน " " คุณลุงมอนตี้เราจะไปเปรูทำไม " ไวโอเล็ต " เมื่อเช้านี้ฉันมาคิดดูว่า เราจะไปไหนกันได้บ้าง ฉันเลยนึกถึงเปรู ที่เปรูมีงูเยอะใช่มั้ย " " ทำไมเราต้องออกนอกเมือง " " เธอรู้มั้ยว่างูกลัวเธอมากกว่าเธอกลัวมันอีก น้อยคนนักที่จะรู้ เมื่อถูกคุกคามงูมักจะหนีไปที่เงียบสงบ ปลอดภัยห่างไกล มันไปที่หลบภัยปราศจากอันตรายสำหรับมัน เราถึงจะไปเปรู " " เอ๊ะ กล้องส่องทางไกล ผมเคยเห็นที่โต๊ะพ่อ " เคลาส์ปรายตามองเข็มขัดลุงมอนตี้ " เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะแต่ตอนนี้ฉันต้องการนักประดิษฐ์ นักอ่าน และ นักกัด พอรู้จักมั้ย " " งั่บ (ฟันฉันพร้อมให้บริการเสมอ) " ซันนี่อมนิ้วมือขำๆ
.. ตั้งแต่เทือกเขาสูงยันถึงที่ราบลุ่ม หนุ่มน้อย จอร์จ แคมป์เบลล์ ขี่ม้าท่องเที่ยวไป นั่งบนอานมือกุมบังเหียนงามสง่าดูมีราศี ม้าควบถึงบ้านตั้งนานแต่เขานั้นไม่ถึงซักที .. ลุงมอนตี้ร้องเพลงคลอเสียงดนตรี คุยกับงูตัวเล็กคล้ายเชือกไนล่อนสีขาวสลับแดงซึ่งกำลังพันรอบข้อมือ " เพทูเนีย ฉันบอกแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ .. มันคิดว่าฉันเป็นต้นไม้ " " หนูรู้จักเพลงนี้ หนูว่าพ่อแม่เคยร้องให้เราฟัง " ไวโอเล็ต " เธอเข้าใจถูกแล้ว ฉันก็เคยร้องเพลงนี้ให้ลูกฟัง " " คุณมีลูกหรือคะ " " อ๋อ มี เมียก็มี บ้านก็มี กระทั่งไฟไหม้ " " ไฟไหม้เหรอ " เคลาส์หูผึ่ง " ฉันอาจรู้ดีกว่าใครๆว่าเธอเศร้าเสียใจแค่ไหนแต่ทุกอย่างจะดีขึ้น เราจะไปอยู่กับคนที่เข้าใจเรา คนที่เหมือนเรา คนที่ชื่นชมเด็กเก่งๆ อ่านเก่ง ประดิษฐ์สิ่งของเป็น และ กัด ของได้ " " ลุงมอนตี้ ลุงทำเพื่อเราทำไมคะ " " ก็เราครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ " และแล้วเด็กกำพร้าโบดแลร์ก็ไปเปรู ผจญภัยสนุกสนานกับผู้ปกครองคนใหม่ที่แสนดี อวสาน นี่คือคำที่ผมอยากพิมพ์ลงไปใจจะขาด ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อจะบอกว่าเรื่องจบลงตรงนี้ ผมไม่มีหน้าที่มาพร่ำเพ้อถึงตอนจบแสนสุขซึ่งไม่ได้เกิดขึ้น แต่ผมบอกเล่าถึงเหตุการณ์จริง ในชีวิตที่มีแต่โชคร้ายของเด็กๆโบดแลร์ ผมเองก็ปวดใจไม่น้อยที่ต้องบอกว่าปัญหาของพวกเขาเพิ่งเริ่มขึ้นด้วยโน้ตดนตรี 2 ตัว เคลาส์กับไวโอเล็ตเดินไปเปิดประตูรับแขกเมื่อได้ยินเสียงออด " สวัสดี ฉันมาหา ดร.มอนต์โกเมอรี่ มอนต์โกเมอรี่ ฉันชื่อว่า สเตฟาโน่ เป็นชาวอิตาเลี่ยน ฉันตั้งใจมาช่วยท่าน ทำวิจัยเต็มความสามารถ และช่วยดูแลสังเกตรายละเอียดต่างๆ " น้ำเสียงนั้นปนลมหายใจครืดคราด ประกอบแววตาดุร้ายทำให้ไวโอเล็ตจำได้ว่า " คุณคือ เคานต์โอลาฟ " " ทำไมเธอถึงพูดแบบนี้ออกมาได้ ฉันไม่ยักกะเจอเคานต์โอลาฟมาก่อน แต่ถึงจะเคยเจอ เขาก็คงหน้าตาท่าทางไม่เหมือนฉันเลย " เคานต์โอลาฟมั่นใจในรูปลักษณ์ใหม่ หัวเถิก โกนคิ้วเกลี้ยง มีหนวดบิดเบี้ยว " เคานต์โอลาฟ เราไม่ให้คุณเข้าบ้านหรอก " เคลาส์จะงับประตูก็เจอมีดสั้นปักคา(ขู่)บานไม้ อาคันตุกะดันสันมีดเปิดประตูอ้าออก " ฉันคิดว่าเธอควรตั้งสมมติฐานใหม่ (ทำไก๋รีบเปลี่ยนเรื่องพูดขณะเห็นลุงมอนตี้อุ้มซันนี่ผ่านมา) นี่ไงล่ะเหตุผลที่เธอไม่ควรถือมีดวิ่ง " " เป็นคำแนะนำที่ดีมากคุณสเตฟาโน่ " ดร.มอนต์โกเมอรี่ " โอ๊ะ โอ คุณเห็นผมสอนเด็กๆจนได้ " " ผมดีใจจริงๆที่คุณมาเร็วขนาดนี้ " " ไม่เป็นไร ๆ " แกล้งเขิน " ผู้ช่วยผมไม่สบายเพิ่งโทรมาลาไม่ถึงชั่วโมง " " เขาคงยอมทำทุกอย่างเพื่อจะมาที่นี่ " สเตฟาโน่นึกสะใจตอนจับกุสตาฟ,ผู้ช่วยดร.มอนต์โกเมอรี่ผูกติดหัวรถจักรแล่นข้ามทะเลทราย " โชคดีจริงๆที่คุณมาได้ " " ผมชื่นชมผลงานคุณ งานคุณมีอิทธิพลต่องานวิจัยของผมอย่างมาก " ชี้นิ้วที่ขมับประกอบคำพูด " ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์ อ่า .. เรื่องงูทะเล มันเป็นสัตว์ที่โมโหร้ายไม่เบาเลย บางทีผมโดนมันกัด 43-700 ครั้งเห็นจะได้(เริ่มโม้แหลกราญ) ส่วนใหญ่โดนที่ใบหน้า นี่ผมลงทุนทำศัลยกรรมมาเยอะแล้ว หมอฝีมือดีนะ ถึง น่ะ_หนวด จะเอียงไปข้างนึงก็เถอะ " " แฮ่(เชื่อไม่ลงเลยละ) " ซันนี่ส่ายหัว " ให้เด็กๆช่วยผมขนกระเป๋าได้มั้ย ลำตัวซีกซ้ายของผมประสาทไม่ค่อยดี " " ได้สิครับ " " คุณลุงมอนตี้ " ไวโอเล็ต " ไม่เอาน่า อย่าเสียมารยาทกับแขกสิไปได้แล้ว " " เขามีแผนอะไรเนี่ย " เคลาส์ปรึกษาไวโอเล็ตตอนลากกระเป๋าขึ้นบันได " พี่ไม่รู้ " ตอนไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นถ้าผู้ร้ายโผล่มา การที่เคานต์โอลาฟปรากฏตัวอีกครั้งขณะเด็กๆกำลังจะล่วงรู้ความลับของดร.มอนต์โกเมอรี่ ทำให้เคลาส์แทบทนไม่ได้ ..
" ไวโอเล็ตพี่ฟังผมนะ กล้องส่องทางไกลของลุงมอนตี้ ผมเห็นกล้องแบบนี้ที่โต๊ะพ่อ " " เคลาส์มันแค่บังเอิญเท่านั้น " " ไม่ ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป .. เขาไม่ให้เราบอกลุงแน่ เราต้องใช้ ข้อความ " " ฉันจัดการเอง " " เด็กๆจะไปช่วยงานวิจัยหลายเรื่องในเปรู คุณมีประสบการณ์กับเด็กๆมั้ย " ดร.มอนต์โกเมอรี่ " ผมไม่คุ้นเคยกับเด็กๆเท่าไหร่ ผมไม่เคยเป็นเด็กแฮะ ผมรู้ว่าพวกเขาเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศน์ " สเตฟาโน่ขยับแว่นตาเอาฟอร์มหน่อยนึง " ผมให้อาหารปลาไหลมอเร่ย์แล้วผมเกิดอวดเก่งแค่นั้นเอง ครั้งเดียวก็เสร็จมัน แค่ครั้งเดียว (สวมถุงมือพลาสติกสีฟ้า) ผมคาบปลาเค็มไว้ในปาก เอาไปปั่นให้มัน มีคณะถ่ายทำสารคดีอยู่ด้วย ถ่ายเก็บไว้หมดทุกขั้นตอน หลายคนยังไม่รู้เรื่องนี้ เกี่ยวกับปลาไหลมอเร่ย์,คุณอาจคิดว่ามันไม่แข็งแรง แน่นอน มันพอมีกำลังวังชาอยู่บ้างแต่มันจะดึงหน้าคนเข้าถ้ำได้ยังไง สรุปสั้นๆว่าผมแทบตาย ต้องศัลยกรรมใบหน้าใหม่หมด .. " ไวโอเล็ตรวบผมรัดริบบิ้นไม่ให้บังตา,รำคาญหน้าผากก่อนเกิด'ไบรท์ไอเดีย' เคลาส์คว้างูเกล็ดลายขาวแดงจากโถ ปล่อยให้มันคืบคลานกับพื้นไปหาดร.มอนต์โกเมอรี่ " ใช่ จากที่ผมได้ยินมา เปรู เป็นประเทศที่น่าไป คนพื้นเมือง ชายหาด กฎหมายคุ้มครองเด็ก .. " สเตฟ่าโน่พล่ามต่อ ดร.มอนต์โกเมอรี่จับงูขึ้นมาปล่อยให้มันเลื้อย 4 รอบแขน ปรากฏตัวอักษรบนเกล็ดสีขาว .. ตั ว ป ล อ ม .. เขาตะลึงแล้วพูดกลบเกลื่อนอาการ " กฎหมายคุ้มครองเด็กไม่เข้มงวด? " สเตฟาโน่สะอึก " ผมพูดง้านเหรอ บ๊องส์จริงๆเลย " " สเตฟาโน่คุณมีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่อง เห็นด้วยมั้ยเด็กๆ ผมวานช่วยรีดพิษงูเจ้าเพทูเนียให้ที " " เพทูเนีย คือเรื่องรีดเนี่ยผม มะ ไม่ " " ผมขอแค่ .. " " ได้สิผมจะลองดูนะ (ใช้ตะขอเกี่ยว)เพื่อนๆเรียกผมว่า เฒ่าแม็คโดนัลด์ มือรีดพิษตัวยงเพราะผมเอาแต่รีดแม่มทั้งวัน หัวนม เล็กจิ๋วหายากชะมัดเลย (ตะแคงงูดูรอบตัว)ผมว่าคุณรับไปรีดพิษก่อนไม่ต้องรอผม ไม่รู้ว่าผมเอาอุปกรณ์ช่วยรีดมาหรือเปล่า ผมจะไปดู " เคานต์โอลาฟ หรือ สเตฟาโน่ รีบเผ่นไปนอกบ้าน " เขายังดูอยู่หรือเปล่า " ลุงมอนตี้ " ดูค่ะ " ไวโอเล็ต " อย่ามองลุงสิ แกล้งทำเป็นคุยกับเคลาส์ ลุงอ่านข้อความแล้ว ไม่ต้องห่วง ลุงรู้ " " ลุงรู้เหรอ " เคลาส์ " รู้สิ ปลาไหลมอเร่ย์ไม่กินปลาเค็ม มันเค็มจัดเกินไป เห็นมั้ยเขาชอบแอบมองกระสอบเก็บงูพิษหายาก พวกเธอพูดถูกแล้วสเตฟาโน่ปลอมตัวมา " " ค่ะ " " สายลับที่สมาคมสัตว์เลื้อยคลานส่งสายมาขโมย งูพิษมรณะ " " ไม่ค่ะลุงมอนตี้ " สเตฟาโน่วิ่งตาตั้งกลับมา " โธ่ เสร็จโก๋หมดเล้ย ผมอุตส่าห์รอรีดเลยนะ ได้เวลาเด็กๆเข้านอนแล้ว " " จริงด้วยพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ไปนอนซะ ราตรีสวัสดิ์ " ดร.มอนต์โกเมอรี่ " ถ้าพวกเธอตื่นขึ้นมากลางดึกล่ะก็ฉันอยู่ข้างล่างนี่นะ ฉันเป็นคนตื่นง่าย ที่จริงฉันแทบไม่เป็นอันกินอันนอนเลยล่ะ " สเตฟาโน่เย้ย อย่างน้อยก็เพื่อแสดงว่าเขารู้ทันวิถีทางที่เด็กกำพร้าโบดแลร์ พยายามจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา กลางดึกไวโอเล็ตแง้มประตูก็เห็นสเตฟาโน่นั่งเก้าอี้โยกขวางทางเดินอยู่ " นี่เธอมีบัตรผ่านรึเปล่า ไม่มีสินะ " มันก็แปลกนะครับเมื่อคนที่เรารักตาย มันเหมือนเดินขึ้นบันไดเข้าไปห้องนอนท่ามกลางความมืด คุณคิดว่ายังมีบันไดอีกขั้นทั้งๆที่ไม่มี เท้าคุณถลำสู่ความว่างเปล่า เป็นความแปลกใจที่ไม่โสภาเลย เด็กๆไม่ได้เสียน้ำตาให้ลุงคนเดียวแต่ให้กับ ความหวัง ในการมีบ้านอีกครั้งด้วย ความหวังที่วายร้ายจอมลวงโลกทำให้ล่องลอยห่างไปอย่างช้าๆ ..
ป้ายหินเหนือหลุมศพในสุสานเขียนว่า .. ด้วยความระรึกถึง ดร.มอนต์โกเมอรี่ เพื่อนที่แสนดี นักอสรพิษวิทยาผู้อุทิศตน พ่อที่น่ารัก ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถ่ายภาพ และแพทย์กำลังชันสูตรพลิกศพนั้น สเตฟาโน่เอ่ยขึ้น " ผมน่าจะถือวิสาสะเตือนเขาว่างูพิษมรณะเป็นงูอันตรายที่สุดในระบบนิเวศน์ ผมย่อมรู้ดีเพราะผมเพิ่งค้นพบมันเอง " " อะไรนะ? " เคลาส์ " คุณตำรวจคะ " ไวโอเล็ต " นี่หนู ประตูกรงใหญ่เปิดอยู่ งูหายไป มีคนตาย รู้มั้ยฉันคิดยังไง มีคนปลุกฉัน 9 โมงเช้าเพราะเรื่องนี้ " ตำรวจมืดว่า " เป็นเพราะงูกัดแน่นอน ชัดเจนไร้ข้อสงสัย " นพ.ลูคาฟอนต์ " เพราะงูกัดไร้ข้อสงสัย ขอบคุณครับหมอ " สเตฟาโน่ย้ำ " คุณยังไม่เข้าใจ งูพิษมรณะฆ่าลุงมอนตี้ไม่ได้เพราะมันไม่มีพิษ และเป็นมิตรมากที่สุด " ไวโอเล็ตโต้แย้ง " ไม่ต้องออกเอกสารหรอก " ตำรวจมืด " ดีแล้วครับ เด็กๆเพิ่งเจอเรื่องร้ายกาจครั้งใหญ่ มันคงไม่ดีแน่ถ้าเปลี่ยนแผนพวกเขาตอนนี้ เรากำลังจะไปเปรูพรุ่งนี้เช้า ตั๋วเครื่องบินแลกคืนไม่ได้ด้วย หมอคิดว่าไง? เป็นโอกาสเดียวที่จะสลัดความทุกข์ทิ้ง" สเตฟาโน่ " งั้นเหรอ ขอบคุณครับ " นายแพทย์ ซันนี่เห็นหางงูพิษมรณะเลื้อยไปมาตามพื้นอยู่ไหวๆ หนูน้อยอุทาน " โอเล่(ฉันจัดการเอง) " จากการสัมภาษณ์พยานที่นั่นในวันนั้น ผมจึงได้ล่วงรู้แผนจับโกหกผู้ร้ายของน้องนุชโบดแลร์ หนูซันนี่ผู้กล้าหาญเดินจากตรงนี้เข้าไปหางูพิษมรณะด้วยจิตใจเด็ดเดี่ยว .. " ไม่ หมอคนนั้นสมรู้ร่วมคิดกับเคานต์โอลาฟ เขาจะฆ่าเราด้วยรถไฟ " สองพี่น้องโบดแลร์ " เขาเอารถไฟมาจากไหน " นายแพทย์ " ฉันเอารถไฟมาจากไหนหว่า? " สเตฟาโน่ " พอซะเด็กๆ เลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว คุณสเตฟาโน่ไม่มีอะไรคล้ายเคานต์โอลาฟ " นายแพทย์ " เคานต์โอลาฟสุดหล่อที่เขาพูดถึงเป็นใครกัน " สเตฟาโน่แกล้งเซ่อ " เขาเคยเป็นผู้ปกครองเด็กๆที่ตัดสินใจผิดพลาด " มร.โพ " พิสูจน์รอยสักก็ได้ เขามีรอยสักดวงตาที่ข้อเท้า " เคลาส์เสนอ " เพื่อเด็กๆได้อยู่แล้ว (ถลกขากางเกงทันใด)โว้วล่า ! หน้าแข้งขาวเนียนเรี่ยมแร้ " สเตฟาโน่ " เขาเป็นนักแสดง เขาทาแป้งปิดไว้ " ไวโอเล็ต " หมอครับ ช่วยพาเด็กๆไปขึ้นรถทีสิครับ " สเตฟาโน่ " ไม่นะ มร.โพ " ไวโอเล็ตพยายามสบัดตัวจากรอบแขนสเตฟาโน่ที่ฉุดกระชากลากจูง " ไม่ มร.โพ ช่วยด้วย ! " เคลาส์ถูกหมอล็อกคอไปเช่นเดียวกับพี่สาว มีอย่างนึงที่พยานทุกคนเห็นตรงกัน เสียงที่ได้ยินนั้นทั้งน่าตกใจ น่าแปลกใจ และคอยหลอกหลอนพวกเขาตราบถึงวันนี้ .. " หมดกันตัวละครตัวนี้ซะด้วยสิ " สเตฟาโน่ ไวโอเล็ตและเคลาส์เป็นปลื้มเมื่อเห็นซันนี่ หยอกล้อให้งูพิษมรณะขบกัด,พันรอบตัว(หนูน้อยงับตามเกล็ดแข็งๆของมันบ้าง) พอทุกคนหันหน้ากลับมาเผชิญสเตฟาโน่ หารู้ไม่ว่าเขาล่องหนไปแล้ว มือปลอม หนวดปลอม วิกผม เสื้อโค้ต หมวก .. ทิ้งไว้รายทาง " วางใจได้ ทางการกำลังตามล่าตัวนายสเตฟาโน่ตั้งแต่หน้าผากไร้ขนคิ้วไปถึงข้อเท้าไร้รอยสัก ไอ้โจรอิตาเลี่ยน " มร.โพเพิ่งกระจ่างแจ้ง ที่เบาะหลังรถนายธนาคารสุดทึ่ม เด็กๆโบดแลร์ฉลองการฉีกหน้ากากเคานต์โอลาฟขณะข้ามทะเลสาบระทมทุกข์บนผิวน้ำเย็นเยียบ แต่เคลาส์ไม่วางใจอะไรง่ายๆ เขารู้ว่าต้องมีอะไรซ่อนอยู่ในเส้นทางสายนี้ แม้จะมีเบาะแสแค่ กล้องส่องทางไกล เหตุเพลิงไหม้ร้ายแรง และ คำสองคำปริศนาบนกระดาษ .. จากนวนิยายต้นฉบับ ไวโอเล็ต หาทางคลี่คลายปริศนาโดยทำกุญแจผีเปิดกระเป๋าสเตฟาโน่ พบหลักฐานเข็มฉีดยาซึ่งใช้ฉีด พิษงูแมมบา ดูมิล เข้าสู่ร่างกายลุงมอนตี้ มร.โพใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดแป้งออกจากข้อเท้าสเตฟาโน่เผยให้เห็นสัญลักษณ์รอยสักรูป'ดวงตา'เหมือนกับเคานต์โอลาฟ เจ้าวายร้ายสารภาพเขากำจัด กุฟตาฟ,ผู้ช่วยทำงานในห้องทดลอง ดร.มอนต์โกเมอรี่(แล็ปบอย)โดยกดหัวจมลงในหนองน้ำ ตอนเหยื่อออกไปเก็บพันธุ์ดอกไม้ป่า ซันนี่กัดมือปลอม ดร.ลูคาฟอนต์ จนเนื้อไม้แตกเห็นตะขอเหล็กซ่อนอยู่ เขาเป็นหนึ่งในคณะละคร หรือลูกสมุนเคานต์โอลาฟนั่นเอง ..
next chapter >> chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]
Pantip.com preview nZcenama JimCarreyOnline gallery1. gallery2. Sign Guestbook -: Star Storyboard :- |