1. ![]() ผมเสียใจที่ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่หนังที่คุณพึงพอใจขณะชม หนังที่คุณจะได้ทัศนานั้นไม่ใช่อะไรที่น่าพิศมัยสักนิด ถ้าคุณอยากดูหนังเกี่ยวกับภูติแคระแสนสุข คุณคงหาที่นั่งได้ถมเถในโรง 2 ถ้าคุณชอบเรื่องราวของเด็กกำพร้าฉลาดๆ หน้าตาน่าเอ็นดู เหตุไฟไหม้ที่มีเงื่อนงำ ปลิงเพชฌฆาตจอมเขมือบ อาหารอิตาเลี่ยน และ องค์กรลับล่ะก็จงอยู่ต่อ คุณจะได้ชมทุกย่างก้าวแห่งความทุกข์ของเด็กๆโบดแลร์ ผมชื่อ เลโมนี สนิกเก็ต ผมมีหน้าที่อันแสนทุกข์ระทมในการเรียบเรียงเรื่องราวต่อไปนี้ .. ไวโอเล็ต โบดแลร์ พี่คนโตเป็นนักประดิษฐ์ อายุ 14 ปี ที่เก่งที่สุดในโลก ทุกคนที่รู้จัก ไวโอเล็ต โบดแลร์ ต่างรู้ว่าเมื่อเธอประดิษฐ์สิ่งของ เธอจะเอาริบบิ้นมาผูกผมยาวๆของเธอไว้ ในโลกแห่งสิ่งของที่ถูกละเลย ไวโอเล็ตรู้ว่ามันต้องมีบางอย่างใช้ได้เสมอ เธอสร้างสรรค์อุปกรณ์ได้แทบทุกชนิด ใช้งานแทบในทุกโอกาส และ ไม่มีใครทดสอบมันได้ดีกว่าน้องชายของเธอเอง เคลาส์ โบดแลร์ ลูกคนกลาง เขารักหนังสือ รักสิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ พ่อแม่โบดแลร์มีห้องสมุดขนาดยักษ์ในคฤหาสถ์ หนังสือมากมายนับพันเล่มเกือบทุกสาขาวิชา สำหรับ เคลาส์ แล้วไม่มีอะไรสุขใจเท่ากับการได้อ่านความรู้ใส่สมองในยามบ่าย และทุกสิ่งที่เขาอ่าน เขาจำได้หมด หนังสือเล่มล่าสุดคือ สิ่งมีชีวิตคลานได้จากทะเล ซันนี่ น้องนุชสุดท้องมีของชอบไม่เหมือน เคลาส์ เธอชอบกัดข้าวของด้วยฟันคมๆ 4 ซี่นั้น มีของเพียงไม่กี่ชิ้นในโลกที่ ซันนี่ ไม่ชอบกัด ซันนี่ อยู่ในวัยที่เด็กส่วนใหญ่พูดอ้อแอ้ไม่เป็นภาษาตัวอย่างเช่น แก๊ก ซึ่ง คงจะแปลว่า " ดูเงาลึกลับที่โผล่ออกมาจากหมอกนั่นสิ " หรือไม่ก็ บาย " นายธนาคารอย่าง มร.โพ เดินลุยทรายมาหาพวกเราที่หาดไบรนี่ทำไม? " "ฉันมาแจ้งเหตุการณ์ที่โชคร้ายอย่างยิฉันเสียใจที่ต้องบอกว่าพ่อแม่เธอเสียชีวิตไปในกองเพลิงที่เผาบ้านทั้งหลัง ถ้าคุณเคยสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไป คุณจะเข้าใจความรู้สึกพวกเขาแต่ถ้าคุณไม่เคย ให้นึกยังไงก็คงนึกไม่ออก ไม่มีใครรู้สาเหตุแท้จริงของเพลิงไหม้นี้ ผมกับเพื่อนร่วมงานสืบสวนคดีนี้สุดฝีมือ เราพบเพียงว่าเปลวไฟปะทุขึ้นมาในระยะไกล จากการหักเหของแสงกระทั่งเกิดการเผาไหม้ เพียงชั่วอึดใจไฟก็เผาคฤหาสถ์วอดทั้งหลัง แต่สิ่งที่น่าฉงนไม่แพ้ต้นเพลิงก็คือเรื่องลึกลับอื่นที่ทยอยเกิดขึ้นกับเด็กๆ .. ไวโอเล็ตเก็บล็อคเก็ตพ่อแม่ซึ่งเล็ดลอดจากถูกเผาไหม้ ส่วนเคลาส์เก็บไฟฉายประดิษฐ์คาดหน้าผากแบบที่คนงานเหมืองชอบใช้กันในปัจจุบัน .. กล้องจุลทรรศน์ของไวโอเล็ต ปากกาด้ามโปรดของเคลาส์ และห่วงกัดเล่นของซันนี่ล้วนถูกเปลวไฟหลอมละลายกลายเป็นขี้เถ้า ทุกครอบครัวต่างมีความลับมีเรื่องปิดงำไว้ ตอนนี้ เคลาส์ ตรวจพบว่า .. การค้นพบสิ่งเล็กน้อยทำให้คำถามผุดขึ้นในใจมากมาย ทำไมโต๊ะพ่อมี กล้องส่องทางไกล ซ่อนไว้ พ่อกับแม่มีความลับอะไรที่รอการเปิดเผยอยู่หรือไม่ คำถามซึ่งเขากลัวว่ามันอาจไม่มีคำตอบ และแล้วจู่ๆเด็กๆบ้านโบดแลร์ก็กลายเป็นเด็กกำพร้า ผมเตือนคุณแล้วนะ ตอนนี้เป็นโอกาสที่คุณจะเดินออกจากโรงหนัง ห้องนั่งเล่นหรือเครื่องบินซึ่งฉายเรื่องนี้อยู่ ยังไม่สายที่จะเปลี่ยนไปดูหนังภูตแคระแสนสุข ..
" ใช่ ตามฉันมานะ .. ในฐานะผู้บริหารมัลทูอารี่ มาเนจเม้นต์ และผู้จัดการมรดก ฉันมีหน้าที่ดูแลเงินไว้จนกว่าเธอจะบรรลุนิติภาวะ และให้เธอได้อยู่กับญาติใกล้ชิดที่สุด ฉันจะพาเธอไปอยู่กับท่าน เคานต์โอลาฟ บ้านเขาอยู่ในเมืองห่างจากบ้านเธอ 37 ช่วงตึก " " ผมว่านี่ไม่ใช่ความหมายใกล้ชิดที่สุด " เคลาส์ " เราไม่รู้จักเคานต์โอลาฟ " ไวโอเล็ต " รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ เขาเป็นเหลนลำดับ 3 รุ่น 4 ,ไม่ก็รุ่น 4 ลำดับ 3 " มร.โพ " โอ้วว์ " ซันนี่อุทาน หมายความว่า " มีคนสมองกลวงด้วยแฮะ " " เขาเป็น นักแสดง ด้วย น่าตื่นเต้นใช่มั้ย พวกเธอโชคดีมากรู้มั้ย คนทำอาชีพนี้น้อยคนที่จะใจดีแบบเขา .. มาถึงแล้วบ้านใหม่พวกเธอ น่าอยู่ใช่มั้ยล่ะเด็กๆ " มร.โพจอดรถริมฟุตปาธ " หวัดดีจ้ะ เธอคงเป็นเด็กๆโบดแลร์ เสียใจด้วยเรื่องอุบัติเหตุ ฉันดีใจที่เธอจะมาอยู่ที่นี่ ขอต้อนรับ ฉันเป็นผู้พิพากษา สเตราส์ ประจำศาลสูง " สาวใหญ่แนะนำตัว " หนูไวโอเล็ต นี่น้องหนู เคลาส์ และ ซันนี่ " ไวโอเล็ตบอก " ผม มร.โพ จาก มัลทูอารี่ มาเนจเม้นต์ สบายดีเหรอ " " ดีค่ะ " " บ้านคุณสวยมากเลย " เคลาส์เปรย " ขอบใจจ้ะ ไม่ต้องเกรงใจนะ แวะไปหาฉันได้ทุกเมื่อ " " ไปหา? คุณไม่ได้อยู่กับ เคานต์โอลาฟ เหรอ " ไวโอเล็ตอึ้ง ผู้พิพากษาสเตราส์กำลังจะหันหลังเข้าบ้านก็ผงะ " อยู่กับเขา? กับ เคานต์โอลาฟ? ไม่จ้ะ ไม่ เขาเป็นแค่เพื่อนบ้านฉัน " เด็กๆมองไปยังบ้านรกร้างฝั่งตรงข้าม .. " แหวะ " ซันนี่อุทาน แปลว่า นอนข้างนอกเถอะ มร.โพง้างห่วงเหล็กมือจับเคาะประตูตรงลายฉลุรูปดวงตาหลุด ทะลุมองเข้าไปเห็นเงาตะคุ่มๆ เจ้าของบ้าน" บุ ก เ ข้ า ม า ..! " เคานต์โอลาฟเปล่งเสียงโซฟาโน่ " อย่ามัวโอ้เอ้ รีบเข้าไป " มร.โพกำชับ " ไง หวัดดี ๆ ๆ ฉันคือท่านเคานต์โอลาฟที่รักของเธอ ขอต้อนรับสู่บ้านที่น่ารักของฉัน บ้านที่จะปลอบขวัญเธอด้วยความรักและอบอุ่น ประหนึ่งที่พักใจ ดังคำกล่าวชาวกรีกโบราณว่าไว้ อนุเคราะห์สถาน บ้านสุขสันต์ วันอันสดใส " " อ้วก " ซันนี่อ้าปากค้าง แปลว่า บันไดยาวกว่าคำพูดอีกแฮะ ดนตรีค่อยๆดังขึ้นตามลำดับแล้วมาหยุดตรงเท้าขวา เคานต์โอลาฟเก๊กท่าเก๋ เหยียดขายาวเผยให้เห็นรอยสักดวงตาตรงข้อเท้าซีดๆตอนขอบกางเกงเลิกขึ้นห่างจากรองเท้าหนังสีดำ(เขาไม่ใส่ถุงเท้าเหมือนป๋า เทพ โพธิ์งาม) " ไม่เหมือนดังที่ฉันคิดไว้แต่เธอนึกภาพออกน่า โอ้ แม่หนู " กางมือแอบดูชื่อที่จดไว้ ไวโอเล็ต เคลาส์ อะไรก็ช่าง(ซันนี่) " ไวโอเล็ต ยินดีที่รู้จัก " " สวัสดีค่ะ " แตะมือแล้วรีบดึงกลับ " และนี่คงเป็น เคลาส์ หนุ่มน้อย เคลาส์ ใบหน้าด้านซ้ายเธอดูดีนะ และ .. นี่ตัวอะไร? " " ฮี่ " แปลว่า ฉันคือซันนี่ " ขอโทษนะหนู ฉันพูดภาษาลิงไม่เป็น กล้วยน้ำว้า ! " " แอะ " แปลว่า หนูไม่ใช่ ลิง นะ " ซันนี่เป็นน้องของเรา " ไวโอเล็ต " หน้าตาอมทุกข์ทุกคนเลย ทำหน้ามู่ทู่ทำไม " เคานต์โอลาฟตวาด " พ่อแม่ของเราเพิ่งจากไป " " อ๋อจริงสิ ช่างน่าเศร้าซะจริงๆ เดี๋ยวขอซ้อมฉากเมื่อกี้ใหม่ซิ พูดอีกรอบ เร็ว เดี๋ยวลืม " " พ่อแม่ของเราเพิ่ง .. ตาย " " โย่ ! " ซันนี่แร็พครั้งแรกแปลว่า หมอนี่ติ๊งต๊อง " นี่ มร.โพ ผมจะเลี้ยงเด็กๆพวกนี้ให้เหมือนว่าพวกเขามีคนต้องการจริงๆ ที่คุณพูดว่านี่เป็นภาระ เป็นการเสียสละ คุณเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง คุณน่าจะละอายใจตัวเอง คิดได้ไงเนี่ย? ว่าแต่ว่าให้เซ็นตรงไหนเพื่อรับ มรดก เอ๊ย เด็กๆ " สองมือกอดไวโอเล็ตและเคลาส์แนบแน่น " คุณยังไม่ใช่ผู้ปกครองจนกว่าจะถึงการไต่สวน " มร.โพแย้ง " อ้าวงั้นเหรอ แล้วตอนนี้ฉันควรทำยังไงกับเด็ก " " อะไรนะครับ " มร.โพไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน " ผมจะถามว่าคุณเล่นกล้ามเหรอ หุ่นดีนะ ดูแข็งแรง " เคานต์โอลาฟไก๋ " ผมกลับธนาคารก่อนนะ " " ไม่อยู่ดื่มอะไรก่อนเหรอ เหล้าพอร์ทสักแก้ว หรือ กาแฟ " " อยู่ต่อก็ได้ " " เอาไว้โอกาสหน้าดีก่า " เคานต์โอลาฟลากผู้จัดการมรดกออกประตูหน้าบ้าน " เด็กๆถ้าต้องการอะไรโทรหาฉัน " มร.โพสั่งเสีย " เราอยู่กันได้(ปิดประตูไล่หลัง)จะถามอะไรไหม ฉันรู้ว่าบ้านอันต่ำต้อยของฉันไม่หรูหราเท่าคฤหาสถ์โบดแลร์ แต่ฉันกำลังจะได้เงินก้อนโตเร็วๆนี้ ฉันว่ามันจะดูดีมีระดับเมื่อตกแต่งแล้วเสร็จ ไปชมบ้านกันมั้ยล่ะ " เคานต์โอลาฟพูดไม่กระดากปาก " ห้องนี้เป็นห้องนั่งเล่นพวกเธอ นี่ห้องครัว ฉันรู้เธอคิดอะไรอยู่ บ้านนี้ยังต้องปรับปรุงอีกบานตะไท .. ฉีดวัคซีนกันแล้วนะ บาดทะยัก โปลิโอ ฝีดาษ ไทฟอยด์ มาลาเลีย นี่เป็นห้องบังเทิง ห้องสังสรรค์ เพดานซ่อมได้ในพริบตา เธอไม่กลัวความสูงใช่มั้ย นึกแล้วขำ ลิง(ซันนี่)อะไรกลัวความสูง ฮ่า ฮ่า โรงละครของฉันทางนี้ " เคานต์โอลาฟภาคภูมิใจยิ่งทั้งที่ในบ้านเขามีแต่ห้องสกปรกที่สุดเท่าที่เด็กโบดแลร์เคยเห็นมา" บนนั้นมีอะไรครับ " เคลาส์ " หอคอยไง ห้ามเธอเข้าไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม และนี่ห้องนอนเธอ นอนได้แล้ว ราตรีสวัสดิ์ " " ยังไม่คิดเลยนะ " ไวโอเล็ต ผมไม่รู้ว่าคุณเคยสังเกตมั้ย แต่ความประทับใจหนแรก มักจะไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่นตอน ซันนี่ เกิด เคลาส์ไม่ชอบน้องซะเลยแต่พอน้องอายุ 6 อาทิตย์ ทั้งคู่ก็สนิทกัน เคลาส์ขว้างไม้ให้น้องงับเล่นนานหลายชั่วโมง ทว่าในกรณีเคานต์โอลาฟนั้นตรงกับความจริง ทุกๆเช้าเคานต์โอลาฟสั่งให้เด็กๆโบดแลร์ออกแรงทำงานสารพัดอย่าง สั่งเสร็จแล้วเขาก็จะเดินเข้าไปในหอคอยลึกลับ เด็กๆที่โชคร้ายหนักอยู่แล้วมันจะหนักขึ้นไปอีก .. " พอตื่นขึ้นมาบนอ่างน้ำแข็งในบาฮา ผมก็รู้ว่าสางเจ้าเล่ห์โขมยไตผม ศัตรูผมจะตกใจแค่ไหน " หนุ่มฮิปฮอปว่า " เด็กๆนี่เพื่อนนักแสดงของฉัน สหายนี่เด็กกำพร้า " เคานต์โอลาฟดัดจริตใส่แว่นดำเวอร์ซาเช่ " ดูไม่ชอบเลยนิ กะโปโล ตัวเล็กน่าขยะแขยง " สาวพั้งค์แขวะ " ทำไมไม่ไปเตรียม ดินเน่อร์ ล่ะ " เคานต์โอลาฟสั่ง " ดินเน่อร์ เหรอ? " เคลาส์ไม่เข้าใจ " ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า อาหารค่ำ " เคานต์โอลาฟ เคลาส์หยิบแผ่นกระดาษพลิกดูคำสั่งด้านหลัง .. 172.เตรียมดินเน่อร์ ริมสุดของแผ่นมีรูปดวงตาประทับ " เราจะดินเน่อร์ 2 ทุ่ม ห้ามส่งเสียงรบกวนระหว่างที่เราซ้อมละคร " เคานต์โอลาฟบอก " เราทำอาหาร(กับข้าว)ไม่เป็น ตอนนี้ทุ่มแล้วด้วย " ไวโอเล็ต " 2 ทุ่ม ! ต้องเสร็จ " เคานต์โอลาฟขึ้นเสียง ไวโอเล็ตกับเคลาส์ใช้เวลาพักใหญ่เปิด-ปิดตู้ในห้องครัวของเคานต์โอลาฟ ฝุ่นหนาเขรอะ และ หยากไย่ปกคลุมอยู่ ไม่ต้องจินตนาการก็พอรู้ว่าในลิ้นชักจะมีอะไร นอกเสียจาก มด แมลงสาบ หนู และ ค้างคาว ช้อน,จานไม้แตกบิ่น ที่สำคัญคือไม่มีตำราอาหาร พี่น้องโบดแลร์ไม่เคยเห็นหนังสือในบ้านหลังนี้แม้แต่เล่มเดียว " พาสต้า ก็แล้วกัน "
สมาชิกคณะละครที่เป็นแขกรับเชิญของเคานต์โอลาฟมีรูปร่าง ขนาด และ บุคลิกแปลกประหลาด ชายหัวล้านจมูกยาวชอบสวมเสื้อคลุมสีดำ ผู้หญิงสองคนทาหน้าขาวราวกับผี(สาวพั้งค์) ชายคนหนึ่งผมแหลม แขนยาวเรียวเล็กมาก(หนุ่มฮิปฮอป) อีกคนดูไม่ออกว่าชายหรือหญิง และ คนหนึ่งแขนมีตะขอแทนมือน่ากลัวชะมัด !" โอเค เรามาคัดคนแสดงเรื่องนี้กัน เอาล่ะ ใครควรรับบทท่านเคานต์รูปหล่อที่สุดในโลก " เคานต์โอลาฟตั้งใจยกยอตัวเอง " ให้คุณเล่นได้มั้ยครับ " หนุ่มฮิปฮอปประจบ " เอางั้นก็ได้ " เคานต์โอลาฟยิ้มแก้มแทบแตก หนุ่มฮิปฮอปก้มหน้าจะอ้วกเสียให้ได้ " พาสต้า พุททาเนสก้า ภาษาอิตาเลี่ยนแปลว่าเครื่องปรุงน้อยอย่าง " เคลาส์ " เข้าท่านี่ ซันนี่ ช่วยหน่อยดิ " ไวโอเล็ตส่งกระป๋องให้ " แฮ่ " แปลว่า เดี๋ยวจัดการเอง ว่าแล้วซันนี่ใช้ฟันกัดฝากระป๋องซอสมะเขือเปิดออก " แล้ว กะชอน " ไวโอเล็ต " ไม่มี กะชอน " เคลาส์ " ขอบใจจ้ะ " ไวโอเล็ตยิ้มให้น้องนุชสุดท้อง " ฮี่ (ของชอบเยย) " ซันนี่หัวเราะ " แล้วกะทะ " ไวโอเล็ต " นี่เป็นการซ้อมเล็กๆที่เรียกว่าเก้าอี้ไฟฟ้า สงสัยต้องเร่งกระแสไฟให้แรงกว่านี้ ข้างนอกมีใครอยู่หรือเปล่า " เคานต์โอลาฟติดตลก ลูกกระจ๊อกไม่ยักขำด้วย,บางคนนอนหลับยาว " เรามาย้อนยุคกลับไปก่อนประวัติศาสตร์ ยุคไดโนเสาร์ยึดครองโลก " เคานต์โอลาฟเปลี่ยนมุกใหม่ หดแขนขาโก่งคอทำท่างับเหยื่อ แล้วหมอนอนคว่ำหน้าบนเตียงพูดผ่านโทรโข่ง " .. เด็กกำพร้าโบดแลร์เชิญที่เคานเตอร์ด่วน .. " เคลาส์ดึงกรอบมุ้งลวดติดบานหน้าต่างออกมา " นี่ไงกะชอน ใช้ได้เลย " " ซันนี่เจอหม้อหรือยัง " ไวโอเล็ต " โอ้วล่า " ซันนี่อุ้มหม้อใบเก่ามา " ซันนี่ นั่นไม่ใช่หม้อ เขาเรียกกระโถน " เคลาส์ " กระโถนที่ใช้รองก้น " ไวโอเล็ตขำ " ล้างสองรอบก่อนใช้แล้วกัน อาหารเป็นไง " " อร่อยดี อร่อยมากเลย " เคลาส์ " กี่โมง? .. ดินเน่อร์พร้อมแล้ว พุททาเนสก้า " ไวโอเล็ตบอกเคาน์โอลาฟ " โรสต์บีฟ ล่ะ " เคานต์โอลาฟ " โรสต์บีฟ เหรอ? " เคลาส์อึ้ง " บีฟ ใช่ โรสต์บีฟ เป็นภาษาสวีเดนใช้เรียกเนื้อย่าง " เคานต์โอลาฟ " คุณไม่ได้บอกว่าจะเอาเนื้อย่าง " ไวโอเล็ตเถียง " โลกนี้เต็มไปด้วยเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งมากมายที่ยอมว่ายน้ำข้ามทะเลแห่งขวากหนาม เพื่อมาหลบอยู่ใต้ปีกเงาความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของฉัน แต่ฉันไม่สนใจใคร ฉันเลือกที่จะเปิดหัวใจของฉันให้เธอ เด็กที่น่ารักสองคนกับลิงน่าเกลียดอีกตัว ฉันอยากให้เธอทำทุกสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวฉัน ขณะที่ฉันถลุงมรดกพ่อแม่เธอ " " ไม่นะ " เคลาส์เหลืออด " แกมันไอ้เด็ก .. " " งั่บ(ถอยไปไอ้จมูกเบี้ยว ม่ายงั้นจะกัดให้สูงกว่านี้) " ซันนี่กัดขาเคานต์โอลาฟ " อย่าแกล้งสิ " เคานต์โอลาฟเสียฟอร์ม บ่นงึมงำไม่เป็นภาษา " โอ้วว์(เขาบ้าไปแล้ว) " ซันนี่ตาเหลือก " ถึงเวลาที่เธอจะต้องเคารพผู้ใหญ่ซะมั่ง " เจ้ามารร้ายหิ้วปีกซันนี่ลอยสูงจากพื้นด้วยความโกรธกริ้ว" ปล่อย ซันนี่ นะ " พูดไม่ทันขาดคำ เคลาส์ ถูกฝ่ามือตบหน้าหงายกระเด็นไปถึงมุมห้อง " แก .. คนใจร้าย " ไวโอเล็ตแย่งตัวซันนี่มาอุ้ม หนูน้อยร้องไห้จ้าตอนเห็นใบหน้าถมึงทึงของเคานต์โอลาฟ " ทุกคนเป็นพยาน เด็ก(เคลาส์)ลื่นล้มเอง " เคานต์โอลาฟสะบัดมือ " คุณจะไม่ได้เงินจนกว่าไวโอเล็ตอายุ 18 " เคลาส์หยัน " อ๋อ งั้นเหรอ ใครว่าล่ะ? " " กฎหมายไง เปิดดูเซ่ " เคลาส์ " เราจะโทรไปบอก มร.โพ เดี๋ยวนี้เลย " ไวโอเล็ต " ง้านเหรอ? ฉันผิดหวังในตัวพวกเธอมาก " ผลักไสเด็กๆเข้าไปในห้องพักชั่วคราว แล้วปิดประตูโครม " เธอไม่เป็นไรนะ " ไวโอเล็ตปลอบน้องชาย " เป็น " เคลาส์ดึงแผ่นไม้กระดานที่ตอกปิดหน้าต่างออก แก้มเขาบวมตุ่ยมีรอยฝ่ามือเคานต์โอลาฟประทับแดงแจ๋ " เคลาส์ นี่เธอทำอะไร " ไวโอเล็ตวางซันนี่ลงพื้น " ผมจะไปแล้ว " " ไปที่ไหน " " กลับบ้าน " " ที่นี่คือบ้านของเราตอนนี้ " " นี่ไม่ใช่บ้าน บ้านคือที่พ่อแม่จะส่งเราเข้านอน สอนเราขี่จักรยาน หรือตื้นตันใจกับวันแรกที่เราไปโรงเรียน ที่นี่ไม่ใช่บ้าน เขาทำกับเราแบบนี้ได้ไง " เคลาส์สะอื้นไห้ " พวกเขาเป็นคนไม่ดี " " ไม่ใช่พวกนี้ พ่อกับแม่น่ะ พี่ก็คิดเหมือนผมแหละพ่อแม่ทำได้ไง ไม่เตรียมอะไรให้เราเลย " " ท่านอาจเตรียมไว้แล้วก็ได้ " " แบบนี้เหรอเรียกว่าเตรียม " เคลาส์นั่งกอดเข่าซึมเศร้า " เราจำได้มั้ยตอนที่พ่อกับแม่ไปยุโรป เราคิดว่าพ่อกับแม่ทิ้งเราไปเพราะไม่ส่งจดหมายมา ต่อมาเราถึงรู้ว่าท่านเขียนยาวเหยียดแต่ไปรษณีย์ทำหาย จำได้มั้ยเรารู้สึกผิดแค่ไหนที่คิดไม่ดี คราวนี้ก็เหมือนกัน " " ไม่ ไม่เหมือน " " ทำไมล่ะ " " พ่อแม่ไม่ได้ไปยุโรป พวกเขาจะไม่กลับมาอีก พี่ว่ามีที่ไหนเหมือนบ้านเรามั้ย " ไวโอเล็ตถอดสายผ้าคาดเอวมาผูกรวบผม เธอกำลังคิดประดิษฐ์อะไรสักอย่าง? เธอดึงผ้าม่านปิดหน้าต่างมากางทำเต็นท์ ใช้ไฟฉายส่องผ่านล็อคเก็ตปรากฏเงาพ่อกับแม่ขยายใหญ่บนฉากผ้านั้น เสมือนทั้งสองท่านยังคงรัก ห่วงใย และคอยดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ที่หลบภัย คำนี้แปลว่าที่เล็กๆปลอดภัยในโลกของความลำบากเหมือนโอเอซิสในทะเลทราย เกาะกลางพายุ เด็กๆสนุกสนานในที่หลบภัยซึ่งช่วยกันสร้างขึ้น ในใจก็รู้ดีว่าโลกของความลำบากยังรออยู่ข้างนอก โลกซึ่งผมเศร้าใจที่อธิบายได้ด้วยคำๆนี้ ..
" คุณได้สิทธิ์เลี้ยงดู " ผู้พิพากษาเคาะฆ้อนประกาศิต " ใบรับรองการเป็นผู้ปกครอง .. ขอบคุณครับใต้เท้า ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย " เคานต์โอลาฟเริงร่าแล้วขับรถพาเด็กๆไปชานเมือง " ฉันมาใคร่ครวญความสัมพันธ์ระหว่างเรา ฉันเคร่งครัดกับพวกเธอเกินไป รู้จักมั้ยคำนี้เป็นคำสำคัญหมายความว่า " " ชั่วร้ายสุดๆ " ไวโอเล็ตต่อ " โหด แต่ ยุติธรรม เราเป็นครอบครัวเดียวกันฉันจะชดเชยให้ ฉันจะเป็นสุดยอดคุณพ่อให้เธอ รู้ล่ะ เราแวะกินหนมกันดีกว่า " เคานต์โอลาฟเหยียบเบรคทันใด " น้ำอัดลม น้ำอัดลม กล้วย นะพวกเธอ " " แหวะ(ไปให้พ้น) " ซันนี่เบ้ปาก " ได้เลย " เคานต์โอลาฟเดินเข้าไปร้านขายของชำริมทางรถไฟ หลังคากระเบื้องบางแผ่นแปรอักษรว่า .. โอกาสสุดท้าย .. เขากดรีโมทล็อกประตู สบัดมือหมุนป้ายสัญญาณจาก ไป->หยุด " สวัสดี ผมกำลังขับรถไปเที่ยวชนบทอย่างบริสุทธิ์ใจกับลูกๆที่ผมรัก เอ่อ นาฬิกาเดินตรงรึเปล่า " เคานต์โอลาฟแสยะยิ้มให้กับเงาสะท้อนตัวเองในกระจกโดยไม่ใส่ใจแคชเชียร์ " มีน้ำกีวี่ผสมน้ำแตงโมของชอบเราเลย " ขวดน้ำในตู้เย็นเริ่มสั่นไหวตอนรถไฟจะเคลื่อนเข้ามาใกล้อีกไม่นาน " ไวโอเล็ตที่ล็อกรถอยู่ไหน " เคลาส์หวาดหวั่น เธอหยิบหนังสือจากเบาะ .. กฎหมายมรดกกับคุณ พระราชบัญญัติชุมชน " นี่อะไร " เคลาส์ดึงเศษกระดาษแทรกในหนังสือ ลายมือเขียนเลข 7.42 9.35 10.00 11.15 13.42 15.45 17.15 " ตารางเดินรถไฟ? " " รีบหนี..! " ไวโอเล็ตข้ามเบาะมานั่งหลังพวงมาลัย " เขาเอากุญแจรถไป " เคลาส์พยายามเปิดประตูรถแต่ไม่ออก " รีบหาทางเร็ว ทำอย่างไรก็ได้ " ไวโอเล็ตกดทุกปุ่มหน้าแผงคอนโซล มีเสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นเธอรีบยกหูฟัง " เคานต์โอลาฟ? หวัดดีผม มร.โพ ผมโทรมาเรื่องการรับช่วงมรดกที่คุณถามไว้ " " มร.โพ ขอบคุณสวรรค์ " " นั่นใครพูด " " ไวโอเล็ต เราอยู่ในรถเคานต์โอลาฟ " " หวัดดี ไวโอเล็ต เคานต์โอลาฟอยู่ไหนล่ะ " " ตอนนี้ไม่อยู่ แต่ .. " " เธอขับรถคนเดียวเหรอ " " ไม่ รถจอดคร่อมรางรถไฟ และรถไฟกำลังจะแล่นมา " พอดีเสียงวูดดังกระหึ่ม เจ้าม้าเหล็กกำลังวิ่งแซงรถมร.โพ " ขอโทษนะ ไม่ได้ยิน รถฉันอยู่ข้างๆรถไฟ ! " " เรากำลังจะโดนรถไฟชน " " ใช่ ฉันไม่ได้ยินเพราะเสียงรถไฟดังมาก ถึงธนาคารแล้วฉันจะโทรไปใหม่ บ๊ายบาย " " เคลาส์ เธอเคยอ่านเรื่องรถไฟ เราต้องทำไง " ไวโอเล็ตรวบผมผูกริบบิ้น ใช้สมาธิเตรียมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หัวสมองเด็กชายกระตุ้นระบบความทรงจำ รถไฟ/รถจักร ม้าเหล็ก/อุปกรณ์สลับราง ก่อนอุทาน " คันโยกสลับราง นั่นไง ! แต่มันอยู่ไกลเกินไป .. " " ไม่ ต้องมีอะไรที่ใช้ดึงได้ " " ในนี้ไม่มี " " ต้องมีอะไรสักอย่าง " ไวโอเล็ตไม่ยอมแพ้ เธอดึงสายยางแถบยาวผนึกรัดเบาะ " ซันนี่ กัดหัวภูติ(ตุ๊กตาติดสปริง)ออกมาซิ " ซันนี่ตบมือแปะๆ(ได้เลย)ดึงตุ๊กตาตลกเหนือเบาะหลังทันที ไวโอเล็ตสอดเชือก(แถบสายยางพลาสติก)ผ่านสปริงรัดตุ๊กตา เคาะกระจกข้าง(รูปสามเหลี่ยม)หย่อนตุ๊กตาลงพื้น สาวเชือกจนหัวตุ๊กตารั้งสปริงคาอยู่กับขอบกระจก ก่อนดีดตัวกระเด็นตกห่างจากคันโยกนิดเดียว เธอพยายามอีกครั้ง " เร็ว รีบดึงกลับมา ฉันทำได้ " " ผมไม่ได้เร่งพี่นะ .. ยิงได้สวย " ตุ๊กตาม้วนสายยางรัดรอบคันโยก " ขอบใจ ดึง " รถไฟเปิดวูดเตือนหลายครั้ง มันทะยานตามรางซึ่งบัดนี้ถูกสลับ(ดึง)ไปอีกช่องทางแล้ว เคานต์โอลาฟหัวเราะค้าง มร.โพขับรถมาจ่อท้ายรถเคานต์โอลาฟทันเห็นเหตุการณ์ระทึกใจ เขากดแตรเรียกเด็กๆที่นั่นอยู่ข้างใน เคานต์โอลาฟกดรีโมทเปิดประตูรถแล้วมุดศีรษะซ่อนตัวอยู่ในร้าน ซันนี่เปิดกระจกหน้าต่างส่งจูบให้มร.โพ " มร.โพ เรามาคุยกันแบบมีเหตุผลไม่ได้เหรอ " เจ้าวายร้ายย่องเงียบมาด้านหลังผู้จัดการมรดกตระกูลโบดแลร์ " ผมเสียใจ เคานต์โอลาฟ การใช้เด็กอย่างซันนี่ขับรถไม่ใช่ผู้ปกครองที่ดี " มร.โพหิ้วกระเป๋าเด็กๆจากกระโปรงท้ายรถมหาภัย " เขาคิดจะฆ่าเรา " " อย่าตื่นตูม เคลาส์ รถไม่ได้ใส่เกียร์เสียด้วยซ้ำ " มร.โพไอโขลกๆ " ผมขอคุยกับเด็กๆตามลำพังได้มั้ย " เคานต์โอลาฟจับแขนมร.โพ แล้วก้มหน้ากัดฟันกรอดกระซิบ " ลาก่อนเด็กๆ ฉันสนุกมาก ฉันจะฆ่าแก ไม่ว่าแกอยู่ไหน ทำอะไร ฉันจะหาจนเจอ พวกแกต้องตายแหงๆ (แอบหยอดตา ตีหน้าเศร้า) รีบไป มร.โพ ก่อนที่ผมจะตรอมใจไปกว่านี้ " การเอาชนะผู้ร้ายสมองทึ่มอาจดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กฉลาด 3 คน แต่เด็กๆก็ภาคภูมิใจขณะเดินทางไปยังบ้านใหม่ สิ่งที่รออยู่ข้างหน้ายังไม่ชัดเจน เด็กโบดแลร์มีความหวังว่าผู้ปกครองคนต่อไปจะดีกว่าเคานต์โอลาฟ อย่างน้อยก็ไม่คิดให้รถไฟทับพวกเขาตาย .. ![]() ![]()
next chapter >> chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]
Pantip.com preview nZcenama LemonySnicket.com gallery1. gallery2. Sign Guestbook -: Star Storyboard :- |