Lemony Snicket's A reries of Unfortunate Events,Jim Carrey,Jude Law,Meryl Streep,Liam Aiken,Emily Browning,Timothy Spall,Robert Gordon .. screenplay,movie script,subtitled - Thai
1.
ชายหาดไบรนี่ไม่ใช่ที่ตากอากาศแสนสำราญเมื่อมร.โพปรากฏตัว พระเพลิงเผาไหม้คฤหาสถ์วายวอด ปลิดชีวิตบิดามารดาของเด็กน้อย ควันไฟคุกรุ่นทุกสิ่งทุกอย่างสูญสิ้น

     ผมเสียใจที่ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่หนังที่คุณพึงพอใจขณะชม หนังที่คุณจะได้ทัศนานั้นไม่ใช่อะไรที่น่าพิศมัยสักนิด ถ้าคุณอยากดูหนังเกี่ยวกับภูติแคระแสนสุข คุณคงหาที่นั่งได้ถมเถในโรง 2 ถ้าคุณชอบเรื่องราวของเด็กกำพร้าฉลาดๆ หน้าตาน่าเอ็นดู เหตุไฟไหม้ที่มีเงื่อนงำ ปลิงเพชฌฆาตจอมเขมือบ อาหารอิตาเลี่ยน และ องค์กรลับล่ะก็จงอยู่ต่อ คุณจะได้ชมทุกย่างก้าวแห่งความทุกข์ของเด็กๆโบดแลร์

     ผมชื่อ เลโมนี สนิกเก็ต  ผมมีหน้าที่อันแสนทุกข์ระทมในการเรียบเรียงเรื่องราวต่อไปนี้ ..

     ไวโอเล็ต โบดแลร์ พี่คนโตเป็นนักประดิษฐ์ อายุ 14 ปี ที่เก่งที่สุดในโลก ทุกคนที่รู้จัก ไวโอเล็ต โบดแลร์  ต่างรู้ว่าเมื่อเธอประดิษฐ์สิ่งของ เธอจะเอาริบบิ้นมาผูกผมยาวๆของเธอไว้ ในโลกแห่งสิ่งของที่ถูกละเลย ไวโอเล็ตรู้ว่ามันต้องมีบางอย่างใช้ได้เสมอ เธอสร้างสรรค์อุปกรณ์ได้แทบทุกชนิด ใช้งานแทบในทุกโอกาส และ ไม่มีใครทดสอบมันได้ดีกว่าน้องชายของเธอเอง

     เคลาส์ โบดแลร์ ลูกคนกลาง เขารักหนังสือ รักสิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ พ่อแม่โบดแลร์มีห้องสมุดขนาดยักษ์ในคฤหาสถ์ หนังสือมากมายนับพันเล่มเกือบทุกสาขาวิชา
     สำหรับ เคลาส์  แล้วไม่มีอะไรสุขใจเท่ากับการได้อ่านความรู้ใส่สมองในยามบ่าย และทุกสิ่งที่เขาอ่าน เขาจำได้หมด หนังสือเล่มล่าสุดคือ สิ่งมีชีวิตคลานได้จากทะเล

     ซันนี่ น้องนุชสุดท้องมีของชอบไม่เหมือน เคลาส์  เธอชอบกัดข้าวของด้วยฟันคมๆ 4 ซี่นั้น มีของเพียงไม่กี่ชิ้นในโลกที่ ซันนี่  ไม่ชอบกัด
     ซันนี่ อยู่ในวัยที่เด็กส่วนใหญ่พูดอ้อแอ้ไม่เป็นภาษาตัวอย่างเช่น แก๊ก  ซึ่ง คงจะแปลว่า "
ดูเงาลึกลับที่โผล่ออกมาจากหมอกนั่นสิ " หรือไม่ก็ บาย " นายธนาคารอย่าง มร.โพ เดินลุยทรายมาหาพวกเราที่หาดไบรนี่ทำไม? "
     "ฉันมาแจ้งเหตุการณ์ที่โชคร้ายอย่างยิฉันเสียใจที่ต้องบอกว่าพ่อแม่เธอเสียชีวิตไปในกองเพลิงที่เผาบ้านทั้งหลัง           ถ้าคุณเคยสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไป คุณจะเข้าใจความรู้สึกพวกเขาแต่ถ้าคุณไม่เคย ให้นึกยังไงก็คงนึกไม่ออก
     ไม่มีใครรู้สาเหตุแท้จริงของเพลิงไหม้นี้ ผมกับเพื่อนร่วมงานสืบสวนคดีนี้สุดฝีมือ เราพบเพียงว่าเปลวไฟปะทุขึ้นมาในระยะไกล จากการหักเหของแสงกระทั่งเกิดการเผาไหม้ เพียงชั่วอึดใจไฟก็เผาคฤหาสถ์วอดทั้งหลัง แต่สิ่งที่น่าฉงนไม่แพ้ต้นเพลิงก็คือเรื่องลึกลับอื่นที่ทยอยเกิดขึ้นกับเด็กๆ .. 
     ไวโอเล็ตเก็บล็อคเก็ตพ่อแม่ซึ่งเล็ดลอดจากถูกเผาไหม้ ส่วนเคลาส์เก็บไฟฉายประดิษฐ์คาดหน้าผากแบบที่คนงานเหมืองชอบใช้กันในปัจจุบัน .. กล้องจุลทรรศน์ของไวโอเล็ต ปากกาด้ามโปรดของเคลาส์ และห่วงกัดเล่นของซันนี่ล้วนถูกเปลวไฟหลอมละลายกลายเป็นขี้เถ้า

     ทุกครอบครัวต่างมีความลับมีเรื่องปิดงำไว้ ตอนนี้ เคลาส์ ตรวจพบว่า .. การค้นพบสิ่งเล็กน้อยทำให้คำถามผุดขึ้นในใจมากมาย ทำไมโต๊ะพ่อมี กล้องส่องทางไกล  ซ่อนไว้ พ่อกับแม่มีความลับอะไรที่รอการเปิดเผยอยู่หรือไม่ คำถามซึ่งเขากลัวว่ามันอาจไม่มีคำตอบ และแล้วจู่ๆเด็กๆบ้านโบดแลร์ก็กลายเป็นเด็กกำพร้า
      ผมเตือนคุณแล้วนะ ตอนนี้เป็นโอกาสที่คุณจะเดินออกจากโรงหนัง ห้องนั่งเล่นหรือเครื่องบินซึ่งฉายเรื่องนี้อยู่ ยังไม่สายที่จะเปลี่ยนไปดูหนังภูตแคระแสนสุข ..


เคานต์โอลาฟแนะนำห้องหับสุดสกปรกในบ้าน สถานที่ต้องห้ามของเด็กๆคือหอสูงชั้นบนซึ่งเขามักจะขึ้นไปหมกตัวแทบตลอดวัน

     " ใช่ ตามฉันมานะ .. ในฐานะผู้บริหารมัลทูอารี่ มาเนจเม้นต์ และผู้จัดการมรดก ฉันมีหน้าที่ดูแลเงินไว้จนกว่าเธอจะบรรลุนิติภาวะ และให้เธอได้อยู่กับญาติใกล้ชิดที่สุด ฉันจะพาเธอไปอยู่กับท่าน เคานต์โอลาฟ  บ้านเขาอยู่ในเมืองห่างจากบ้านเธอ 37 ช่วงตึก "
     " ผมว่านี่ไม่ใช่ความหมายใกล้ชิดที่สุด " เคลาส์
     " เราไม่รู้จักเคานต์โอลาฟ " ไวโอเล็ต
     " รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ เขาเป็นเหลนลำดับ 3 รุ่น 4 ,ไม่ก็รุ่น 4 ลำดับ 3 " มร.โพ
     " โอ้วว์ " ซันนี่อุทาน หมายความว่า " มีคนสมองกลวงด้วยแฮะ "
     " เขาเป็น นักแสดง  ด้วย น่าตื่นเต้นใช่มั้ย พวกเธอโชคดีมากรู้มั้ย คนทำอาชีพนี้น้อยคนที่จะใจดีแบบเขา .. มาถึงแล้วบ้านใหม่พวกเธอ น่าอยู่ใช่มั้ยล่ะเด็กๆ " มร.โพจอดรถริมฟุตปาธ

     " หวัดดีจ้ะ เธอคงเป็นเด็กๆโบดแลร์ เสียใจด้วยเรื่องอุบัติเหตุ ฉันดีใจที่เธอจะมาอยู่ที่นี่ ขอต้อนรับ ฉันเป็นผู้พิพากษา สเตราส์  ประจำศาลสูง " สาวใหญ่แนะนำตัว
     " หนูไวโอเล็ต นี่น้องหนู เคลาส์ และ ซันนี่ " ไวโอเล็ตบอก
     " ผม มร.โพ  จาก มัลทูอารี่ มาเนจเม้นต์ สบายดีเหรอ "
     " ดีค่ะ "
     " บ้านคุณสวยมากเลย " เคลาส์เปรย
     " ขอบใจจ้ะ ไม่ต้องเกรงใจนะ แวะไปหาฉันได้ทุกเมื่อ "
     " ไปหา? คุณไม่ได้อยู่กับ เคานต์โอลาฟ  เหรอ " ไวโอเล็ตอึ้ง
     ผู้พิพากษาสเตราส์กำลังจะหันหลังเข้าบ้านก็ผงะ " อยู่กับเขา? กับ เคานต์โอลาฟ? ไม่จ้ะ ไม่ เขาเป็นแค่เพื่อนบ้านฉัน "
     เด็กๆมองไปยังบ้านรกร้างฝั่งตรงข้าม ..
     " แหวะ " ซันนี่อุทาน แปลว่า นอนข้างนอกเถอะ

มร.โพ,นายธนาคาร และ ผู้จัดการมรดกตระกูลโบดแลร์พาเด็กๆไปฝากเลี้ยงกับญาติห่างๆเบื้องต้น     มร.โพง้างห่วงเหล็กมือจับเคาะประตูตรงลายฉลุรูปดวงตาหลุด ทะลุมองเข้าไปเห็นเงาตะคุ่มๆ เจ้าของบ้าน
     " บุ ก เ ข้ า ม า ..! " เคานต์โอลาฟเปล่งเสียงโซฟาโน่
     "  อย่ามัวโอ้เอ้ รีบเข้าไป " มร.โพกำชับ
     " ไง หวัดดี ๆ ๆ ฉันคือท่านเคานต์โอลาฟที่รักของเธอ ขอต้อนรับสู่บ้านที่น่ารักของฉัน บ้านที่จะปลอบขวัญเธอด้วยความรักและอบอุ่น ประหนึ่งที่พักใจ ดังคำกล่าวชาวกรีกโบราณว่าไว้ อนุเคราะห์สถาน บ้านสุขสันต์ วันอันสดใส  "
     " อ้วก " ซันนี่อ้าปากค้าง แปลว่า บันไดยาวกว่าคำพูดอีกแฮะ
     ดนตรีค่อยๆดังขึ้นตามลำดับแล้วมาหยุดตรงเท้าขวา เคานต์โอลาฟเก๊กท่าเก๋ เหยียดขายาวเผยให้เห็นรอยสักดวงตาตรงข้อเท้าซีดๆตอนขอบกางเกงเลิกขึ้นห่างจากรองเท้าหนังสีดำ(เขาไม่ใส่ถุงเท้าเหมือนป๋า เทพ โพธิ์งาม) " ไม่เหมือนดังที่ฉันคิดไว้แต่เธอนึกภาพออกน่า โอ้ แม่หนู " กางมือแอบดูชื่อที่จดไว้ ไวโอเล็ต เคลาส์ อะไรก็ช่าง(ซันนี่) " ไวโอเล็ต ยินดีที่รู้จัก "
     " สวัสดีค่ะ " แตะมือแล้วรีบดึงกลับ
     " และนี่คงเป็น เคลาส์ หนุ่มน้อย เคลาส์   ใบหน้าด้านซ้ายเธอดูดีนะ และ .. นี่ตัวอะไร? "
     " ฮี่ " แปลว่า ฉันคือซันนี่
     " ขอโทษนะหนู ฉันพูดภาษาลิงไม่เป็น กล้วยน้ำว้า !  "
     " แอะ " แปลว่า หนูไม่ใช่ ลิง  นะ
     " ซันนี่เป็นน้องของเรา " ไวโอเล็ต
     " หน้าตาอมทุกข์ทุกคนเลย ทำหน้ามู่ทู่ทำไม " เคานต์โอลาฟตวาด
     " พ่อแม่ของเราเพิ่งจากไป "
     " อ๋อจริงสิ ช่างน่าเศร้าซะจริงๆ เดี๋ยวขอซ้อมฉากเมื่อกี้ใหม่ซิ พูดอีกรอบ เร็ว เดี๋ยวลืม "
     " พ่อแม่ของเราเพิ่ง .. ตาย "
     " โย่ ! " ซันนี่แร็พครั้งแรกแปลว่า หมอนี่ติ๊งต๊อง

     " นี่ มร.โพ ผมจะเลี้ยงเด็กๆพวกนี้ให้เหมือนว่าพวกเขามีคนต้องการจริงๆ ที่คุณพูดว่านี่เป็นภาระ เป็นการเสียสละ คุณเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง คุณน่าจะละอายใจตัวเอง คิดได้ไงเนี่ย? ว่าแต่ว่าให้เซ็นตรงไหนเพื่อรับ มรดก เอ๊ย เด็กๆ " สองมือกอดไวโอเล็ตและเคลาส์แนบแน่น
     " คุณยังไม่ใช่ผู้ปกครองจนกว่าจะถึงการไต่สวน " มร.โพแย้ง
     " อ้าวงั้นเหรอ แล้วตอนนี้ฉันควรทำยังไงกับเด็ก "
     " อะไรนะครับ " มร.โพไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน
     " ผมจะถามว่าคุณเล่นกล้ามเหรอ หุ่นดีนะ ดูแข็งแรง " เคานต์โอลาฟไก๋
     " ผมกลับธนาคารก่อนนะ "
     " ไม่อยู่ดื่มอะไรก่อนเหรอ เหล้าพอร์ทสักแก้ว หรือ กาแฟ "
     " อยู่ต่อก็ได้ "
     " เอาไว้โอกาสหน้าดีก่า " เคานต์โอลาฟลากผู้จัดการมรดกออกประตูหน้าบ้าน
     " เด็กๆถ้าต้องการอะไรโทรหาฉัน " มร.โพสั่งเสีย
     " เราอยู่กันได้(ปิดประตูไล่หลัง)จะถามอะไรไหม ฉันรู้ว่าบ้านอันต่ำต้อยของฉันไม่หรูหราเท่าคฤหาสถ์โบดแลร์ แต่ฉันกำลังจะได้เงินก้อนโตเร็วๆนี้ ฉันว่ามันจะดูดีมีระดับเมื่อตกแต่งแล้วเสร็จ ไปชมบ้านกันมั้ยล่ะ " เคานต์โอลาฟพูดไม่กระดากปาก

ผู้พิพากษาสเตราส์,สาวใหญ่มีน้ำใจเอื้ออาทร     " ห้องนี้เป็นห้องนั่งเล่นพวกเธอ นี่ห้องครัว ฉันรู้เธอคิดอะไรอยู่ บ้านนี้ยังต้องปรับปรุงอีกบานตะไท .. ฉีดวัคซีนกันแล้วนะ บาดทะยัก โปลิโอ ฝีดาษ ไทฟอยด์ มาลาเลีย นี่เป็นห้องบังเทิง ห้องสังสรรค์ เพดานซ่อมได้ในพริบตา เธอไม่กลัวความสูงใช่มั้ย นึกแล้วขำ ลิง(ซันนี่)อะไรกลัวความสูง ฮ่า ฮ่า โรงละครของฉันทางนี้ " เคานต์โอลาฟภาคภูมิใจยิ่งทั้งที่ในบ้านเขามีแต่ห้องสกปรกที่สุดเท่าที่เด็กโบดแลร์เคยเห็นมา
     " บนนั้นมีอะไรครับ " เคลาส์
     " หอคอยไง ห้ามเธอเข้าไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม และนี่ห้องนอนเธอ นอนได้แล้ว ราตรีสวัสดิ์ "
     " ยังไม่คิดเลยนะ " ไวโอเล็ต
     ผมไม่รู้ว่าคุณเคยสังเกตมั้ย แต่ความประทับใจหนแรก มักจะไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่นตอน ซันนี่ เกิด เคลาส์ไม่ชอบน้องซะเลยแต่พอน้องอายุ 6 อาทิตย์ ทั้งคู่ก็สนิทกัน เคลาส์ขว้างไม้ให้น้องงับเล่นนานหลายชั่วโมง ทว่าในกรณีเคานต์โอลาฟนั้นตรงกับความจริง
     ทุกๆเช้าเคานต์โอลาฟสั่งให้เด็กๆโบดแลร์ออกแรงทำงานสารพัดอย่าง สั่งเสร็จแล้วเขาก็จะเดินเข้าไปในหอคอยลึกลับ เด็กๆที่โชคร้ายหนักอยู่แล้วมันจะหนักขึ้นไปอีก ..

     " พอตื่นขึ้นมาบนอ่างน้ำแข็งในบาฮา ผมก็รู้ว่าสางเจ้าเล่ห์โขมยไตผม ศัตรูผมจะตกใจแค่ไหน " หนุ่มฮิปฮอปว่า
     " เด็กๆนี่เพื่อนนักแสดงของฉัน สหายนี่เด็กกำพร้า " เคานต์โอลาฟดัดจริตใส่แว่นดำเวอร์ซาเช่
     " ดูไม่ชอบเลยนิ กะโปโล ตัวเล็กน่าขยะแขยง " สาวพั้งค์แขวะ
     " ทำไมไม่ไปเตรียม ดินเน่อร์ ล่ะ " เคานต์โอลาฟสั่ง
     " ดินเน่อร์ เหรอ? " เคลาส์ไม่เข้าใจ
     " ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า อาหารค่ำ " เคานต์โอลาฟ
     เคลาส์หยิบแผ่นกระดาษพลิกดูคำสั่งด้านหลัง .. 172.เตรียมดินเน่อร์ ริมสุดของแผ่นมีรูปดวงตาประทับ
     " เราจะดินเน่อร์ 2 ทุ่ม ห้ามส่งเสียงรบกวนระหว่างที่เราซ้อมละคร " เคานต์โอลาฟบอก
     " เราทำอาหาร(กับข้าว)ไม่เป็น ตอนนี้ทุ่มแล้วด้วย " ไวโอเล็ต
     " 2 ทุ่ม ! ต้องเสร็จ " เคานต์โอลาฟขึ้นเสียง
     ไวโอเล็ตกับเคลาส์ใช้เวลาพักใหญ่เปิด-ปิดตู้ในห้องครัวของเคานต์โอลาฟ ฝุ่นหนาเขรอะ และ หยากไย่ปกคลุมอยู่ ไม่ต้องจินตนาการก็พอรู้ว่าในลิ้นชักจะมีอะไร นอกเสียจาก มด แมลงสาบ หนู และ ค้างคาว ช้อน,จานไม้แตกบิ่น ที่สำคัญคือไม่มีตำราอาหาร พี่น้องโบดแลร์ไม่เคยเห็นหนังสือในบ้านหลังนี้แม้แต่เล่มเดียว " พาสต้า ก็แล้วกัน "

ไวโอเล็ตไม่เคยทำอาหารมาก่อนจึงไปยืมตำราจากผู้พิพากษาสเตราส์ ด้วยจำนวนเงินน้อยจึงทำได้แค่อาหารอิตาเลี่ยน ซุปพาสต้า

เคานต์โอลาฟกับคณะละครพิลึกกึกกือ หมอใส่แว่นเวอร์ซาเช่โคตรกวนตีน     สมาชิกคณะละครที่เป็นแขกรับเชิญของเคานต์โอลาฟมีรูปร่าง ขนาด และ บุคลิกแปลกประหลาด ชายหัวล้านจมูกยาวชอบสวมเสื้อคลุมสีดำ ผู้หญิงสองคนทาหน้าขาวราวกับผี(สาวพั้งค์) ชายคนหนึ่งผมแหลม แขนยาวเรียวเล็กมาก(หนุ่มฮิปฮอป) อีกคนดูไม่ออกว่าชายหรือหญิง และ คนหนึ่งแขนมีตะขอแทนมือน่ากลัวชะมัด !
     " โอเค เรามาคัดคนแสดงเรื่องนี้กัน เอาล่ะ ใครควรรับบทท่านเคานต์รูปหล่อที่สุดในโลก " เคานต์โอลาฟตั้งใจยกยอตัวเอง
     " ให้คุณเล่นได้มั้ยครับ " หนุ่มฮิปฮอปประจบ
     " เอางั้นก็ได้ " เคานต์โอลาฟยิ้มแก้มแทบแตก หนุ่มฮิปฮอปก้มหน้าจะอ้วกเสียให้ได้

     " พาสต้า พุททาเนสก้า ภาษาอิตาเลี่ยนแปลว่าเครื่องปรุงน้อยอย่าง " เคลาส์
     " เข้าท่านี่ ซันนี่ ช่วยหน่อยดิ " ไวโอเล็ตส่งกระป๋องให้
     " แฮ่ " แปลว่า เดี๋ยวจัดการเอง ว่าแล้วซันนี่ใช้ฟันกัดฝากระป๋องซอสมะเขือเปิดออก
     " แล้ว กะชอน " ไวโอเล็ต
     " ไม่มี กะชอน " เคลาส์
     " ขอบใจจ้ะ " ไวโอเล็ตยิ้มให้น้องนุชสุดท้อง 
     " ฮี่ (ของชอบเยย) " ซันนี่หัวเราะ
     " แล้วกะทะ " ไวโอเล็ต

     " นี่เป็นการซ้อมเล็กๆที่เรียกว่าเก้าอี้ไฟฟ้า สงสัยต้องเร่งกระแสไฟให้แรงกว่านี้ ข้างนอกมีใครอยู่หรือเปล่า " เคานต์โอลาฟติดตลก ลูกกระจ๊อกไม่ยักขำด้วย,บางคนนอนหลับยาว
     " เรามาย้อนยุคกลับไปก่อนประวัติศาสตร์ ยุคไดโนเสาร์ยึดครองโลก " เคานต์โอลาฟเปลี่ยนมุกใหม่ หดแขนขาโก่งคอทำท่างับเหยื่อ แล้วหมอนอนคว่ำหน้าบนเตียงพูดผ่านโทรโข่ง " .. เด็กกำพร้าโบดแลร์เชิญที่เคานเตอร์ด่วน .. "

     เคลาส์ดึงกรอบมุ้งลวดติดบานหน้าต่างออกมา " นี่ไงกะชอน ใช้ได้เลย "
     " ซันนี่เจอหม้อหรือยัง " ไวโอเล็ต
     " โอ้วล่า " ซันนี่อุ้มหม้อใบเก่ามา
     " ซันนี่ นั่นไม่ใช่หม้อ เขาเรียกกระโถน " เคลาส์
     " กระโถนที่ใช้รองก้น " ไวโอเล็ตขำ " ล้างสองรอบก่อนใช้แล้วกัน อาหารเป็นไง "
     " อร่อยดี อร่อยมากเลย " เคลาส์
     " กี่โมง? .. ดินเน่อร์พร้อมแล้ว พุททาเนสก้า " ไวโอเล็ตบอกเคาน์โอลาฟ
     " โรสต์บีฟ ล่ะ " เคานต์โอลาฟ
     " โรสต์บีฟ เหรอ? " เคลาส์อึ้ง
     " บีฟ ใช่ โรสต์บีฟ เป็นภาษาสวีเดนใช้เรียกเนื้อย่าง " เคานต์โอลาฟ
     " คุณไม่ได้บอกว่าจะเอาเนื้อย่าง " ไวโอเล็ตเถียง
     " โลกนี้เต็มไปด้วยเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งมากมายที่ยอมว่ายน้ำข้ามทะเลแห่งขวากหนาม เพื่อมาหลบอยู่ใต้ปีกเงาความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของฉัน แต่ฉันไม่สนใจใคร ฉันเลือกที่จะเปิดหัวใจของฉันให้เธอ เด็กที่น่ารักสองคนกับลิงน่าเกลียดอีกตัว ฉันอยากให้เธอทำทุกสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวฉัน ขณะที่ฉันถลุงมรดกพ่อแม่เธอ "
     " ไม่นะ " เคลาส์เหลืออด
     " แกมันไอ้เด็ก .. "
     " งั่บ(ถอยไปไอ้จมูกเบี้ยว ม่ายงั้นจะกัดให้สูงกว่านี้) " ซันนี่กัดขาเคานต์โอลาฟ
     " อย่าแกล้งสิ " เคานต์โอลาฟเสียฟอร์ม บ่นงึมงำไม่เป็นภาษา
     " โอ้วว์(เขาบ้าไปแล้ว) " ซันนี่ตาเหลือก

เคานต์โอลาฟจอมอันธพาล     " ถึงเวลาที่เธอจะต้องเคารพผู้ใหญ่ซะมั่ง " เจ้ามารร้ายหิ้วปีกซันนี่ลอยสูงจากพื้นด้วยความโกรธกริ้ว
     " ปล่อย ซันนี่ นะ " พูดไม่ทันขาดคำ เคลาส์ ถูกฝ่ามือตบหน้าหงายกระเด็นไปถึงมุมห้อง
     " แก .. คนใจร้าย " ไวโอเล็ตแย่งตัวซันนี่มาอุ้ม หนูน้อยร้องไห้จ้าตอนเห็นใบหน้าถมึงทึงของเคานต์โอลาฟ
     " ทุกคนเป็นพยาน เด็ก(เคลาส์)ลื่นล้มเอง " เคานต์โอลาฟสะบัดมือ
     " คุณจะไม่ได้เงินจนกว่าไวโอเล็ตอายุ 18 " เคลาส์หยัน
     " อ๋อ งั้นเหรอ ใครว่าล่ะ? "
     " กฎหมายไง เปิดดูเซ่ " เคลาส์
     " เราจะโทรไปบอก มร.โพ เดี๋ยวนี้เลย " ไวโอเล็ต
     " ง้านเหรอ? ฉันผิดหวังในตัวพวกเธอมาก " ผลักไสเด็กๆเข้าไปในห้องพักชั่วคราว แล้วปิดประตูโครม

     " เธอไม่เป็นไรนะ " ไวโอเล็ตปลอบน้องชาย
     " เป็น " เคลาส์ดึงแผ่นไม้กระดานที่ตอกปิดหน้าต่างออก แก้มเขาบวมตุ่ยมีรอยฝ่ามือเคานต์โอลาฟประทับแดงแจ๋
     " เคลาส์ นี่เธอทำอะไร " ไวโอเล็ตวางซันนี่ลงพื้น
     " ผมจะไปแล้ว "
     " ไปที่ไหน "
     " กลับบ้าน "
     " ที่นี่คือบ้านของเราตอนนี้ "
     " นี่ไม่ใช่บ้าน บ้านคือที่พ่อแม่จะส่งเราเข้านอน สอนเราขี่จักรยาน หรือตื้นตันใจกับวันแรกที่เราไปโรงเรียน ที่นี่ไม่ใช่บ้าน เขาทำกับเราแบบนี้ได้ไง " เคลาส์สะอื้นไห้
     " พวกเขาเป็นคนไม่ดี "
     " ไม่ใช่พวกนี้ พ่อกับแม่น่ะ พี่ก็คิดเหมือนผมแหละพ่อแม่ทำได้ไง ไม่เตรียมอะไรให้เราเลย "
     " ท่านอาจเตรียมไว้แล้วก็ได้ "
     " แบบนี้เหรอเรียกว่าเตรียม " เคลาส์นั่งกอดเข่าซึมเศร้า
     " เราจำได้มั้ยตอนที่พ่อกับแม่ไปยุโรป เราคิดว่าพ่อกับแม่ทิ้งเราไปเพราะไม่ส่งจดหมายมา ต่อมาเราถึงรู้ว่าท่านเขียนยาวเหยียดแต่ไปรษณีย์ทำหาย จำได้มั้ยเรารู้สึกผิดแค่ไหนที่คิดไม่ดี คราวนี้ก็เหมือนกัน "
     " ไม่ ไม่เหมือน "
     " ทำไมล่ะ "
     " พ่อแม่ไม่ได้ไปยุโรป พวกเขาจะไม่กลับมาอีก พี่ว่ามีที่ไหนเหมือนบ้านเรามั้ย "
     ไวโอเล็ตถอดสายผ้าคาดเอวมาผูกรวบผม เธอกำลังคิดประดิษฐ์อะไรสักอย่าง? เธอดึงผ้าม่านปิดหน้าต่างมากางทำเต็นท์ ใช้ไฟฉายส่องผ่านล็อคเก็ตปรากฏเงาพ่อกับแม่ขยายใหญ่บนฉากผ้านั้น เสมือนทั้งสองท่านยังคงรัก ห่วงใย และคอยดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด
     ที่หลบภัย คำนี้แปลว่าที่เล็กๆปลอดภัยในโลกของความลำบากเหมือนโอเอซิสในทะเลทราย เกาะกลางพายุ  เด็กๆสนุกสนานในที่หลบภัยซึ่งช่วยกันสร้างขึ้น ในใจก็รู้ดีว่าโลกของความลำบากยังรออยู่ข้างนอก โลกซึ่งผมเศร้าใจที่อธิบายได้ด้วยคำๆนี้ ..

เคานต์โอลาฟพูดจาให้เด็กโบดแลร์ตายใจตอนขับรถไปชานเมือง

     " คุณได้สิทธิ์เลี้ยงดู " ผู้พิพากษาเคาะฆ้อนประกาศิต
     " ใบรับรองการเป็นผู้ปกครอง .. ขอบคุณครับใต้เท้า ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย " เคานต์โอลาฟเริงร่าแล้วขับรถพาเด็กๆไปชานเมือง
     " ฉันมาใคร่ครวญความสัมพันธ์ระหว่างเรา ฉันเคร่งครัดกับพวกเธอเกินไป รู้จักมั้ยคำนี้เป็นคำสำคัญหมายความว่า "
     " ชั่วร้ายสุดๆ " ไวโอเล็ตต่อ
     " โหด แต่ ยุติธรรม เราเป็นครอบครัวเดียวกันฉันจะชดเชยให้ ฉันจะเป็นสุดยอดคุณพ่อให้เธอ รู้ล่ะ เราแวะกินหนมกันดีกว่า " เคานต์โอลาฟเหยียบเบรคทันใด " น้ำอัดลม น้ำอัดลม กล้วย นะพวกเธอ "
     " แหวะ(ไปให้พ้น) " ซันนี่เบ้ปาก
     " ได้เลย " เคานต์โอลาฟเดินเข้าไปร้านขายของชำริมทางรถไฟ หลังคากระเบื้องบางแผ่นแปรอักษรว่า .. โอกาสสุดท้าย .. เขากดรีโมทล็อกประตู สบัดมือหมุนป้ายสัญญาณจาก ไป->หยุด " สวัสดี ผมกำลังขับรถไปเที่ยวชนบทอย่างบริสุทธิ์ใจกับลูกๆที่ผมรัก เอ่อ นาฬิกาเดินตรงรึเปล่า "
     เคานต์โอลาฟแสยะยิ้มให้กับเงาสะท้อนตัวเองในกระจกโดยไม่ใส่ใจแคชเชียร์ " มีน้ำกีวี่ผสมน้ำแตงโมของชอบเราเลย "
     ขวดน้ำในตู้เย็นเริ่มสั่นไหวตอนรถไฟจะเคลื่อนเข้ามาใกล้อีกไม่นาน
     " ไวโอเล็ตที่ล็อกรถอยู่ไหน " เคลาส์หวาดหวั่น
     เธอหยิบหนังสือจากเบาะ .. กฎหมายมรดกกับคุณ พระราชบัญญัติชุมชน
     " นี่อะไร " เคลาส์ดึงเศษกระดาษแทรกในหนังสือ ลายมือเขียนเลข 7.42 9.35 10.00 11.15 13.42 15.45 17.15 " ตารางเดินรถไฟ? "
     " รีบหนี..! " ไวโอเล็ตข้ามเบาะมานั่งหลังพวงมาลัย " เขาเอากุญแจรถไป "
     เคลาส์พยายามเปิดประตูรถแต่ไม่ออก " รีบหาทางเร็ว ทำอย่างไรก็ได้ "
     ไวโอเล็ตกดทุกปุ่มหน้าแผงคอนโซล มีเสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นเธอรีบยกหูฟัง
     " เคานต์โอลาฟ? หวัดดีผม มร.โพ ผมโทรมาเรื่องการรับช่วงมรดกที่คุณถามไว้ "
     " มร.โพ ขอบคุณสวรรค์ "
     " นั่นใครพูด "
     " ไวโอเล็ต เราอยู่ในรถเคานต์โอลาฟ "
     " หวัดดี ไวโอเล็ต เคานต์โอลาฟอยู่ไหนล่ะ "
     " ตอนนี้ไม่อยู่ แต่ .. "
     " เธอขับรถคนเดียวเหรอ "
     " ไม่ รถจอดคร่อมรางรถไฟ และรถไฟกำลังจะแล่นมา "
     พอดีเสียงวูดดังกระหึ่ม เจ้าม้าเหล็กกำลังวิ่งแซงรถมร.โพ " ขอโทษนะ ไม่ได้ยิน รถฉันอยู่ข้างๆรถไฟ ! "
     " เรากำลังจะโดนรถไฟชน "
     " ใช่ ฉันไม่ได้ยินเพราะเสียงรถไฟดังมาก ถึงธนาคารแล้วฉันจะโทรไปใหม่ บ๊ายบาย "

     " เคลาส์ เธอเคยอ่านเรื่องรถไฟ เราต้องทำไง " ไวโอเล็ตรวบผมผูกริบบิ้น ใช้สมาธิเตรียมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
     หัวสมองเด็กชายกระตุ้นระบบความทรงจำ รถไฟ/รถจักร ม้าเหล็ก/อุปกรณ์สลับราง ก่อนอุทาน " คันโยกสลับราง นั่นไง ! แต่มันอยู่ไกลเกินไป .. "
     " ไม่ ต้องมีอะไรที่ใช้ดึงได้ "
     " ในนี้ไม่มี "
     " ต้องมีอะไรสักอย่าง " ไวโอเล็ตไม่ยอมแพ้ เธอดึงสายยางแถบยาวผนึกรัดเบาะ " ซันนี่ กัดหัวภูติ(ตุ๊กตาติดสปริง)ออกมาซิ "
     ซันนี่ตบมือแปะๆ(ได้เลย)ดึงตุ๊กตาตลกเหนือเบาะหลังทันที ไวโอเล็ตสอดเชือก(แถบสายยางพลาสติก)ผ่านสปริงรัดตุ๊กตา เคาะกระจกข้าง(รูปสามเหลี่ยม)หย่อนตุ๊กตาลงพื้น สาวเชือกจนหัวตุ๊กตารั้งสปริงคาอยู่กับขอบกระจก ก่อนดีดตัวกระเด็นตกห่างจากคันโยกนิดเดียว เธอพยายามอีกครั้ง " เร็ว รีบดึงกลับมา ฉันทำได้ "
     " ผมไม่ได้เร่งพี่นะ .. ยิงได้สวย "
     ตุ๊กตาม้วนสายยางรัดรอบคันโยก " ขอบใจ ดึง "
     รถไฟเปิดวูดเตือนหลายครั้ง มันทะยานตามรางซึ่งบัดนี้ถูกสลับ(ดึง)ไปอีกช่องทางแล้ว เคานต์โอลาฟหัวเราะค้าง มร.โพขับรถมาจ่อท้ายรถเคานต์โอลาฟทันเห็นเหตุการณ์ระทึกใจ เขากดแตรเรียกเด็กๆที่นั่นอยู่ข้างใน เคานต์โอลาฟกดรีโมทเปิดประตูรถแล้วมุดศีรษะซ่อนตัวอยู่ในร้าน ซันนี่เปิดกระจกหน้าต่างส่งจูบให้มร.โพ

     " มร.โพ เรามาคุยกันแบบมีเหตุผลไม่ได้เหรอ " เจ้าวายร้ายย่องเงียบมาด้านหลังผู้จัดการมรดกตระกูลโบดแลร์
     " ผมเสียใจ เคานต์โอลาฟ การใช้เด็กอย่างซันนี่ขับรถไม่ใช่ผู้ปกครองที่ดี " มร.โพหิ้วกระเป๋าเด็กๆจากกระโปรงท้ายรถมหาภัย
     " เขาคิดจะฆ่าเรา "
     " อย่าตื่นตูม เคลาส์  รถไม่ได้ใส่เกียร์เสียด้วยซ้ำ " มร.โพไอโขลกๆ
     " ผมขอคุยกับเด็กๆตามลำพังได้มั้ย " เคานต์โอลาฟจับแขนมร.โพ แล้วก้มหน้ากัดฟันกรอดกระซิบ " ลาก่อนเด็กๆ ฉันสนุกมาก ฉันจะฆ่าแก ไม่ว่าแกอยู่ไหน ทำอะไร ฉันจะหาจนเจอ พวกแกต้องตายแหงๆ (แอบหยอดตา ตีหน้าเศร้า) รีบไป มร.โพ ก่อนที่ผมจะตรอมใจไปกว่านี้ "
     การเอาชนะผู้ร้ายสมองทึ่มอาจดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กฉลาด 3 คน แต่เด็กๆก็ภาคภูมิใจขณะเดินทางไปยังบ้านใหม่ สิ่งที่รออยู่ข้างหน้ายังไม่ชัดเจน เด็กโบดแลร์มีความหวังว่าผู้ปกครองคนต่อไปจะดีกว่าเคานต์โอลาฟ อย่างน้อยก็ไม่คิดให้รถไฟทับพวกเขาตาย ..

เคานต์โอลาฟ,จอมละโมบวางแผนให้รถไฟชนเด็กกำพร้าโบดแลร์ตายเกลี้ยงแล้วฮุบมรดกไวโอเล็ตพบตำรากฎหมายในรถ เศษกระดาษแทรกลายมือเคานต์โอลาฟจดตัวเลขยุกยิกตารางเดินรถไฟ ทำไม?ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว

     next chapter >>

chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]
Pantip.com preview    nZcenama   LemonySnicket.com  gallery1.  gallery2.  Sign Guestbook
 -: Star Storyboard :-

Pirachan : พิรฌาน