|
Return of the Sentimeantal Swordsman : ฤ ท ธิ์ ม ีด สั้น ลี้ คิ ม ฮ ว ง ภ า ค 2 3.
โรงเตี๊ยมยู่ฮุ้น(เมฆเทียมฟ้า)เป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ที่สุด
แพงที่สุดในเมือง ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเตี๊ยมละลายทรัพย์ แขกพักอาศัยหากมีเงินทองเหลือเฟือไม่จำเป็นต้องก้าวออกจากประตูก็จะเสพรับความสุขสันต์หรรษา
อาหารเลิศรส นักร้องดัง นางคณิกาบริการถึงเตียง เสียงชนแก้วสลับเสียงหัวร่อเจื้อยแจ้วมิเคยหลับไหล" เราสองคนไม่ได้ดื่มเหล้าด้วยกันมานาน จริงสิแล้วจู่ๆทำไมเจ้าไปที่นั่นได้ " ลี้คิมฮวง " หลังจากที่ข้ากับ เซียนยี้ ออกจากบ้านดอกเหมยก็พักอยู่ที่โรงเตี๊ยม แต่นึกไม่ถึงเลยวันนึงข้าตื่นขึ้นมา เซียนยี้ ก็หายไป ข้าเที่ยวตามหานางจนมาเจอเจ้า เจ้าไปที่นั่นได้อย่างไร " อาฮุย " ประการแรกข้าไปตามหาเจ้า อีกประการนึงข้ารู้ว่าพรรคเหรียญทองอยู่ที่นั่น ข้าอยากจะเจอ เซียงกัวกิมฮ้ง นึกไม่ถึงจะเจอ โอ้วปุกกุย แทน " " นายท่าน .. " เสี่ยวเอ้อยกสำรับกับแกล้มมาบริการ " เราไม่ได้สั่งอาหารนี่นา มาได้ไง? " " คุณชายสวมชุดขาวผู้นั้นเลี้ยงเอง ข้าเก็บตังค์เค้ามาแล้วรีบกินเหอะ เดี๋ยวเค้าเอาคืน " " พี่ชายท่านนี้ชื่อแซ่ใด เคยรู้จักข้ามาก่อนหรือไม่? " " ข้าไม่ใช่พี่ของใคร ในยุทธภพหลายคนจำเป็นต้องรู้จักยอดฝีมือ ลี้คิมฮวง เป็นหนึ่งในนั้น " " นามอันสูงส่งของท่านคือ " " ลื่อหงโซย " " จ้าวทวนเงิน " อาฮุยคราง " ที่แท้ก็คือจอมยุทธลื่อนี่เอง มาดื่มกับเราเถอะ " " ไม่ ขอบคุณ ผู้ที่คู่ควรดื่มสุรากับข้ามีไม่กี่คนหรอก ทั้งร้านนี้มี ลี้คิมฮวง แต่เพียงผู้เดียว เดิมทีก็มีคนนึงแต่เสียดายเค้า ตาย ซะแล้ว (มอง อาฮุย ด้วยหางตา) ยิ่งกว่านั้นเค้าไม่ได้ตายด้วย กระบี่ แต่เค้าตายอยู่บนเตียงผู้หญิง " " เดี๋ยวอาฮุย ลื่อหงโซย เป็นยอดฝีมืออันดับ 5 อย่าต่อสู้กับเค้าเลย " ลี้คิมฮวงปราม " หากถูกตราหน้าว่าตายทั้งเป็นมิสู้ตายจริงซะดีกว่า อีกอย่างนึง ข้าอยากจะรู้ว่า กระบี่ ของข้า ช้า เพียงใด " อาฮุยตวัดกระบี่ฟาดฟันอย่างบ้าเลือด ลื่อหงโซย ได้แต่ปัดป้อง เพลงทวนมันเหนี่ยวรั้งให้ช้ากว่าอาฮุยหนึ่งจังหวะ และก็ได้ผล ทวนคู่ชีพถูกกระบี่งัดไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม " ไม่นึกเลยว่าคนตายแล้วแต่เพลงกระบี่ยังมีชีวิตชีวา " " ต่อไปเจ้าดื่มเหล้ากับใครอย่าลืมทดสอบเพลงกระบี่ก่อนนะ " อาฮุยสบัดทวนคืน " เถ้าแก่ค่าเหล้าของสหายผู้นี้ลงบัญชีข้าเอาไว้ " " ครับท่าน " ความอัปยศอดสูมลายไป ความเชื่อมั่นหยิ่งผยองเข้ามาแทนที่ ขอเพียงแต่ ชัยชนะ มิได้มุ่งหวังเด็ดชีพผู้ใด เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อาฮุยหลับสนิท พักผ่อนด้วยความสบายใจจริงๆ ลี้คิมฮวงค่อยย่องออกจากห้องไปยังลานกว้างหลังโรงเตี๊ยมอีกแห่งหนึ่ง " ท่านมาแล้วเหรอ " ลื่อหงโซยยืนปักหลักรออยู่ " น้ำใจของท่านไม่ขอบคุณได้เช่นไร " " ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกนี่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนกัน ท่านให้ข้าแกล้งแพ้อาฮุยเพื่อสร้างความมั่นใจแต่ท่านก็ต้องทำงานให้ข้าอย่างนึง " " ถูกต้อง " " ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้ท่านทำอะไร? " " ดังนั้นท่านจึงสามารถใช้ข้าได้ทุกเรื่อง " " หากข้าให้ท่าน ฆ่า ข้าล่ะ .. หึ เสียดาย เสียดายที่จ้าวทวนเงินได้ตายไป 10 ปีแล้ว " " แต่ว่าท่าน .. " " หึ ข้าบอกว่าจ้าวทวนเงินตาย แต่ข้า ลื่อหงโซย ยังอยู่ ทั้งนี้เพราะ แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง จัดทวนเงินของข้าอยู่อันดับ 5 ถือว่าเป็นการดูหมิ่นข้า ดังนั้น 10 ปีมานี้ข้าจึงซุ่มฝึกใช้อาวุธอื่น ข้าอยากรู้ว่า กระบี่ ใน ทวน เล่มนี้จัดอยู่ในอันดับใด " " ท่านฝึกมา 10 ปีรอข้าอยู่ที่นี่ แกล้งแพ้ให้อาฮุยเพียงต้องการทำแค่นี้เองอย่างงั้นเหรอ " " ถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการให้ท่านทำ เชิญ " " เฮอะ ยุทธภพนี้ช่างแปลกยิ่งนัก ล้างแค้นก็สู้ แทนคุณก็ต้องสู้ " " รับมือ " ยามนี้เพลงกระบี่ลื่อหงโซยรวดเร็วกว่าร่ายรำทวนยิ่งนัก ลี้คิมฮวงตั้งรับรอจังหวะอยู่นานจนคู่ปรับชะล่าใจ หารู้ไม่ว่ามีดสั้นบินแหวกอากาศออกมาจากร่องพัดสู่เป้าหมายภายในพริบตาเดียว " พัดกระดาษไม้ของลี้คิมฮวงร้ายกาจนัก " " ลี้คิมฮวงล่วงเกินแล้ว " " มีดบินของลี้น้อยไม่พลาดเป้าจริงๆ " ดึงมีดสั้นจากหลังมือข้างที่ใช้ป้องลำคอแล้วหักกระบี่ตนเองทิ้งไปไม่ไยดี " จากนี้ไปท่านจงบอกกับทุกคนว่า ลื่อหงโซย ได้ตายไปแล้วจริงๆ " " เดี๋ยว อีก 10 ปีท่านจะมาอีกมั้ย " " ชั่วชีวิตคนเราหาได้มี 10 ปีใช้ได้หลายครั้ง 10 ปีที่ ใช้ได้ ของข้า ข้าได้ใช้หมดแล้ว " ลื่อหงโซยคอตกเดินจากไปคล้ายคนไร้วิญญาณ
" ข้าตามหาเจ้าแทบแย่
เจ้าไปไหนมา " ลิ้มเซียนยี้โผล่มาถึงห้องในโรงเตี๊ยมราวล่องหน" เอ๊ะ เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าอยู่นี่ " อาฮุยตะลึง " ข้ารู้ว่าเมื่อวานท่านประมือกับ ลื่อหงโซย จึงตามมาถูก " " ลิ้มเซียนยี้นี่เจ้าจะพาเค้าไปอีกเหรอ " ลี้คิมฮวงปราม " ลี้คิมฮวงเค้าไปกับข้าหรือจะไปกับท่านน่ะ " " อาฮุยครั้งนี้ข้าเที่ยวตามหาเจ้าไปทั่วนะ ยุทธภพมีงานนึงรอเราไปจัดการ " " เรื่องอะไรเหรอ " " ตอนนี้พรรคเหรียญทองเรืองอำนาจสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เซียงกัวกิมฮ้งคิดยึดครองยุทธภพ เรื่องนี้ .. " " เอ๊ะ ข้าพูดถูกใช่มั้ยที่เค้าตามหาท่านก็เพื่อหลอกใช้ " " ลิ้มเซียนยี้พอทีเหอะ เจ้าปล่อยอาฮุยไปได้มั้ยหรือว่าเจ้าต้องทำลายเค้าให้ย่อยยับเสียก่อนจึงยอมปล่อย หรือจะให้ข้าบอก ความจริง ให้เค้ารู้เสียก่อน ! " " นี่ " ลิ้มเซียนยี้เงื้อฝ่ามือจะตบหน้าลี้คิมฮวงแต่เขายึดมือทัน " หยุดนะ ! ถึงตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ หากว่าเจ้าทำร้ายเซียนยี้เราจะไม่เป็นเพื่อนกันอีกต่อไป .. " อาฮุยยื่นคำขาด " อาฮุยหลายปีมานี้เจ้าไม่รู้หรือว่าโดนนางหลอก นางคือคนที่ ลื่อหงโซย ประณามว่าไม่คู่ควรรักใคร " " หุบปาก เพราะคำพูดนี้เจ้าไม่เห็นหรือไงว่า ลื่อหงโซย เจออะไรบ้าง มาวันนี้ข้าไม่อยากให้ประโยคนี้ทำให้ข้าต่อสู้กับเจ้า " " ข้ารู้แต่แรกแล้วว่านางจะเป็นผู้นำความทุกข์มาสู่เจ้า " " เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้ากำลัง สุข หรือว่า ทุกข์ จะว่าไปเจ้าเคยทำให้ใครมีความสุขบ้าง อย่าลืมสิที่สวนหลังบ้านของเจ้ายังมีผู้หนึ่งที่ทุกข์ระทมเดียวดายกว่าเจ้า " อาฮุยต่อว่าเช่นนี้ทำให้ลี้คิมฮวงถึงขั้นกระอักเลือด " ลี้คิมฮวง ข้าพา อาฮุย ไปได้ใช่มั้ย " " พวกเราจะไปไหนกัน " " ข้าจะพาท่านไปพบคนผู้นึง " ณ พรรคเหรียญทอง มีห้องโถงกว้างใหญ่ราวท้องพระโรง " เค้าคือ อาฮุย เหรอ " เซียงกัวกิมฮ้งนั่งบัลลังก์วางมาดปานฮ่องเต้ " ถูกต้อง เค้าคือ อาฮุย ผู้ถูกกล่าวขานคู่กับ ลี้คิมฮวง " ลิ้มเซียนยี้หน้าบาน " ไหนเจ้าบอกว่าจะถอนตัวจากยุทธภพไงล่ะ " อาฮุยตัดพ้อคนรัก " เอ๋ เราอยู่ที่พรรคเหรียญทองปลอดภัยกว่าที่อื่นนะ ก่อนนี้เราอยู่ที่ใด ลี้คิมฮวง ก็หาเจอ " " แต่นี่ ลี้คิมฮวงบอกว่า .. " " เฮ่ย ท่านยังเชื่อเค้าอีกเหรอ " " อาฮุย พรรคเหรียญทองข้าใหญ่สุดในยุทธภพ เจ้าได้มาอยู่ด้วยยังคิดอะไรอีกเหรอ " " ท่านวางใจเถอะข้าไปไหนเค้าก็ไปที่นั่น อย่าว่าแต่เค้ามาที่นี่เพื่อเป็น รองประมุข พรรคเหรียญทองเลย " คำว่า รองประมุข สะกิดใจดำเซียงกัวกิมฮ้ง มันเดินออกมานอกห้องโถง ชายตามอง เก็งบ้อเมี่ย ซึ่งยืนนิ่งราวองครักษ์เฝ้าประตู " ข้าไม่อาจให้คนจับดาบไม่ได้มายืนอยู่ข้างกายข้า พรรคเหรียญทองมิอาจให้ คนพิการ ดูแลได้ " กลับเข้ามาโอ๋บริวารใหม่ " อาฮุยในเมื่อเจ้าเป็นคนของพรรคเราแล้วจากนี้เราก็เป็นคนกันเอง " " ยังไม่ทันสว่างหรือนี่ เซียนยี้ ๆ ๆ " อาฮุยเผลอตื่นขึ้นกลางดึก เดินงัวเงียจากเรือนพักรับรอง ตามเสียงหัวร่อต่อกระซิกสลับเสียงครางกระเส่าแว่วมา แสงไฟสลัวตัดเงาขย่มกันวูบวาบ ณ ที่รโหฐาน มันมองผ่านผนังกระดาษเห็นภาพบาดตาจึงเตะประตูเปิดโครม " นี่เจ้าเข้าห้องคนอื่นไม่เคย เคาะ ประตูเลยหรือไง " เซียงกัวกิมฮ้งรีบใส่ชุดคลุมขณะลิ้มเซียนยี้ฉวยผ้าห่มทาบทับร่างเปลือยเปล่า " คืนเซียนยี้ให้ข้านะ " อาฮุยบันดาลโทสะ เหวี่ยงหมัดซ้ายขวาใส่เฒ่าบ้าตัณหาแต่จั่วลม ครั้นดึงกระบี่ไล่แทงกลับหลุดไปอยู่ในมือปรปักษ์ " คนเค้าพูดกันว่า อาฮุย เป็นจอมยุทธผู้ยิ่งใหญ่ แท้ที่จริงก็เป็นพวก สวะ ที่เห็น ผู้หญิง มีค่ากว่าชีวิต (ตบสั่งสอนอาฮุยล้มกลิ้ง กระชากคอเสื้อดึงร่างขึ้นมา) เจ้าอยากได้ผู้หญิงเหรอ ได้ ตามข้ามา เข้าไปนี่คือ ฮาเร็ม ,แหล่งมอมเมาผู้คนในพรรคเรา เจ้าอยากได้ผู้หญิงใช่มั้ย ที่นี่มีเพียบ คนนี้น่ารักมั้ย นี่ก็สาวซิงๆ ไม่ชอบเหรอ คนนี้อายุมากหน่อยแต่ลีลาสุดยอดนา " " ไม่นะ ไม่ ไสหัวออกไป " " ยังมีอีกนะ ไม่กล้าเหรอ กินเหล้าย้อมใจ เอา เอ้า กิน เมามายแล้วค่อยกล้าตีหม้อ ดื่มเข้าไป " " เซียนยี้ ๆ ๆ " " เจ้านัดข้าออกมาทำไม " เก็งบ้อเมี่ย " เพราะเจ้าเคยนัดข้าพิสูจน์ความเป็น-ตายที่นี่ " เซียงกัวปวย " ดังนั้นเจ้าจึงนัดข้ามาสู้กันอีกครั้งนึงงั้นเหรอ " " ถูกต้อง เจ้าไม่เพียงแย่ง พ่อ ข้าไป ซ้ำยังแย่งชิง ตำแหน่ง ในพรรค นับตั้งแต่เจ้ามาทุกอย่างที่เคยเป็นของข้าก็กลายเป็นของเจ้า " " ตอนนั้นทำไมไม่ฆ่าข้า " " มือซ้ายเจ้ายังไม่พิการ มันยังมีประโยชน์ให้ใช้ ตอนนั้นเจ้าเป็นเหมือนดาบของพ่อข้า แต่ตอนนี้เจ้าไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กแล้ว เจ้าจะเป็นหรือตายไม่มีความหมายต่อพ่อข้าอีก " " ถูกต้อง บัดนี้ชีวิตข้าไม่มีความหมายต่อพวกเจ้าพ่อลูก " " ดังนั้น ณ เวลานี้ข้าจึง ฆ่า เจ้าได้ไง " " เสียดายมีอยู่เรื่องนึงที่เจ้าไม่รู้ " " เรื่องอะไรวะ? " " เรื่องที่คนมีชีวิตไม่อาจรู้ได้ " " เฮอะ ๆ ตอนนี้ข้าก็ยังไม่ตายนี่ เจ้าจะบอกข้าหาหอกทำไม? " " แต่อีกไม่นานเจ้าก็จะตาย " " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าจะบ้าเหรอ ก๊าก จะใช้อะไรฆ่าข้าล่ะ เอาหัวชนกันรึไง รึว่าใช้ปากกัด? " " ไม่ ใช้ มือขวา ของข้า (สบัดเสื้อคลุมออก) นี่คือ ชื่อ เหยื่อที่ตายไป 137 คน สิบปีมานี้ข้าไม่เคยใช้มือขวา รังสีฆ่าฟันมันแรงเกินไป จนไม่มีที่จะเขียนชื่อใครเพิ่มได้อีก (แกะสายรัดข้อมือ - ริสต์แบนด์ ออก) แต่ข้าพบว่ายังมีที่ว่างอยู่อีกแห่งนึงตรงนี้ สามารถเขียนชื่อเจ้าลงไปได้ไง ฮึ่ย " " มะ มือขวาเจ้า " " มือขวาข้าคือสภาวะที่ คนเป็น ไม่อาจรู้ได้ " " ผิดหวังมากกว่าสมหวัง ใช้สราดับทุกข์อีกครา เฮ่อๆ อา ลี้คิมฮวง ๆ ชั่วชีวิตนี้เจ้าได้ทำอะไรบ้าง เฮอะๆ " ลี้คิมฮวงกลายเป็นปีศาจสราอีกครั้ง " ดูเหมือนคืนนี้เจ้าจะดื่มมากเกินไปแล้ว เสียดายแม้เมามายก็ไม่อาจจะลืมทุกข์ได้ " " เก็งบ้อเมี่ย เจ้าได้กลิ่นหอมของสุราจึงมาช่วยดื่ม? " ลี้คิมฮวงทักทายคู่ปรับเก่า " เปล่า ข้าจะมาบอกเจ้าว่า มีคนดื่มหนักกว่าเจ้า น่าสงสารกว่าเจ้าอยู่อีกคน " " ใคร? " " อาฮุย "
เซียงกัวกิมฮ้งเปิดที่ทำการพรรค จัดงานเลี้ยงโต๊ะระดมเงินจากนายทุน,คหบดี
" ใต้เท้าทั้งสอง เชิญ " ประมุขพรรคเหรียญทองยกจอกสุราคารวะ " ท่านประมุข เชิญ " เหล่าสมาชิกกิตติมศักดิ์แซ่ซ้อง " เหล้า เหล้าอยู่ไหน อา .. " อาฮุยคลานลงจากเตียง " เอาเหล้าไปไหน? " " เหล้าน่ะเหรอ เจ้าอยากกินเหล้าใช่มั้ย เอาไป " แม่เล้าแย่งไหเหล้าจากพื้นยกขึ้นแล้วฟาดแตกโพละ กระหรี่ใหญ่น้อยหัวเราะชอบใจ อาฮุยโซซัดโซเซเข้ามาในห้องโถง " เหล้า เหล้า .. " เซียงกัวกิมฮ้งดึงจอกสุราออกจากปากอาฮุย " เหล้านี้สำหรับ คน ดื่ม ไม่ใช่เจ้า อยากกินเหล้าก็ไปซื้อข้างนอก (โยนเงินลงพื้นห่างๆ) ไปซี่ ! " อาฮุยถูกเหวี่ยงร่าง,คลานตามพื้นมือไม้สั่นขณะจะเก็บเงิน อาคันตุกะไม่ได้รับเชิญเหยียบแขนเขาไว้ " ลี้คิมฮวง " เซียงกัวกิมฮ้งเบิ่งตา " เหล้าที่นี่รสดีกว่าข้างนอก ถ้าเจ้าอยากกินข้าจะไปรินให้ " ลี้คิมฮวงเดินไปฉวยจอกสุราบนโต๊ะมาอย่างไม่สะทกสะท้าน " เจ้าเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่ " " ใช่ว่าข้าอยากดื่ม ข้าไม่อาจไม่ดื่ม ดื่มแล้วไม่อาจไม่เมา " " คนเราบางครั้งไม่อาจไม่เมามาย แต่พอสร่างเมาแล้วทรมานกว่าขณะเมามากนัก เจ้าอยากดื่มก็ดื่มเถอะ " อาฮุยปัดจอกสุรากระเซ็น วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงด้วยความคลุ้มคลั่ง " ลี้คิมฮวงหากคิดจะไปก็ไม่ควรมา เมื่อมาแล้วไยจึงจะไปอีก " เซียงกัวกิมฮ้งรู้สึกเสียหน้า " ใช่ เมื่อมาแล้วไยจึงต้องไปอีกเพราะถึงอย่างไรเจ้าต้องไปเสาะหาข้าอยู่ดี " " อืมม์ มีดเจ้าล่ะ? " ลี้คิมฮวงคีบมีดสั้นเงาวับออกมา " ห่วงของท่านล่ะ? " " ฮ่า ฮ่า ฮ่า 10 ปีมาแล้วที่ข้าเลิกใช้ห่วง " " นับถือ นับถือ ยอดเยี่ยมมากไร้ห่วงไร้ร่าง ไร้ร่องรอยให้ตามหา มิน่า ห่วงหงส์มังกร จึงอยู่อันดับ 2 " " มิกล้ารับ ลี้คิมฮวง จอมยุทธอันดับ 3 เจ้าเกิดในตระกูลบัณฑิตอันสูงส่งเหตุไฉนจึงลดตัวมาเกลือกกลั้วในยุทธภพ " " ข้าไปจากยุทธภพ แต่ยุทธภพไม่ยอมไปจากข้า " กระแอมไอเบาๆ " ช่างกล่าวได้กินใจยิ่ง ฮะ ฮะ ฮ่า มาข้าขอดื่มให้ท่านจอกนึง " " ขอบคุณ " " เชิญ เอ๋ " เซียงกัวกิมฮ้งลีลาเยอะจัด แทนที่จะให้ ลี้คิมฮวง ดื่มเหล้าในจอกตามธรรมเนียมกลับคิดทดสอบฝีมือ " ลี้คิมฮวงในจอกไม่มีเหล้า อยากดื่มก็ขึ้นมาเอา " ทั้งคู่โจมตีด้วยพลังฝ่ามือ ขณะเดียวกันก็พยายามแย่งจอกไม่ให้เหล้าหก ลี้คิมฮวง ฉวยจอกได้แต่เซียงกัวกิมฮ้งรินเหล้าคืนกลับกาแล้ว " อึ้ม เหล้าชั้นเลิศ ลี้คิมฮวง จอกเหล้าอยู่นี่ เชิญ " " ได้เลย " ลี้คิมฮวงตีลังกาขึ้นไปบนโต๊ะ " อยู่นี่ เดี๋ยวใจเย็น " ในที่สุด ลี้คิมฮวง กางพัดรับ กาเหล้า เหาะไปยืนบนบัลลังก์รินน้ำเมาลง จอก ดื่มสบายอารมณ์ " ขอบคุณที่ออมมือให้ ข้าอยากลองลิ้มรสเหล้านี้มานานแล้ว " " เจ้า..! " เซียงกัวกิมฮ้งเดือดดาล " มีของมาส่ง ๆ " คนจรจัดเดินนำลูกหาบ " เจ้าเป็นใคร " เซียงกัวกิมฮ้งเขม่น " ข้าคือ โอ้วปุกกุย อาชีพค้าขายคน ลี้คิมฮวงรู้จักข้าดี วันนี้ข้ามีของชิ้นนึงมาขายให้ท่าน " " ของอะไร? " " ข้าเป็นพ่อค้าคนก็ต้องเป็นคน แต่เป็น คนตาย เหอๆ " " ว่าไงนะ " สมุนพรรคเหรียญทองกรูกันเข้ามาต่อสู้กับคนจรจัดได้ไม่กี่เพลง เซียงกัวกิมฮ้ง รีบห้ามทัพ " หยุด..! เอาเงินพันตำลึงมา " " ครับท่าน " " ต้อง 2 พัน " โอ้วปุกกุยเล่นแง่ " อ้าว เพราะอะไร " " ท่านต้องอยากรู้ชื่อ ฆาตกร ว่าเป็นไผ " " ได้ 2 พัน " เซียงกัวกิมฮ้งชู 2 นิ้ว " " ใจปล้ำดี " โอ้วปุกกุยดึงเสื่อคลุมศพออก เซียงกัวกิมฮ้งเห็นใบหน้า,ร่างที่ไร้วิญญาณนั้นจะๆถึงกับตกตะลึง เช่นเดียวกับลี้คิมฮวง " เซียงกัวปวย " " ใครฆ่าเค้า ใครฆ่าลูกข้า รีบบอกมานะใครฆ่าลูกกู ! " โอ้วปุกกุยรีบขนหีบใส่เงิน พอถูกกระชากคอก็ชะงัก,หันหน้าไปยังแขกไม่ได้รับเชิญ " เค้าไง " " เก็งบ้อเมี่ย เหรอ " " ถูกต้องแล้ว ข้าเป็นคนฆ่า เซียงกัวปวย " " เอ็งไปฆ่ามัน ข้าให้หมื่นตำลึง ข้าให้หมื่นตำลึง !! " รั้งแขนโอ้วปุกกุย,มือชี้หน้าเก็งบ้อเมี่ย " ช้าก่อน ข้าโอ้วปุกกุยยังมีอายุยืนเพราะข้ารู้ว่า เงินก้อนไหนควรรับ เงินก้อนไหนไม่ควรรับ บางครั้งถึงจะกองพะเนินอยู่ตรงหน้าก็ไม่ควรรับ เพราะคนตายแล้วใช้เงินบ่ได้ ลาก่อน .. ข้าเห็นว่าท่านใจถึง ข้าเลยแถม ข่าว ให้เปล่าๆเรื่องนึง เค้าใช้มือขวาฆ่าลูกชายท่าน นี่ไงล่ะ (กระชากผ้าคลุมแขนขวาเก็งบ้อเมี่ยออก) เฉลยแล้วข้าไปล่ะ ..! " " เจ้ามีแขนขวา " เซียงกัวกิมฮ้งจ้องอวัยวะนั้นราวกับไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต " เจ้ามีปัญญาฆ่าคนได้เหรอ " " ใช่ ซ้ำร้ายกาจกว่ามือซ้ายอีก แต่หากท่านจะล้างแค้นให้ลูกชายจะมือข้างไหนข้าก็ไม่ใช้ " เก็งบ้อเมี่ยยืนนิ่งสนิท " ข้าเลี้ยงดูเจ้าแต่เล็ก ให้เจ้าฝึกวิชา เมื่อใดที่ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นลูกชายข้าบ้าง หา " " ท่านไม่ได้ยินรึไง ข้าบอกว่าข้าฆ่าเซียงกัวปวย ลูกชาย ท่าน " " เจ้าว่าไอ้ที่นอนตายอยู่บนพื้นคือลูกชายข้าเหรอ มิใช่ มันเป็นแค่ ศพ ไม่อาจช่วยข้ายึดครองยุทธภพ ไม่อาจจับกระบี่ ข้าจะเอาไว้ทำไม ในตัวมันมีเลือดข้าแต่ตอนนี้เลือดในตัวมันแห้งเหือด ข้ากับมันไม่ได้เกี่ยวข้องกันอีก เก็งบ้อเมี่ยตอนนี้เจ้าคือลูกชายข้า ต่อไปพรรคเหรียญทองเป็นของเราพ่อลูก " " เก็งบ้อเมี่ย เจ้าเชื่อเค้าเถอะ ยุทธภพก็เป็นเช่นนี้ ใครใช้ได้ก็เป็นลูกชายตัวเอง ข้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมนอกเมือง กำหนดเวลาสถานที่ได้เมื่อไหร่ก็ค่อยไปบอกให้ข้ารู้ก็แล้วกัน " ลี้คิมฮวงรีบอำลาเพราะสะอิดสะเอียนเต็มที ![]() ![]()
next chapter >> |