3.

     เมื่อ อั้งฉิก จากไป ฝนตกแทบทุกวัน ทุกครั้งที่ฝนตกทำให้ข้าคิดถึงคนๆนึง นางเคยรักข้ามาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือไม่ หรือเพราะเหตุผลอย่างอื่น ทุกครั้งที่ข้าจากนาง ขณะเดินทางไกลฝนมักจะตกเสมอ นางบอกว่านางไม่สบายใจ ต่อมานางได้กับพี่ชายข้า ในวันที่พี่ข้าแต่งงาน ข้าได้จากดอยไป่ถัวไปแล้ว
      " 
ถ้าข้าไม่หนีตามเจ้าไป ข้าก็ยังตอบคำถามเหมือนเดิม "
     
" พูดมาคำเดียว หากเลยคืนนี้ไปข้าจะไม่ถามอีก เจ้าจะแต่งงานกับข้าหรือไม่ "
      " ไม่ ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าไม่หนีตามไป จำไว้นะนับแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าเป็น อาซ้อ ของเจ้าแล้ว มีคนเดียวที่ฉุดมือข้าได้คือพี่ชายท่าน ใครอื่นไม่มีสิทธิ์ " 
      อาวเอี๊ยงฮงหน้ามืด ข่มขืน ว่าที่พี่สะใภ้ ละเมิดขนบประเพณี

     
" ทำไมเจ้าเอาแต่จ้องผ้าเช็ดมือ " อาวเอี๊ยงฮงซักผ้าขี้ริ้วริมธารน้ำ
     
" ผ้าผืนนี้เป็นของ สามี ข้า ทำไมจึงอยู่กับท่านได้ .. เค้าตายแล้วใช่มั้ย "
     
อาจเป็นเพราะข้าไม่ได้เห็น ดอกท้อ มานานแล้ว วสันตฤดูข้าจึงไปเยี่ยมบ้าน จอมยุทธตาบอด ที่น่าแปลกใจก็คือไม่มีดอกท้อ
     
" ของชิ้นนี้หากว่าไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์กับข้าอีก " 
     
ภายหลังข้าจากมาจึงได้เข้าใจ สถานที่นี้ยังไงก็ไม่มีดอกท้อ ดอกท้อ เป็นแค่ชื่อเรียกของหญิงคนนึงเท่านั้น ..

     
" มันแปลกมั้ยล่ะที่เค้าไม่เคยห่วงใยใครเลย ไม่เคยถามไถ่ใครสักคำ ไม่เคยมีรอยยิ้ม พอถึงตาข้าไม่สนใจเค้าบ้าง เค้าก็ยังยืนจ้องมองข้า ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ทั้งๆที่ใจปรารถนาแต่ไม่ยอมเอ่ยปาก นอกจากจะป้อนถึงปากจึงจะเอา ทีแรกข้าคิดไม่สนใจเค้า ไม่อยากตอแยกับเค้าอีก "
      ถึงแม้ข้าจะรักนางมากแต่ข้าจะให้นางรู้ไม่ได้ เพราะสิ่งที่ข้าไม่สมหวังย่อมเป็นของมีค่ามากที่สุด ทุกครั้งที่นางจ้องมองเด็กคนนั้น(ลูกอาวเอี๊ยงฮง) ข้าก็รู้ว่าในใจของนางมีผู้ใดครอบครองอยู่ ข้ารู้สึกอิฉา อาวเอี๊ยงฮง ข้าอยากรู้ว่า ความรู้สึกของคนถูกรักเป็นเช่นไร จนข้าต้องทำร้ายผู้คนมากมาย ..
     
" ทำไมเจ้าไม่แต่งงานกับเค้าล่ะ " 
      " เค้าไม่เคยบอกรักข้าเลย "
     
" มีบางอย่างไม่จำเป็นต้องพูดออกมา "
      
" ข้าเฝ้าแต่รอฟัง คำสารภาพ แต่เค้าไม่ยอมพูด ข้าหยิ่งเกินไป เค้าคิดว่าถึงอย่างไรข้าต้องแต่งกับเค้า ข้าตัดสินใจแต่งงานกับพี่ชายเค้าประชดซะเลย 
      คืนวันแต่งงานเค้าให้ข้าหนีตามเค้าไปแต่ข้าไม่ไป ต้องรอให้เค้าสูญเสียก่อนเพื่อยื้อแย่งกลับมา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าต้องไม่ให้เค้าได้ไป " 

      ถ้าหาก ความรัก เป็นเกมส์กีฬามีผล แพ้ หรือ ชนะ ไม่รู้ว่านางชนะหรือเปล่า แต่ข้าเข้าใจดีตั้งแต่เริ่มแรกข้าก็แพ้แล้ว

     
เป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ทำให้ข้าชอบดอกท้อ ทุกปีที่ดอกท้อบานข้าจะได้พบกับนาง ข้าได้ไปเยี่ยม อาวเอี๊ยงฮงเพราะนางอยากรู้ข่าวคราวของเค้า คงเป็นเพราะ อาวเอี๊ยงฮง ทำให้ข้าหาคำแก้ตัวไปเยี่ยมนางปีละครั้ง
     
" รู้หรือไม่อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตข้า " 
      " ถ้าหากข้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็น ลูกชาย ของเจ้า " 
     
" เมื่อก่อนข้าก็คิดอย่างงี้ แต่พอเห็นเค้าเติบโตขึ้นทุกวัน เลยคิดว่าไม่นานนักเค้าต้องจากข้าไป ถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรสำคัญ วันก่อนข้าคิดว่าถ้อยคำ ลำนำรัก สำคัญมาก มีความหมาย พอหวนกลับไปทบทวนก็ไม่มีสาระอะไร
      บางอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ข้าคิดเสมอว่าตนเป็น ผู้ชนะ กระทั่งวันหนึ่งได้ส่องกระจกดูริ้วรอยบนใบหน้าชัดๆจึงรู้ว่าข้าคือ ผู้แพ้ ความสุขสมบูรณ์แบบจะเกิดเมื่อคนรักที่สุดอยู่ข้างกาย ข้าอยากย้อนเวลากลับไปเริ่มต้นใหม่ ความจริงเจ้าใกล้ชิดเค้ามาก ทำไมไม่บอกเค้าว่าข้าอยู่ที่นี่ "

     
" ข้ารับปากกับเจ้า ดังนั้นข้าจึงไม่บอกเค้า "
     
" ฮึ เจ้าซื่อเกินไป .. "
     
จากนั้นไม่นานนางก็ ตรอมใจ ตาย ก่อนที่นางจะตายได้เอาเหล้าไหหนึ่งให้ข้าฝากไปให้คนๆนั้น นางหวังว่าอาวเอี๊ยงฮง จะลืมนางได้ มีคนกล่าวว่าหากใครเกิดทุกข์ใจก็เพราะมีความทรงจำดีเกินไป จากปีนั้นมาข้าได้ลืมเรื่องมากมาย สิ่งเดียวที่จำได้ก็คือข้ารัก ดอกท้อ มาก 
     
หลังจากนั้น 6 ปี อึ้งเอี๊ยะซือได้มุ่งสู่ทะเลตะวันออก สถาปนาตนเองเป็นเจ้าเกาะดอกท้อ สมญานาม มารบูรพา

      
แรกเริ่มวสันตฤดูถึงเวลาต้องเริ่มอับเฉาอีกครั้ง ช่วงนี้ของปีจะมีสหายผู้หนึ่งมาเยี่ยมข้าแต่ปีนี้เค้าไม่มา ไม่นานข้าได้รับสาส์นจากดอยไป่ถัวฉบับหนึ่ง บอกว่า อาซ้อ ข้าล้มป่วยตายจากไปในฤดูหนาว 2 ปีที่แล้ว ข้ารู้ว่า อึ้งเอี๊ยะซือ คงไม่มาอีก แต่ข้ายังรอต่อไป
      ข้านั่งรอที่หน้าโรงเตี๊ยม 2 วัน 2 คืน เห็นท้องฟ้าเปลี่ยนสีจึงตระหนักว่าในเมื่อข้าอยู่ที่นี่มานาน ข้ากลับไม่ใส่ใจต่อท้องทะเลทรายแห่งนี้เลย เมื่อก่อนเห็นภูเขาสูงทำให้ใคร่รู้ว่าหลังเงาทะมึนนั้นคืออะไร แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากรู้แล้ว

     
ข้าใช้ชีวิตโดดเดี่ยว พ่อแม่ตายหมด ข้าดิ้นรนหากินกับพี่ชาย 2 คน อาจเป็นเพราะกำพร้า ต้องต่อสู้ปกป้องตัวเองแต่เล็ก ข้าไม่อยากถูกใครปฏิเสธจึงรีบชิงปฏิเสธเขาเสียก่อน เพราะเหตุนี้ทำให้ข้าไม่อยากกลับไปเหยียบดอยไป่ถัว
     
ความจริงที่นั่นก็ไม่เลว เสียดายไม่อาจหวนคืน เคยพูดกับตัวเองไว้แล้ว ชาตินี้จะไม่ขอแต่งงาน ก็แค่เรื่องอุปโลกน์ของชายหญิง คิดไม่ถึงว่าจะเป็นจริง

     
ในคืนนั้นจู่ๆข้านึกอยากดื่มเหล้าขึ้นมา ถ้าหากข้าดื่มเหล้า อยู่เมาตายฝัน ครึ่งไหก็คงปกติ ความจำไม่เสื่อมแน่ อยากทำการค้าต่อไปเรื่อยๆ ขณะตกงานข้าจะมุ่งหน้าสู่ดอยไป่ถัว ข้าจำได้แม่นยำว่าผู้หญิงคนนึงรออยู่ที่นั่น ความจริงเหล้า อยู่เมาตายฝัน เป็นแค่เรื่องล้อเล่นของนาง
     
" เจ้าคงอยากรู้ว่าข้าสามารถลืมทุกอย่างได้จริงขณะดื่มเหล้านี้หรือไม่ ข้าได้ยินเค้าพูดกันว่า ช่วงเวลาที่ไม่อาจไขว่คว้ากลับมาได้นั้น สิ่งดีที่สุดที่ควรทำได้ก็คือ อย่าลืม .. "

      ไม่รู้เป็นอย่างไร วสันตฤดูของทุกปี ข้าชอบฝันซ้ำซาก อีกไม่นานข้าก็ได้ไปจากที่นี่ วันนั้นในสมุดบันทึกไว้ว่า ม้าแตกตื่น เพลิงโหมเปลวไฟโชติช่วงดั่งทอง โชคดีทิศตะวันตก .. 
อาวเอี๊ยงฮงเผาโรงเตี๊ยมไหม้เป็นจุณ
      
ปีต่อมา อาวเอี๊ยงฮง มุ่งสู่ดอยไป่ถัวตั้งตัวเป็นเจ้าสำนัก ฉายา พิษปัจฉิม
     
      คนเราต่างโหยไห้คร่ำครวญถึงอดีต อยากย้อนเวลาไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เลยลับย่อมไม่อาจหวนกลับคืน หลายคนอยากลืมทว่ายิ่งจดจำ ->นรา : พรชัย วิริยะประภานนท์
     
อาวเอี๊ยงฮง หรือพิษปัจฉิม กับโรงเตี๊ยมกลางทะเลทราย แหล่งทำมาค้าขาย อาสาคลายทุกข์หญิงสาวมอซอ และ คนรักของจอมยุทธตาบอดคนรักของอาวเอี๊ยงฮง และ แม่นาง หยิน-หยางอั้งฉิก ประมุขพรรคกระยาจก
      end : re-write from Thai-subtitle V.A. entertainment   Ashes of Time flash 1:(175 KB) 2:(222 KB)    

chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]
Pirachan : พิรฌาน