2.
    
     " มาหาข้าเหรอ " อาวเอี๊ยงฮง ตะลึงจ้องสาวหน้าหวานแต่งตัวมอซอ
     
" ข้าอยากหาคนแก้แค้นให้น้องชายข้า " 
     
" เกิดอะไรขึ้นกับเค้า " 
      " หลายวันก่อนมีนักดาบกลุ่มนึงเดินผ่านบ้านข้า น้องชายข้าอายุยังน้อยไม่ปะสีปะสาทำผิดต่อหนึ่งในนั้น พวกมันเลยฆ่าน้องชายข้า " 
      " แล้วทางการไม่สนใจเหรอ "
     
" พวกมันเป็นสมุนอำมาตย์ใหญ่ ใครจะกล้ามาสอบสวนให้ " 
     
" อืมม์ แล้วจะเสนอราคาเท่าไหร่ " 
     
" ทางบ้านข้ายากจนไม่มีเงินมากพอ มีแต่ไข่ไก่ในกระเช้ากับลาน้อยตัวนึง ลาตัวนี้เป็นของหมั้นของข้า แม่บังเกิดเกล้าทิ้งไว้ก่อนตาย " 
     
อาวเอี๊ยงฮง ส่ายหัว "ถ้าเจ้ามีเจตนาแก้แค้นให้น้องชายจริง เจ้ายังเป็นหนี้บาน ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับท่านอำมาตย์ในเวลานี้ จะแก้แค้นทั้งทีก็ลงทุนหน่อย หากเจ้าหน้าตาขี้เหร่ข้าอาจให้เจ้าเลิกล้มความตั้งใจ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าข้ากำลังคิดมิดีมิร้ายกับเจ้า ข้าเพียงแต่อยากบอกว่า หากจะ ขายตัว เจ้าย่อมมีค่ามากกว่าลาตัวนั้น เข้าใจมั้ย " 
     
" ข้าไม่ทำเช่นนั้นแน่ ถ้าท่านติว่าเงินน้อยไปข้าก็จะรอท่านได้ ข้าคิดว่าต้องมีคนมาช่วยข้าแน่ " 
      ข้าไม่รู้ว่านาง
ต้องการแก้แค้นให้น้องชายจริงหรือไม่ หรือว่า ว่างจัด ไม่มีอะไรทำ คนเราต่างมีความในใจของตนเอง ตามสายตาของคนทั่วไปอาจคิดว่าเสียเวลาเปล่า แต่สำหรับนางนั้นสำคัญยิ่ง ถ้ามองให้ลึกซึ้งนางก็คนธรรมดาคนหนึ่ง
     
หลังจากนั้นไม่กี่คืนข้าก็ฝันอย่างเดียวมาตลอด ข้าฝันเห็นดอกท้อที่บ้านเกิดข้าบาน ทำให้ข้านึกขึ้นได้ที่แท้ข้าไม่ได้กลับบ้านที่ดอยไป่ถัวมาหลายปีแล้ว ..

     
" ดวงตาของเจ้าไม่เป็นไรใช่มั้ย " อาวเอี๊ยงฮง
      " ตาของข้าไม่ดีตั้งแต่เด็กแล้ว หมอบอกอายุ 30 ตาจะบอดสนิท "
     
" ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่ "
      
" 30 พอดี " 
     
" งั้นเจ้ามาที่นี่ทำไม " 
      " ทุกปีฤดูใบไม้ผลิดอกไม้ที่บ้านนอกจะบานสะพรั่ง ข้าคิดว่าก่อนตาจะบอดสนิทขอข้าได้ชมสักครั้ง .. ท่านรับอาสาคลายทุกข์ให้คนทั่วไป ท่านพอช่วยข้าได้มั้ย 
     
ก่อนหน้านี้หลายเดือน สหายของข้าได้ฆ่า ม้า ไปหลายตัว ข่าวว่าพวกโจรขโมยม้ากำลังตามแก้แค้นเขาอยู่ น่าเสียดายเพื่อนข้าเผ่นหนีไป ผู้คนที่นี่เกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อระบายอารมณ์ จึงยินดีสละเงินความหาผู้เยี่ยมยุทธชิงฆ่าพวกมันก่อน ได้ยินว่าละแวกนี้มีคน ดาบไว อยู่คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขายังอยู่หรือเปล่า "
     
" จะตามหาเค้าทำไม " 
      " อยากรู้ว่าดาบเค้าไวกว่า หรือกระบี่ข้าไวกว่า "

     
นักดาบตาบอดเผชิญหน้าคู่อรินั่งซุ่มอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ
      " เจ้าไม่ควรมาที่นี่ " แสงแดดแยงนัยน์ตาแสบพร่าตอนแหงนหน้า
     
" เสียใจตอนนี้มันก็สายไปแล้ว " 
     
" ละเว้น แขน ข้าสักข้างได้มั้ย " 
     
" ไม่ได้ ถ้าจะละเว้นต้องละเว้น ชีวิต เจ้าไว้ "
     
" เจ้าเข้าใจความหมายข้าผิดไปแล้ว ที่ว่าเจ้าไม่ควรมาเพราะไม่คู่ควรกับฝีมือข้า ที่ข้าให้เจ้าละเว้นแขนข้าข้างหนึ่งก็เพื่อให้เจ้ามอบชีวิตให้ข้าต่างหาก " 
      ทั้งคู่ดวลดาบไม่กี่เพลงก็รู้ผล บุรุษนิรนามชุดดำสังเวยชีวิตต่อความพ่ายแพ้
      " ท่านช่วยข้าได้มั้ย " หญิงสาวมอซอเปรยช่วงนักดาบตาบอดเดินผ่านโดยไม่แยแส
     
ถึงแม้เค้าจะเป็น นักดาบพเนจร แต่ชีวิตเค้ามีกฏเกณฑ์ ทุกวันจะมาดื่มเหล้าที่นี่ กินข้าว 2 ชาม เมื่ออาทิตย์ตกดินแล้วเค้า่ก็จะจากไป ..

      " เจ้าทำไมเอาแต่มองผู้หญิงคนนั้น " อาวเอี๊ยงฮง
     
" เพราะนางทำให้ข้าคิดถึงคนๆนึง " นักดาบตาบอด
     
" เมียเจ้าเหรอ ในเมื่อคิดถึงนางมากทำไมต้อง เร่ร่อน ด้วย "
     
" นางหลงรักสหายรักของข้า .. แล้ว โจรม้า มาถึงเมื่อไหร่ "
      
" คง 2 วันนี้แหละ " 
      " หวังว่าพวกมันจะมาถึงเร็วไว หากมาช้า ดอกท้อ จะร่วงหมด "
     
ดอกท้อบานตามฤดูกาลของมัน แต่โจรม้าจะมาเมื่อไหร่มิอาจรู้ได้ เค้าจะรอที่นอกเมืองทุกวัน ข้าเห็นเค้ายิ่งรอยิ่งดื่ม ถึงแม้เค้าจะจุดตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่างทั้งวันทั้งคืน แต่ข้ารู้ว่าเค้ามองไม่เห็นอะไร ..

     
" ท่านอยากกลับบ้านมากเหรอ " หญิงสาวมอซอสบจังหวะถามความในใจนักดาบตาบอด
     
" ใช่ "
     
" ท่านแต่งงานหรือยังล่ะ " 
     
" ทำไมถามอย่างงี้ " 
     
" ข้าคิดว่าท่านต้องรักภรรยาท่านมาก " 
      " 
จะพูดอย่างงั้นก็ได้ "
     
" ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมท่านไม่อยู่ข้างกายนางล่ะ "

      " ท่านพอจะเลี้ยงเหล้าข้าสักชามได้มั้ย " 
นักดาบตาบอด
     " คืนนี้ดูท่านอารมณ์ดีนะ " อาวเอี๊ยงฮง
     
" ข้ากลัวพรุ่งนี้จะไม่ได้ดื่ม " 
      " พวกมันคงมาก่อนตะวันตกดิน ข้าเตรียมโคมไฟให้เจ้าแล้ว " 
     
" จะมีโคมไฟรึไม่มันไม่สำคัญสำหรับข้า " 
     
" ตาเจ้าบอดสนิท "
     
" ยังมีแสงแดดก็พอมองเห็น หวังว่าพรุ่งนี้ท้องฟ้าคงแจ่มใส หากอาทิตย์ตกดินข้าไม่กลับมา รบกวนตามหาคนให้ข้าหน่อย เค้ามีชื่อว่า อึ้งเอี๊ยะซือ บอกว่าที่บ้านเกิดข้ายังมีคนเฝ้ารอเค้าอยู่ " 
     
นักดาบตาบอดจูงม้าผ่านเลยหญิงสาวมอซอไปหนึ่งช่วงตัว พลันเขาหันกลับมาจูบกอดนางอย่างหื่นกระหายแล้วผละไป พอได้ยินเสียงด่าไล่หลัง " ไอ้เชี่ย..! "
      " ไม่รู้ว่าทำไมข้าต้องทำอย่างงี้ แต่ข้ายับยั้งใจไม่ได้ ตอนที่ข้าจากไปนั้นน้ำตาผู้หญิงคนนึงค่อยๆแห้งผากบนใบหน้าของข้า ไม่รู้ว่านางจะหลั่งน้ำตาเพื่อข้าหรือเปล่า "

     
โจรม้าร่วมร้อยย่างกรายล้อมรอบนักดาบตาบอดหมายรุมกินโต๊ะ เขาต่อสู้พวกหมาหมู่ไม่คิดชีวิต พวกมันล้มตายกว่าครึ่ง พลันมียอดฝีมือควบม้ามาประชิดตัว ตวัดดาบเชือดคอหอยเขาเพื่อเผด็จศึกโดยเร็ว 
     
" เมื่อก่อนข้าเคยได้ยินมาว่า หาก ดาบไว ล่ะก็เลือดที่พุ่งออกจากบาดแผลคล้ายเสียงลมพัด น่าฟังมาก นึกไม่ถึงจะได้ยินเป็นครั้งแรก มันเป็นเลือดของข้าเอง .. "
      " หลังจากคืนนั้นเพื่อนข้า(นักดาบตาบอด)ก็ไม่มาอีกเลย แต่ข้ามาเพื่อเค้า ถึงเค้าตายไปก็คงไม่ให้อภัยข้าแน่ " อึ้งเอี๊ยะซือ

      คนที่ชื่อ อั้งฉิก เพลงดาบว่องไวมาก เค้าไม่ชอบใส่เกือก ข้ารู้ว่าเค้าสามารถหากำไรให้ข้าได้มาก แต่ข้าไม่เคยนึกชอบคนผู้นี้เลย เพราะข้าถืออุดมคติว่า ชื่อไม่เป็นมงคล เลข 7 อาจนำพาความตายมาสู่ตน ครั้งแรกที่ข้าพบ,เค้าเพิ่งมาจากบ้านนอก
      " เจ้ารู้มั้ยทำไมข้าเลี้ยงข้าวเจ้า "
      " 
ไม่รู้ " อั้งฉิกพุ้ยข้าวกินมูมมาม
      " เพราะข้ารู้ว่าเจ้าหิว ความจริงข้าสังเกตเจ้ามานานแล้ว ข้าเห็นเจ้าคุกเข่าหน้ากำแพงผุกร่อนตั้งครึ่งค่อนวัน ไม่ขยับเขยื้อน เจ้าไม่เหมือนคนป่วย คนหนุ่มอย่างเจ้าข้าเคยเห็นมามาก พอมีวรยุทธบ้างก็คิดว่าตนใหญ่คับฟ้า มันเป็นเรื่องของความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
      ถ้าไม่ปล้นก็ขโมย ไม่เคยคิดทำมาหากินสุจริต เจ้าน่ะใช้ชีวิตยังไงกันแน่ วรยุทธน่ะมัน ล้ำเลิศ มีค่าต่อเจ้ามากเหรอ ทำให้เจ้ามีเงินใช้ แถมยังผดุงคุณธรรม เจ้าสนใจสิ่งที่ข้าแนะนำมั้ย เจ้าลองพิจารณาดู ไวหน่อยนะ ท้องมันหิวเร็ว "

      หลังจากอั้งฉิกโผล่มาไม่นาน กลุ่มโจรม้าก็หวนกลับมาอีก ข้าพาเค้าไปพบพวกชาวบ้านก็เลยได้เกือกคู่หนึง จอมยุทธสวมเกือกและไม่สวมเกือกสนนราคาค่าตัวจะต่างกัน
     
" เจ้าคิดว่าราคา 10 ตำลึง ไม่ต่ำเกินไปเหรอ " อั้งฉิก
      " งั้นก็ไปรับงานที่อื่นทำซี่ แถวนี้มี นักฆ่า ตั้งหลายคน ไม่สวมเกือกนี่นะโยนเศษเงินให้ 2 - 3 ตำลึงก็ดีใจตายห่าแล้ว เป็นจอมยุทธไม่มีปัญญาหาเกือกใส่ใครจะเชื่อฝีมือ เกิดพลาดพลั้งมาก็ไม่คุ้ม หากพวกโจรม้ารู้ว่าเจ้าเป็นตัวก่อเรื่อง ทายสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า
      ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวรยุทธผู้นี้(อั้งฉิก)จะดีกว่าสหายพวกนั้น แต่ขอบอกว่ามันเป็นความปลอดภัยสำหรับครอบครัวเจ้า 20 กว่าปาก อย่างน้อยอยู่ฝั่งนี้เจ้าควรจะเชื่อคนใส่เกือกมั้ย"

      เพื่อไม่ให้ร่างเค้า(นักดาบตาบอด)เน่าเปื่อยไปก่อน ข้าต้องพา อั้งฉิก มา .. 
     
" ท่านพาข้ามาดูศพทำไม " 
      " เพราะศพนี้พูดได้ 2 วันก่อนหมอนี่คิดว่าจะรับมือพวกโจรม้าได้หมด ข้าไม่คิดว่าคนตายจะเป็นเค้า จุดที่ทำให้เค้ามอดม้วยคือจุดนี้(ชี้ลำคอศพ) เห็นได้ชัดว่าต่างจากบาดแผลอื่น ลากจากขวาไปซ้าย .. แค่แผลเดียว ใครซักคนหากเงื้อดาบฟันลงไปแค่เพลงดาบแรกก็มิดด้ามย่อมไม่ธรรมดา ดังนั้นเจ้าจงระวัง คนถนัดมือซ้าย "
      " หากข้าตายไปไม่ต้องพาคนแห่มาดูข้าหรอก ไม่อยากเป็น ศพ พูดได้ "
      15 ค่ำที่สงบแต่มีลม ดินแดนคนบาป พวกเจ้าเล่ห์ไม่เคยคิดหากินไกล จำต้องสวดส่งล้างอาถรรพ์สถานเดียว อั้งฉิกฆ่าโจรม้ากลุ่มใหญ่ ปกติมือสังหารจะไม่รอดูผลงาน รีบผละหนีจากเหยื่อที่กลายเป็นศพ เงินค่าจ้างของเขาจะใช้จ่ายเร็ว แต่ อั้งฉิก นับอย่างละเอียด คนชนิดนี้จะอยู่ข้างกายข้าไม่ได้ อันตรายนักเชียว

     
10 ค่ำ เริ่มฤดูร้อน ฟ้าสว่าง ลมเย็นพัดเบา ไม่เดินทาง คบหาเพื่อนฝูง ผลักเรือใหม่ลงน้ำ
      " อั้งฉิกเหรอ เค้าหนีไปแล้วคงไม่กลับมาอีก ไปตามหาที่อื่นเถอะ เจ้าเข้าใจมี่ข้าพูดมั้ย "
     
อย่าคิดว่าการหลอกผู้หญิงคนนึงเป็นเรื่องง่ายนัก ยิ่งเป็นผู้หญิงโดดเดี่ยวตัวคนเดียวยิ่งหลอกยาก นางรู้ว่า สามี ย่อมไม่จากไปไหนเพราะ อั้งฉิก คงไม่ทิ้งอูฐให้อดตาย
      " ข้าบอกเจ้ากลับไปรอที่บ้านนอกไงเล่า เจ้าจะตามมาถึงนี่ทำไม กลับบ้านไป "
     
" ข้าไม่กลับ "
      " ไป ไป๊..! "
     
" ข้าไม่กลับ "
      " ไปซี่ "

     
" ผู้หญิงคนนั้นรอท่านที่ข้างนอกหลายวันแล้ว " อาวเอี๊ยงฮง
     
" ข้าไล่นางก็ไม่ไปจะให้ทำยังไง หรือไม่ก็พา เมีย เร่ร่อนในยุทธภพด้วย "
     
" ใครว่าไม่ได้กันเล่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้า ข้าก็เคยเหมือนเจ้า ตั้งใจตลุยยุทธภพคิดว่าสามารถทอดทิ้งคนรัก พอกลับบ้านถึงได้รู้ว่านางกลายเป็นอาซ้อข้าแล้ว "

     
" ถึงเจ้ามาหาข้าทุกวันก็ป่วยการ ในเมื่อไม่มีเงินข้าก็ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้ กลับบ้านไปคิดหาหนทางอื่นแก้แค้นซะ"
     
" ขอร้องล่ะ " หญิงสาวมอซอตื๊อไม่เลิก
     
" ขอร้องข้าก็ป่วยการ ข้าแค่เป็น คนกลาง เท่านั้น "

      15 ค่ำ ฝนตก ดินโคลนมีมาก ดาวแห่งเซียน อาบน้ำดี ห้ามเดินทาง มังกรคะนองมุ่งสู่เหนือ ถ้าหากข้าเป็นสมุนท่านอำมาตย์พวกนั้นคงนอนตายตาไม่หลับแน่ ความจริงหลายชีวิตที่นอนตายเรียงกันเป็นตับก็มีค่าแค่ไข่ไก่ใบเดียว อั้งฉิกช่วยล้างแค้นให้หญิงสาวมอซอสำเร็จ
      " เพื่อไข่ไก่ใบเดียวทำให้เจ้าเสียนิ้วมือข้างนึงมันคุ้มแล้วเหรอ " อาวเอี๊ยงฮงเย้ย
     
" ไม่คุ้มเลย แต่ข้าโคตรมันส์ นี่แหละ ตัวข้า ล่ะ ข้าไม่น่าเป็นอะไรมากเพียงแต่ข้าไม่ว่องไวเหมือนก่อน เดิมทีฝีมือข้ารวดเร็วเฉียบขาด คิดว่าอะไรดีข้าก็ทำไม่เกี่ยงราคา ข้าไม่มีวันเปลี่ยนแปลง หลักการ จนกระทั่งหญิงสาวมอซอมาขอร้องข้า
      ข้ารู้ว่าเปลี่ยนไปมากที่จู่ๆก็รับปากนาง เพราะข้ารู้ว่าถึงอย่างไร ท่าน ก็ไม่รับงานนี้ ข้ารู้สึกผิดหวังตั้งแต่ร่วมงานกับท่าน ข้าไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ข้าไม่อยากถูกท่าน ครอบงำ ระดับ อาวเอี๊ยงฮง ไม่เสี่ยงชีวิตแลกกับไข่ไก่แน่ นี่คือความแตกต่างระหว่าง ข้า กับ ท่าน ไง ฮ่า ฮ่า .. "

     
" ได้ข่าวพี่อั้งฉิกมั้ย " 
      " เค้ายังเจ็บป่วยอยู่ "
     
" ท่านให้หมอรักษาเค้าได้มั้ย " 
     
" พาหมอมาก็ต้องใช้ เงิน นะ เสียดายที่โรงเตี๊ยมข้าไม่มี ไข่ไก่ ถ้ามีจะได้แบ่งปันให้เค้าบ้าง เจ้าชำนาญเรื่องใช้ไข่ไก่ว่าจ้างคนทำงานอยู่แล้วนี่ ข้าช่วยอะไรเค้าไม่ได้เพราะเค้าไม่ยอมเชื่อฟังข้า ที่เค้าเป็นแบบนี้ก็เพื่อเจ้า ช่วยตอบแทนเค้าบ้างสิ
      ข้ารู้ถ้าเจ้าไม่จนตรอกคงไม่มีวันขอร้องข้าหรอก เป็นเพราะข้ารอเจ้ามาขอร้อง ข้าไม่ยอมเสียสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่นแน่ ข้าว่าคราวนี้เจ้าจะยึดมั่นในคำพูดเดิมได้หรือเปล่า "

     
" เจ้าคิดอะไรอยู่เหรอ " อั้งฉิกถามหญิงสาวมอซอ
      " เปล่า "
     
" อย่าทำอะไรเพื่อข้าเลย หากถึงคราวม่องเท่งจริงๆ ข้าก็ตายอย่างมีความสุข ข้าช่วยเจ้าเพราะไข่ไก่ใบเดียว ข้ากินไข่ไก่แล้วเจ้าก็ไม่ติดค้างอะไรข้า .. ข้าทำเรื่องโง่ๆ จำไว้นะยังมีคนรอพบเจ้าอยู่ " 
     
เมียรักป้อนข้าวดูแลอั้งฉิก หญิงสาวมอซอจากไปเมื่อสมแค้น

     
" ต่อไปข้าไม่สามารถใช้ดาบหากินอีกแล้ว " อั้งฉิกจับมีดอีโต้ฟันฟืนไม่ถนัด
      " ไม่จำเป็นต้องใช้ดาบเสมอไป ใช้ ฝ่ามือ ก็ฆ่าคนได้เหมือนกัน เจ้านิ้วขาดไปข้างยิ่งเรียกค่าแรงสูงได้ ทหารผ่านศึก ! อยากกลับบ้านเหรอ ถ้าหากอยู่ในสภาพพิการอย่างนี้แล้วอยากกลับบ้านเดิม เจ้าออกมาหาหอกทำไมล่ะ " 
     
" ไม่รู้ว่าข้ามทะเลทรายนี้ไปจะเป็นอะไร "
     
" ก็ทะเลทรายอีกแห่งไง "
      แต่ละคน
จะมีความคิดแบบนี้ มองผ่านหนทางเบื้องหน้าก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าหลังเขาเป็นอย่างไร ข้าอยากบอกเค้าว่าหากพลิกภูเขาลูกนั้นออกได้ก็พบแต่ ความว่างเปล่า ที่โรงเตี๊ยมโทรมๆข้านี่ดีกว่าเยอะ เค้าคงไม่เชื่อจนกว่าจะประจักษ์แจ้งด้วยตนเอง ..

      " เจ้าตั้งใจจะไปไหนเหรอ " อาวเอี๊ยงฮง
     
" ไปที่ไม่เคยไป ข้าอยากดัง ต่อไปหากในยุทธภพกล่าวขานถึงบุรุษ 9 นิ้ว ต้องเป็นข้าแน่นอน " 
     
" แล้วนางล่ะ "     
     
" ก็พาไปด้วยน่ะสิ ได้ยินท่านพูดว่า อย่าตั้งกฏเกณฑ์กับชีวิต มีใครห้ามพา เมีย เข้ายุทธภพล่ะ ลาก่อน .. "
      ในที่สุด
ข้าจึงเข้าใจว่าเหตุใดนางจึงรัก อั้งฉิก หมดหัวใจ อาจเป็นเพราะว่าเค้าเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ข้ามองเค้าจากไปทำให้ข้าอดอิจฉาไม่ได้ ตัวข้าเองเคยมีโอกาสแบบนี้เช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงปล่อยหลุดมือไป
     
วันที่ อั้งฉิก อำลา ลมพัดมาจากทางเหนือ เค้าตั้งใจเดินตามกระแสลม ข้าจำได้ว่า ขึ้น 15 ค่ำ บันทึกไว้ในสมุด ดาวเคราะห์ดับสูญ โชคดีทิศเหนือ
      3 ปีให้หลังอั้งฉิกเข้าเป็นสมาชิกพรรคกระยาจก ต่อมาเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าพรรคหมายเลข 1 บนดอยต้าเซียน อั้งฉิก ประลองกับ อาวเอี๊ยงฮง จนจบชีวิตพร้อมกันในที่สุด

     
อึ้งเอี๊ยะซือ ดื่มเหล้าอยู่เมาตายฝันเพื่อลืมภาระทางใจ เขาตกหลุมรักแฟนอาวเอี๊ยงฮงอาวเอี๊ยงฮง ในมาดพ่อค้าที่ไม่เคยขาดทุน ดูแล้งน้ำใจจอมยุทธตาบอดตลุยโจรม้า หวังเงินค่าจ้างเป็นทุนรอนกลับบ้านเกิด
     
             next chapter >>         

chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]
Pirachan : พิรฌาน