1.

     อะครีซีอุส,กษัตริย์ผู้ครองนครอาร์กอส รู้สึกโกรธแค้นเมื่อรู้ภายหลังว่ามหาเทพซุสลอบสมสู่กับดานาย์,บุตรสาวจนคลอดบุตรชายคือเพอร์ซีอุส จึงคิดสังหารลูกสาวและหลานชายตัวเองล้างความอัปยศ โดยจับสองแม่ลูกยัดใส่โลงทิ้งลงทะเล เทพโพไซดอนแปลงร่างเป็นนกนางนวลคอยดูเหตุการณ์อยู่รีบบินกลับมหาวิหาร ณ ยอดเขาโอลิมปัส มารายงานพี่ชาย
      ซุสนั่งบัลลังก์รายล้อมด้วย เฮรา,ภรรยา(น้องสาว) เธทิส,เทพธิดาแห่งท้องทะเล อธีนา,เทวีผู้ฉลาดเฉลียว เปี่ยมเมตตา (ผุดออกมาจากเศียรของซุส มีนกฮูกบริวารเกาะแขน) อโพรไดที(วีนัส),เทพธิดาแห่งความรัก และ เฮฟเฟสตุส(วัลแคน),เทพแห่งไฟ โลหะ และ การช่าง
     " เขาจะต้องถูกลงโทษในอาชญากรรมอันโหดเหี้ยมอำมหิต ดูหมิ่นหรือเหยียดหยามข้า กล้าดียังไงถึงมาขอให้ข้ายกโทษให้กับความริษยาอย่างป่าเถื่อน ขี้ขลาด " ซุส เดือด
     " อะครีซีอุสอุทิศตนต่อเทพเจ้าแห่งโอลิปัสเป็นอย่างสูงในอดีต เขาสร้างวิหารอันงามสง่ามากมาย และ เทิดทูนท่านซุสผู้ยิ่งใหญ่ บิดาแห่งทวยเทพทั้งหลาย " เฮรา แย้ง
     " ความดีเป็นร้อยก็ไม่อาจลบล้างการฆาตกรรมเพียงครั้งเดียว วิหารเป็นพันหรือเทวรูป ที่พักพิง ไม่ว่าจะอุทิศให้ข้าหรือแก่ท่านเฮรา,เมียข้า หรือปวงเทพก็ไม่มีอะไรจะมาลบล้างหรือยกโทษให้การกระทำที่ดูหมิ่นนองเลือด " ซุสยืนกราน
     " มันสำคัญนักหรือความตายของเด็กสาวกับลูกน้อย " เธทิส ว่า
     " เด็กสาวที่ไหนกัน บุตรสาวของเขาเอง " ซุส เผย
     " แม้ว่าจะเคารพนับถือ และ สวามิภักดิ์ท่านมาตลอดชีวิตน่ะหรือ " เฮรา ว่า
     " พอเถอะ อะครีซีอุสจะต้องถูกลงโทษ และผู้คนของเขาด้วย ท่านลอร์ดโพไซดอนข้าขอสั่งให้ท่านจงสร้างลมพายุและคลื่นทะเลทำลายอาร์กอส เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีก้อนหินตั้งอยู่หรือสัตว์ให้คลานเล่นได้ ข้าขอสั่งให้สัตว์ยักษ์ตัวสุดท้ายอยู่ใต้มหาสมุทร ปล่อยเจ้าคราเคนออกมา อาณาจักรของอะครีซีอุสจะต้องถูกทำลายป่นปี้ " ซุส เอาจริง
     " ตามที่ท่านสั่ง " โพไซดอน รับบัญชา
     " ท่านจงแน่ใจว่าอย่าให้ดานาย์และลูกชายนางต้องเป็นอันตราย พาพวกเขาไปยังชายฝั่งที่ไกลโพ้น และปลอดภัย ไปจัดการเดี๋ยวนี้ " ซุส กำชับ

     " ไม่มีเวทนา ไม่มีความกรุณา ทำไมซุสสามีท่านรักเด็กสาวนั่น คงเพราะนางสวยมาก สวยจนกระทั่งอะครีซีอุส,พ่อของนางเก็บนางไว้ห่างจากผู้ชาย ขังไว้เบื้องหลังประตูเหล็ก แต่ว่าซุสแปลงร่างเป็นฝนทองเปล่งประกายเพื่อไปเยือนนาง และ ร่วมรักกับนาง " เธทิส ว่า
     " เหตุใดข้าถึงต้องเมตตานางด้วย ให้นางและลูกจมน้ำตายไปสิ " เฮรา ไม่เข้าใจ
     " เพอร์ซีอุสเป็นลูกชายของซุส ดังนั้นเขาจึงต้องปลอดภัย และอาร์กอสต้องแตกสลาย " เธทิส สรุป

     ซุสขยี้รูปปั้นดินเหนียวอะครีซีอุสขณะร่างจริงด่าวดิ้น ส่วนโพไซดอนร่ายลมพายุพัดสู่อาร์กอสจนต้นไม้หักโค่นล้มระเนระนาด แล้วปล่อยคราเคนออกจากกรงใต้สะดือทะเล เจ้าอสูรกายทำคลื่นยักษ์ถาโถมถล่มเมืองซ้ำสอง ไม่ว่าอนุสาวรีย์ กำแพงเชิงเทิน วิหาร-อาคาร ล้วนพังทลาย ส่ำสัตว์ และ ผู้คนถูกกวาดล้างไปกับสายน้ำ ซุสสั่งโพไซดอนนำพาดานาย์กับลูกไปสู่เกาะเซรีฟอสใช้ชีวิตอย่างสุขสงบและปลอดภัย
     " เพอร์ซีอุสเติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มมีชีวิตวัยเด็กที่เป็นสุข มีจุดเด่นตรงที่ร่างกายแข็งแรง และ หน้าตาหล่อเหลา มีอะไรมากกว่านี้มั้ยที่มนุษย์จะอยากได้หรือคู่ควรด้วย " ซุสภูมิใจ
     " แล้ว คาลิบอส ลูกชายข้าล่ะ " เธทิส ท้วง
     " กรรมชั่วของมันให้อภัยไม่ได้ " ซุส ฉุนกึก
     " โปรดให้ความกรุณาต่อเขาเถอะ " เธทิส อ้อน
     " เป็นไปไม่ได้ คาลิบอส ได้เปรียบเขาทุกอย่าง ตัวเจ้าซึ่งเป็นเทพเจ้าคุ้มครองนครจ็อปเปอร์อันมั่งคั่งทำให้มันเสียคน และส่งเสริมมันมาตั้งแต่เกิด ข้าให้ความร่ำรวยขนาดนั้นกับมัน แล้วมันยังไล่ล่าและทำลายสัตว์ที่มีชีวิตทุกตัว มันดักและฆ่าฝูงม้าบินอันศักดิ์สิทธิ์ของข้า เหลือแค่เพียงเจ้าม้าหนุ่มเพกาซัสเท่านั้นเอง ฉะนั้นลูกชายเจ้าจะต้องถูกลงโทษ " ซุสกริ้ว
     " ข้าอ้อนวอนต่อท่านขอให้เวทนาเขาด้วย "
     " มันจะกลายเป็นสิ่งที่น่าเกลียดในสายตามนุษย์ และใช้ชีวิตอย่างคนสารเลวยิ่งกว่ายาจก อาศัยอยู่ในหนองบึง มันจะต้องมีรูปร่างที่น่าเย้ยหยัน น่าอับอาย และเป็นที่รู้จักในความชั่วช้าทารุณของมัน นี่เป็นคำตัดสินสุดท้ายของข้า " ซุสเนรมิตรูปปั้นดินเหนียวในอุ้งมือจากหนุ่มรูปงามกลับกลายเป็นอัปลักษณ์
     " ไม่ ข้าขอร้องเถอะ เขากำลังจะแต่งงานกับเจ้าหญิงแอนโดรเมดา เขาจะได้ปกครองจ็อปเปอร์ และ เวนีเซีย"
     " ก็ให้เจ้าหญิงมองดูมันตอนนี้สิ " ซุสเดินหนี

     " ทำใจดีๆเอาไว้ ท่านอาจเปลี่ยนใจก็ได้ " เฮราปลอบเธทิส
     " ถ้าเป็นเพอร์ซีอุสลูกชายท่านเอง ท่านคงยกโทษให้แล้ว แต่สำหรับลูกข้าช่างไร้ความเมตตาปราณี " เธทิส
     " ไม่มีความหวังและไม่ได้แต่งงาน " เฮรา
     " จะเป็นไปได้ยังไงล่ะตอนนี้ แต่ถ้าลูกชายข้าไม่ได้แต่งงานกับนางก็จะไม่มีชายใดได้แต่งงานกับนางอีก พระของข้าที่จ็อปเปอร์ผู้จงรักภักดี ข้าจะพูดกับพวกเขาในความฝันและลางสังหรณ์ ขณะที่คาลิบอสต้องทนทุกข์ แอนโดรเมดาก็ต้องทุกข์ระทมไปด้วย ข้าให้สัญญา บุตรชายของซุสต้องถูกทิ้งไว้ตามยถากรรม ส่วนลูกข้าต้องพิกลพิการไป
     ถึงเวลาแล้วที่เคราะห์กรรมจะเข้ามาขวาง เพอร์ซีอุส,เจ้าจะได้เห็นโลกใหม่บ้าง (เธทิสหยิบรูปปั้นเพอร์ซีอุสจากหิ้ง) จงเผชิญหนากับความหวาดกลัว รับรู้ถึงมหันตภัยในท่ามกลางความมืดมิด และภาพสยองแห่งความตาย เจ้าจะไม่ไร้เดียงสาแต่จะมองเห็ความจริงอันมืดมนอนธกาล ไกลไปทางทิศตะวันออกอีกด้านหนึ่งของทะเลที่จ็อปเปอร์ในอาณาจักรเวนีเซีย" วางรูปปั้นบุตรของซุสลงใจกลางโคลอสเซียม

     เพอร์ซีอุสรู้สึกตัวตื่นขึ้นในบรรยากาศแวดล้อมใหม่ จากหาดทราย สายลม และ เกลียวคลื่นวิ่งกระทบฝั่ง กลายเป็นกลางลานดินล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ มองไปประตูด้านหนึ่งของชามอ่างยักษ์เห็นคนใส่หน้ากากทองเหลืองยืนผลุบๆโผล่ๆในหมอกควัน เรียก " .. เจ้าเป็นใคร .. "
     " ออกมาสิ " เพอร์ซีอุสยืนประจันหน้า
     " เจ้าเป็นใคร " ชายชราก้าวเดินออกมาจากประตู
     " บอกมาซิข้าอยู่ที่ไหน " เพอร์ซีอุสถาม
     " ที่ไหนล่ะเหรอ หมายความว่าอย่างไร เจ้าเองก็ไม่รู้ว่าที่ไหน "
     " ข้าไม่รู้ "
     " เราอดทนกันไว้สักนิดดีกว่า ข้าชื่อ แอมมอน เป็นกวี และ นักเขียน บทละคร เจ้าล่ะ " ชายชราถอดหน้ากากทองเหลืองออก เผยโฉม
     " ข้าชื่อ เพอร์ซีอุส รัชทายาทแห่งอาร์กอส "
     " เทพเจ้าช่วย ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง "
     " ข้าไม่รู้ว่าที่นี่เป็นที่ไหนด้วยซ้ำ "
     " นี่เป็นโรงละครแห่งจ็อบเปอร์ "
     " เป็นไปได้ยังไงกัน ข้ากำลังนอนอยู่ที่ชายฝั่งทะเล มองดูดวงจันทร์อยู่เพลินๆ ทำไมทุกอย่างที่นี่ถึงถูกปล่อยให้รกร้าง .. "
     " .. ยังกับโรงละครผีสิงใช่มั้ยล่ะ มันเป็นสัญญาณว่าราชอาณาจักรนี้ต้องคำสาป และ นครนี้ สิ้นหวัง แล้ว ทุกคนก็บ่มพึมพำเรื่อยไปว่า ท่านผู้เฒ่าเป็นคนเดียวที่ยังไม่ตาย "
     " วันหนึ่งข้าจะกลับไปสถาปนาอาร์กอสคืน รู้มั้ยตอนที่ข้าเกิด แม่กับข้า .. " เพอร์ซีอุสเปรย
     " ข้ารู้เรื่องนี้ทั้งหมด นางเป็นผู้หญิงที่เลอโฉม และ เจ้าสัตว์ยักษ์ขี้อิจฉา ท่านกับแม่ของท่านก็ถูกโยนทะเล ตามมาด้วยความพินาศของอาร์กอส มันเป็นตำนานนิยมเล่ากันมา 20 ปี ข้าเองยังเขียนกลอนถึงเรื่องนั้นเลย เป็นเรื่องสะเทือนใจเท่าที่จำได้ "
     " อะไรนะ ท่านช่วยอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าในคืนนี้ได้มั้ย " เพอร์ซีอุสรบเร้า
     " เหล่าเทพเจ้าบนโอลิมปัสทำตัวลึกลับมาก และ เจตนาของเขาก็ไม่แน่นอน ข้าขอแนะนำให้ท่านกลับไปยังเซริฟอสโดยเร็วที่สุด " แอมมอนไม่ได้ชี้แจงแถลงไขกระจ่างแจ้งกว่านี้
     " แต่แม่ข้าต้องการให้ข้ากลับไปบูรณะบ้านเกิด จ็อปเปอร์น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าเกาะเล็กๆอันไกลโพ้นนี่"
     " ถ้าอย่างงั้นเจ้าต้องหาเสื้อผ้าใส่ให้เหมาะสมเสียหน่อย เสื้อผ้าแลดูสมกับเจ้าชาย " แอมมอนเลือกผ้าคลุมตัวละครสีขาว และกลัดเข็มยึดคอเสื้อเพอร์ซีอุส " ใช้ได้ทีเดียว ใช้ได้ดีมากเลยล่ะ นี่ดาบของท่าน ขอต้อนรับสู่จ็อบเปอร์ องค์ชายเพอร์ซีอุส " แอมมอนสรรเสริญ

     " เจ้าวางเขาลงเกือบจะเปลือยเปล่าในดินแดนธุรกันดารและสิ้นหวัง " ซุสเคืองเมื่อรู้ภายหลังว่าแม่นม เฮราเปลี่ยนพรหมลิขิตบุตรชาย
     " เป็นไปตามยถากรรม " เธทิส ว่า
     " ไม่ใช่ยถากรรมเลยเจ้าก็รู้ เป็นการกระทำที่จงใจ และ มุ่งร้าย ไม่คู่ควรกับการเป็นเทพธิดา "
     " ท่านกล่าวหาข้ารึ " เธทิส งอน
     " จะใครเสียอีก ถึงอย่างไรลูกชายข้าต้องการมากกว่าเสื้อคลุมเล่นละคร และ ดาบไม้ตัวตลก หาอาวุธที่เหมาะสมให้เขาซิ อาวุธที่มีอารมณ์(จิตวิญญาณ)ของเทพเจ้า หมวกกำบังภัย(อโพรไดที) ดาบ(อธีนา) โล่(เฮรา) เขาต้องได้รับโดยเร็ว ! " ซุสบัญชาแล้วเดินจากไป

     " ทั้งหมดนี้ก็เพราะความรักต่อดานาย์ " เธทิสบ่นน้อยใจ
     " ไม่ มีผู้หญิงให้เขาเลือกหลายคน เขาไม่น่าจะจดจำนางได้ เป็นความรัก และ ความภูมิใจอย่างโง่ๆที่เขามีให้ลูกชายรูปงาม " เฮราจินตนาการ
     " อย่างที่เจ้าว่า มีผู้หญิงตั้งหลายคน อีกทั้งวิธีปลอมแปลงตัวที่เขาถนัดเพื่อให้ได้โอ้โลมพวกนาง บางครั้งก็เป็นฝนทอง คันธนู หรือ หงส์ เขาเคยมาเล้าโลมข้าครั้งนึงโดยปลอมเป็นปลาหมึก " เธทิส เผย
     " เขาทำสำเร็จหรือเปล่า " เฮราใคร่รู้
     " ไม่สำเร็จแน่ " เธทิสยัน
     " เจ้าทำอย่างไรล่ะ " อธีนา ฉงน
     " ก็ย้อนรอยโดยแปลงร่างเป็นปลาฉลามน่ะสิ " เธทิสเล่าเรื่องอย่างขบขัน เหล่าเทพธิดาหัวเราะคิกคัก

     ระหว่างเพอร์ซีอุสกวัดแกว่งดาบอยู่กลางลาน เขาเหลือบเห็น หมวกเหล็ก สะท้อนแสงอยู่แทบเท้าเทวรูปหินอ่อน หันไปอีกด้านหนึ่งเจอเงา ดาบ วูบวาบ เขาจึงเดินตรงไปหาของเล่นใหม่ ส่วนแอมมอนกล่าวคำทักทายอรุณสวัสดิ์ " .. ท่านตื่นพร้อมกับดวงอาทิตย์เลยนะ เป็นเวลาเช้าที่งดงามมาก "
     " น่าอัศจรรย์ ข้าพบดาบที่รูปปั้นด้วย " เพอร์ซีอุสตื่นเต้น
     " นั่นเป็นรูปเหมือนของเทพธิดาแห่งความรักที่งดงามมาก .. ดาบรึนี่ " แอมมอนจ้องตาแทบถลน " ใช่ แต่ไม่ใช่ดาบธรรมดาเลย มันเป็นโลหะที่แปลก ไม่ใช่ทองเหลืองหรือเหล็ก ไม่เหมือนโลหะใดๆที่ข้าเคยพบมาก่อน (เพอร์ซีอุสตวัดดาบฟันโต๊ะหินขาดสองท่อน) เทพพระเจ้าช่วย ! "
     " มี โล่ ด้วย และนั่นก็หมวกกำบังภัย "
     " ข้าพูดถูกที่ว่าส่งมาโดยเทพเจ้า ใครอื่นจะทำดาบที่ฝานหินอ่อนได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีรอยบิ่นบนคมมีดแม้แต่น้อย " แอมมอนตะลึง
     " ถ้าดาบสามารถทำเช่นนั้นได้แล้วหมวกกำบังภัยและโล่ ล่ะ "
     " เราว่าท่านน่าจะลองดู "
     ระหว่างเพอร์ซีอุสคว้าหมวกเหล็กเตรียมสวมศีรษะได้ยินเสียงลึกลับ .. ขอข้าก่อน
     " เจ้าว่าอะไร " เพอร์ซีอุสนึกว่าแอมมอนทักท้วง
     " ไม่ได้ว่าอะไร " เสียงหนึ่งแว่วดังมาจากรูปปั้นของเฮรา " จากโล่นั่น " แอมมอนเฉลย
     พลิกข้าซี่ .. เพอร์ซีอุสหงายโล่ออกมาดูตรงมือจับปรากฏเงาซุสพูดขึ้นว่า
     " เพอร์ซีอุส ฟังข้า อาวุธเหล่านี้เป็นของขวัญจากเทพเจ้า รักษาโล่นี้ไว้ให้ดีเพราะวันหนึ่งมันจะช่วยชีวิตเจ้า"
     " ช่วยชีวิตข้า เมื่อไหร่ " เพอร์ซีอุส ฉงน
     " ถึงเวลาเจ้าจะรู้เอง "
     " แล้วหมวกล่ะ "
     " หมวกนี้มันกำบังกายเจ้าให้หายตัวได้ "
     " เดี๋ยว ! ท่านเป็นใคร ? "
     " ค้นหา และ ทำให้ชะตาชีวิตเจ้าสมบูรณ์ " ภาพซุสหายวับเมื่อสิ้นเสียง
     เพอร์ซีอุสลองสวมหมวกเหล็กก็หายตัวได้จริงๆ ปรากฏเพียงรอยเท้าบนผืนทราย .. ไปจ็อบเปอร์

     " นายท่าน โธ่ หุนหันพลันแล่นเหลือเกิน โง่เขลาอีกด้วย คนหนุ่มสาวทำไมพวกเขาถึงไม่ฟังเราบ้างเลยนะ เมื่อไหร่พวกเขาจะได้เรียนรู้กันเสียที " แอมมอนได้แต่ปลง

        next chapter >>         



chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

Pirachan : พิรฌาน